วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตลาด Mahane Yehuda ที่เยรูซาเลม: อันตรายแค่ไหนก็ต้องไป


“จะไปเยรูซาเลมอีกแล้วใช่ไหม”
“อย่าลืมซื้อทับทิม อินทผาลัม และองุ่นมาให้ด้วย ต้องซื้อมาให้ได้นะ.. อย่าลืมเชียว”

เพื่อนๆหลายคน มักจะออกคำสั่งอย่างนี้เมื่อได้ข่าวว่าฉันจะไปอิสราเอล เป็นคำสั่งที่ฉันมักจะไม่ค่อยขัดและยอมเหนื่อยยากในการเก็บถนอมผลไม้และอะไรต่างๆตลอดการเดินทาง

เหตุเกิดก็เพราะฉันเองน่ะแหละ ครั้งแรกที่กลับมาจากอิสราเอลก็นำเอาอินทผาลัมรสชาติดีที่สุดจากจอร์แดน วัลเลย์ มาให้ ซื้อองุ่นเขียวไร้เม็ดกรอบหวานมาฝาก และซื้อผลทับทิมที่มีเนื้อสีแดงก่ำมากำนัล เมื่อได้ลิ้มรส เพื่อนหลายคนก็จิกทึ้งขอของฝากเหล่านี้ ฉันก็ยินดีก้มหน้าก้มตาหอบหิ้วผลไม้มาให้บรรดาคุณๆทั้งหลายเสียทุกคราวไป  เมื่อเห็นเพื่อนๆ มีความสุขที่ได้รับของฝาก คนถือมาให้ก็มีความสุขกว่า

ดังนั้น... เมื่ออยู่ในเยรูซาเลม ฉันต้องไปที่ตลาด Mahane Yehuda ทุกครั้ง ตั้งแต่เช้าวันแรกที่ไปถึงเพื่อหาซื้อผลไม้สด ขนมปัง แฮม ชีส และน้ำผลไม้ ไว้เป็นอาหาร

ตลาด Mahane Yehuda (ฉันได้ยินเจ้าหน้าที่โรงแรมเรียกว่า “มาคเน” ทั้งๆที่เขียนว่า มาฮาเน) เป็นตลาดกลางแจ้ง หรือภาษาฮิบรูห์เรียกว่า ชุค ( Shuk) ตั้งอยู่ระหว่างถนน Jaffa และ Aggripas  ที่นี่เป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่ใจกลางนครเยรูซาเลม

จากโรงแรมที่พักฉันจะเดินไปที่นี่ โดยใช้เวลาไป 30 นาที และเดินกลับอีก 40 นาที เพราะมักจะชอบเดินอ้อยอิ่ง มองโน่น มองนี่ ถนนที่เดินจะผ่านสถานีรสบัสกลางประจำเยรูซาเลม ธนาคาร ร้านค้า วิวของชุมชนที่เห็นไกลๆ บนเนินเขา  บางครั้งถ้ากลับตอนเย็นๆ ขณะพระอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขา ฉันจะมักจะหยุดบริเวณสวนสาธารณะ แล้วนั่งมองแสงสุดท้ายลับเหลี่ยมเขา หลังจากนั้นก็จะรีบจ้ำอ้าวกลับโรงแรมทันที

ตลาดที่นี่รวบรวมเอาผู้คนหลากหลากเชื้อชาติ ต่างศาสนา หลายอายุเดินปะปนกันไปมา นักท่องเที่ยวจะพบบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนอิสราเอลจริงๆ ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักทานผักและผลไม้ เพราะผลไม้สดหลายสี หลายขนาด และหลายรูปร่าง คุณจะเจอผลไม้สารพัดชนิด ราคาถูกมากๆและรสชาติดีจริงๆ ผลไม้ที่ฉันมักจะซื้อทุกครั้งคือ องุ่น แพร์ เชอร์รี และทับทิม

หากคุณเดินเข้าไปในตลาด Mahane Yehuda ตอนวันศุกร์จะรู้สึกว่า ทุกอย่างเร่งรีบ ชาวยิวทุกคนดูเหมือนจะรีบร้อนทำกิจวัตรของตนให้เสร็จ เพื่อจะกลับบ้านก่อนถึงช่วงชับบาธ พวกเขาจะซื้อไวน์ ผลไม้ ปลา และบางครั้งจะมีใบไม้ที่มีกลิ่นหอมด้วย (ใบไม้ที่ใช้ในพิธี Havdala เมื่อชับบาธสิ้นสุดลง)

ครั้งหนึ่ง ฉันเดินจนเพลินในตลาด Old City จนลืมไปว่า วันนั้นเป็นวันศุกร์  ตลาด Mahane Yehuda เป็นทางผ่านและคิดว่าจะซื้อขนมปังที่นี่ แต่ตลาดปิดเร็ว คนขายก็พยายามขายของให้หมดๆ เพื่อจะได้กลับบ้าน ฉันหาซื้อขนมปังไม่ได้  ในที่สุดก็เจอร้านขายขนมปังร้านหนึ่งกองขนมปังที่เหลือไว้เพื่อให้ใครก็ได้หยิบเอาขนมปังนั้นกลับบ้าน เพราะขนมปังที่นี่ ส่วนใหญ่จะอบขายวันต่อวัน คนยิวหลายคนหยิบขนมปังนั้นใส่ถุงใส่ย่าม โดยไม่ต้องเสียเงิน ฉันเดินผ่าน อยากได้ แต่ไม่กล้าหยิบ เลยต้องซื้อลูกแพร์สองกิโลและผลไม้อื่นๆกลับโรงแรมแทน

