วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันนี้ในอดีต ของสาวชาววังพระองค์หนึ่ง(๑๕ เมษายน)....


9.00 น.

 ขอกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโพสต์นี้อย่างตรงไปตรงมาตามสไตล์ ของ feng_shui คือ

 1. ให้ทุกท่านได้ฟัง เพลงไทยเดิม ในรูปแบบต่างๆ ตามที่ feng_shui ได้นำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง

หากต้องการหาอ่านเรื่องเก่าๆ เพิ่มเติม และฟังเพลงไทยเดิม อื่นๆ กรุณาแกะรอยได้จาก

ลิ้งค์นี้ ได้ค่ะ เฟิงสุ่ยถอดยูทู้บส์ออกจากบล็อกแล้ว..My Portfolio Part1

แต่หากต้องการความลึกซึ้งจริงๆ ก็ต้องแวะบ้านคุณ คีตพจน์ http://www.oknation.net/blog/tcmcค่ะ

เพลง โหมโรง นั้นfeng_shui ตั้งใจจะให้ฟัง เพลง โหมโรง หลายๆแบบ ซึ่งเวอร์ชั่นเก่าๆ ของเพลงโหมโรง มีให้ฟังกันมาแล้วในโพสต์เก่าๆของ feng_shui

สำหรับโหมโรงมหาฤกษ์ ที่ฟังอยู่นี้ คุณ คีตพจน์ http://www.oknation.net/blog/tcmc เล่าว่า เป็นการบรรเลงด้วยเครื่องสายค่ะ

2. ทำเป็นเรื่องราว วันนี้ในอดีต

3. มี กิจกรรม สนุกๆ เรื่องราวดีๆ ภาพที่ควรแก่การประทับใจ ในสถานที่ ที่สวยงาม........Cyber 

วันนี้ ก็เลย นำเอา เรื่องราวของ วันนี้ ในอดีตของสาวชาววัง พระองค์หนึ่ง มานำเสนอค่ะ อาจจะยืดยาว หน่อยแต่ขอรับรองว่าทรงคุณค่า และ ได้บรรยากาศทั้ง แสง ภาพ ยกเว้น กลิ่น นะคะ ที่เทคโนโลยีของ บล็อก ยังไปไม่ถึง

พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6

พระประสูติกาล

พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 มีพระกำเนิดเป็นสามัญชนในสกุลอภัยวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2448 เป็นธิดาของพระยาอภัยภูเบศร (เลื่อม อภัยวงศ์) กับคุณเล็ก บุนนาค มีพระนามเดิมว่า เครือแก้ว อภัยวงศ์ (ติ๋ว อภัยวงศ์)

 เมื่อทรงพระเยาว์

หลังจากมารดาถึงแก่กรรม ได้เข้ามาอยู่ในความดูแลของท้าวศรีสุนทรนาฏ (แก้ว พนมวัน ณ อยุธยา) ผู้เป็นยายซึ่งเป็นผู้อำนวยการละครหลวงฝ่ายใน กรมมหรสพ ต่อมาได้รับการฝึกฝนดุริยางคศิลป์ไทยในพระราชสำนักจนได้รับเลือกเป็นต้นเสียง ทั้งยังได้แสดงละครที่เป็นบทพระราชนิพนธ์หลายโอกาสด้วยกัน

 เหตุการณ์ที่ทำให้เป็นที่ทรงต้องพระราชอัธยาศัยในรัชกาลที่ 6

ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จังหวัดเพชรบุรี เป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2467 ท่านมีโอกาสร่วมแสดงละครพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระร่วง” เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2467 โดยได้รับบทเป็นสาวใช้ของนางจันทร์ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแสดงเป็นนายมั่นปืนยาว ซึ่งต้องมีบทพูดจาโต้ตอบกับบรรดาสาวใช้ของนางจันทร์

ภายหลังจากการซ้อมและการแสดงละครพระราชนิพนธ์เรื่องพระร่วง ณ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชประดิพัทธ์ต้องพระราชอัธยาศัย ด้วยท่านมีความสุขุม ไม่ได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์กระทบกระเทือนที่เกิดขึ้นในระหว่างการซ้อมละคร จึงได้ทรงพระเมตตาเป็นพิเศษ และได้พระราชทานนามใหม่ว่า สุวัทนา

 อภิเษกสมรส

 

เสด็จประพาสสิงคโปร์และมลายูต่อมา ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2467 ได้ทรงสถาปนาคุณสุวัทนาขึ้นเป็น เจ้าจอมสุวัทนา พระสนมเอก พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง

ต่อมาระหว่างวันที่ 21 กันยายน ถึง 13 ตุลาคม พ.ศ. 2467 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสสิงคโปร์และแหลมมลายูเพื่อเป็นการเจริญทางพระราชไมตรี การนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าจอมสุวัทนา โดยเสด็จพระราชดำเนินด้วย นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าจอมสุวัทนา ได้ตามเสด็จไปในการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ อยู่เนือง ๆ

 มีพระครรภ์

ต่อมาไม่นาน เจ้าจอมสุวัทนาก็ตั้งครรภ์พระหน่อ ยังให้บังเกิดความปีติปราโมทย์ในพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง ทรงเฝ้ารอพระประสูติการด้วยพระราชหฤทัยจดจ่อ

 สถาปนาพระยศ

ในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2468 เมื่อเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเจ้าจอมสุวัทนาจะมีสูติกาลพระหน่อในไม่ช้า จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้าจอมสุวัทนาขึ้นเป็น พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ด้วยเหตุผลดังปรากฏในพระบรมราชโองการประกาศสถาปนา ดังนี้