Mahane Yehuda ได้ชื่อว่าตลาดที่มีสินค้าราคาถูกที่สุดในเยรูซาเลม  แต่อย่างไรก็ตาม ราคาที่ขายจะขึ้นอยู่กับเวลา ช่วงสัปดาห์ และฤดูกาลของผักผลไม้ ร้านค้าส่วนใหญ่จะเขียนราคาไว้ด้วยชอล์กไว้บนกระดานดำ ราคาที่เขียนไว้จะเป็นเงินสกุล Shekels ต่อน้ำหนักหนึ่งกิโลกรัม  บางร้านคนขายพูดได้แต่ภาษาฮิบรูห์ ก็ต้องยื่นเงินในมือให้เลือก พ่อค้าก็จะทอนมาให้เอง

พริกแดงสดๆ ผักสุดโปรดทานกับชีสเปรี้ยวนี่รสชาติดีจริงๆ  เวลากัดแล้วน้ำจะฉ่ำหวาน ไม่ได้ฝืดเฝื่อนๆ แห้งผากเหมือนที่ขายๆกันในซุปเปอร์มาร์เก็ตบ้านเรา กิโลกรัมละ 20 บาทกว่าๆ 

ในตลาดนีมีร้านค้ากว่า 250 ร้าน มีทั้ง ผัก ผลไม้สด ขนม ของขบเคี้ยว ปลา อาหารปรุงสำเร็จ เนย ชีส ขนมปัง เครื่องเทศ ผลไม้แห้ง เสื้อผ้า รองเท้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน

ทางโรงแรมมักจะบอกว่า เวลาจะซื้อหากมีเวลาสักนิด ต้องเดินดูเรื่อยๆหลายๆร้านก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะบางครั้งผักหรือผลไม้ ประเภทเดียวกัน ขนาดเท่ากัน ร้านที่สองอาจจะตั้งราคาต่ำกว่าร้านแรกถึงครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีเวลา ร้านไหนก็คงไม่สำคัญเท่าไหร่

ตลาด Mahane Yehuda มักตกเป็นเป้าหมายแรกๆของระเบิดพลีชีพจากผู้ก่อการร้ายเสมอ เพราะมีคนมากมายรวมตัวกันที่นี่  ระเบิดพลีชีพเคยเกิดขึ้นสองครั้งคือ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 1997 มีคนเสียชีวิต จำนวน 16 คน และบาดเจ็บอีก178 ราย  และวันที่ 12 เมษายน 2002 มีผู้เสียชีวิต 7 คน และบาดเจ็บอีก 104 คน ก่อนที่จะเข้าตลาดทุกคนจะต้องผ่านด่านตรวจค้นอาวุธและวัตถุระเบิดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร บางครั้งสถานการณ์ตึงเครียดก็จะมีทั้งตำรวจและทหารสนธิกำลังกันทำหน้าที่ตรวจค้นอย่างแน่นหนา

ตำรวจจะแต่งเครื่องแบบเสื้อสีฟ้ากางเกงสีน้ำเงิน หมวกสีน้ำเงิน

ทหารจะสวมยูนิฟอร์มสีเขียวอมน้ำตาล ถ้าจำไม่ผิดเวลาทำหน้าที่จะมีหมวกเบเร่ต์สีเขียวหรือสีแดงด้วย

ครั้งสุดท้าย ฉันเจอกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกว่า หกสิบคนที่มากับทัวร์กลุ่มใหญ่ ทุกคนดูตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่มีขายในตลาด ดูเหมือนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นทุกๆปี

ปลายปีที่แล้ว เพื่อนคนหนึ่งถามเมื่อฉันยื่นถุงอินทผาลัมให้ว่า “ไม่กลัวตายหรือ ที่ไปเดินตลาดแล้วซื้อของมาให้ทุกที”
ฉันก็ได้แค่ยิ้มก่อนตอบว่า “จะช้าหรือเร็วทุกคนก็ตายอยู่ดี”

เธอถามต่อ “แม่เคยรู้ไหมนี่ว่าไปอิสราเอล”
ฉันตอบเบาๆว่า “เปล่า.. บอกว่าไปจอร์แดน…แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันซื้อประกันการเดินทางที่คุ้มครองสูงสุดและใส่ชื่อพ่อไว้แล้ว”

อืม..... ชีวิตนั้นแสนสั้น และบอบบาง........

เพิ่มเติม

 1)  วันซับบาธ  จะเป็นวันที่คนยิวหยุดทำงาน ไม่มีรถบัสวิ่ง ร้านค้า และร้านอาหารจะปิดทำการ โดยเริ่มตั้งแต่หลังพระอาทิตย์ตก ของวันศุกร์จนกระทั่งถึงวันเสาร์หลังพระอาทิต์ตก หลังจากที่ผ่านช่วงซับบาธไปแล้ว ร้านรวงจะเปิดจนถึงสามสี่ทุ่ม  สัปดาห์แรกของการทำงานสำหรับคนยิวคือ วันอาทิตย์

2) "Hava Nagila" (הבה נגילה ในภาษาฮิบรูห์ Hebrew ) เป็น เพลงโฟล์คซองที่ประพันธ์ขึ้นมาในภาษาฮิบรูห์  มีความหมายว่า "Let us rejoice" ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เป็นเพลงใช้ในการเฉลิมฉลอง  


อ้างอิง

ข้อมูล: http://en.wikipedia.org/wiki/Mahane_Yehuda_Market  http://www.fonerbooks.com/guide_30.htm

ภาพ: บางส่วนจาก Flickr

โดย Francesca

 

กลับไปที่ www.oknation.net