เจ้าจอมสุวัทนาได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณโดยความซื่อสัตย์กตเวที มีความจงรักภักดีในใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท เปนที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรที่จะทรงยกย่องให้เปนใหญ่ เพื่อผดุงพระราชอิศริยยศแห่งพระกุมารที่จะมีพระประสูติการในเบื้องหน้า

 พระประสูติกาลพระราชธิดาในรัชกาลที่ 6

แต่แล้วเหตุการณ์มิคาดฝันได้เกิดขึ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มทรงพระประชวรด้วยโรคพระโลหิตเป็นพิษในพระอุทรนับแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ภายหลังจากพระราชพิธีฉัตรมงคลเป็นต้นมา

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน เวลา 12.55 น. พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ก็ประสูติ พระราชธิดา ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว แต่ก็มีพระอาการเพียบหนักขึ้น ทรงมีโอกาสได้ทอดพระเนตรพระราชธิดาอย่างใกล้ชิดในบ่ายวันรุ่งขึ้น แต่ก็มิสามารถมีพระราชดำรัสได้แล้ว จากนั้น ก็ทรงรู้สึกพระองค์น้อยลงกระทั่งสวรรคต เมื่อเวลา 1.45 น. ของวันที่ 26 พฤศจิกายน ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระนามแก่พระราชธิดาในรัชกาลที่ 6 ว่า "สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี" มีคำนำพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าภาติกาเธอ" ซึ่งหมายความว่าหญิงที่สืบเนื่องจากพี่ชาย ดังนั้น การออกพระนามสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ในสมัยรัชกาลที่ ๗ จึงออกพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าภาติกาเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ”

 การดำรงพระชนมชีพในสมัยรัชกาลที่ 7

พระนางเจ้าสุวัทนาฯ พร้อมด้วยพระธิดา ประทับ ณ พระที่นั่งเทพสถานพิลาส ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง อยู่ระยะหนึ่งจึงทรงย้ายไปประทับ ณ ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนสุพรรณภาควดี และทรงย้ายออกมาประทับ ณ พระตำหนักสวนหงษ์ ในพระราชวังดุสิต ของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า ผู้ทรงพระเมตตาเอาพระราชหฤทัยใส่ในความเป็นอยู่ของสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ และพระนางเจ้าสุวัทนาฯ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด แต่ต่อมาไม่นานได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง ทั้งการเปลี่ยนแปลงการปกครองและกบฏบวรเดช จึงต้องทรงย้ายที่ประทับหลายแห่งทั้งในสวนดุสิต สวนสุนันทา วังสระปทุม และตำหนักเขาน้อย จังหวัดสงขลา

เมื่อเหตุการณ์วุ่นวายคลี่คลายลง กอปรกับสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ทรงเจริญพระวัยขึ้น พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงขอพระราชทานพระราชานุญาตสมเด็จพระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า เชิญเสด็จพระธิดาไปประทับ ณ ตำหนัก “สวนรื่นฤดี” ที่โปรดให้สร้างขึ้นไว้บนที่ดินบริเวณถนนราชสีมาตัดกับถนนสุโขทัย อันเป็นที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้เมื่อคราวราชาภิเษกสมรส

ประทับ ณ ประเทศอังกฤษ

 

ต่อมา เมื่อพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงสังเกตว่าพระพลานามัยของพระธิดาไม่สู้สมบูรณ์นัก จึงทรงนำเสด็จพระธิดาไปทรงรักษาพระองค์และทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษซึ่งเป็นประเทศที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปประทับอยู่นับแต่ก่อนทรงสละราชสมบัติใน พ.ศ. 2477 ต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2481 พระนางเจ้าสุวัทนาฯ พร้อมด้วยพระธิดา จึงเสด็จไปยังประเทศอังกฤษ ทรงมีที่ประทับถาวรแห่งแรกอยู่ ณ ตำบลแฟร์ฮิลล์ แคว้นแคมเบอร์ลีย์ และต่อมาทรงย้ายไปประทับที่เมืองไบรตัน

ระหว่าง สงครามโลกครั้งที่ 2 พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ก็ยังทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น ทรงช่วยเหลือกิจการสภากาชาดอังกฤษ ทรงม้วนผ้าพันแผลและถักเครื่องกันหนาวประทานแก่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามหน่วยรบ เป็นต้น กระทั่งสภากาชาดอังกฤษได้ถวายเกียรติบัตรประกาศพระกรุณา

พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงประสบกับความยากลำบากนานาประการโดยเฉพาะในยามเศรษฐกิจฝืดเคืองอันเนื่องมาจากภาวะสงคราม จึงทรงประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งทรงทำงานบ้านเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจ้างข้าหลวงชาวต่างประเทศ ทรงเรียนรู้วิธีการซื้อขายหุ้นตลอดจนการทำธุรกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และทรงดำเนินการดังกล่าวได้อย่างชำนาญ

ตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ประทับ ณ ประเทศอังกฤษ พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงรักษาพระเกียรติยศแห่งราชนารีได้อย่างมั่นคง ผู้มีหน้าที่รับใช้อยู่บนตำหนักไม่ว่าจะเป็นที่ตำหนักแฟร์ฮิลล์ ตำหนักไบรตัน หรือตำหนักไดก์โรด ล้วนเป็นสตรีทั้งสิ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพระกรุณาต่อชาวไทยในประเทศอังกฤษ โดยได้โปรดให้เฝ้ารับประทานเลี้ยงอยู่เสมอ

นิวัตประเทศไทย

 

ฉายที่วังรื่นฤดีครั้นพุทธศักราช 2502 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ และพระนางเจ้าสุวัทนาฯ จึงได้เสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นการถาวร ประทับ ณ วังรื่นฤดี วังแห่งใหม่ในซอยสันติสุข สุขุมวิท 38

 พระกรณียกิจสังเขป

พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงอุปการะกิจการเพื่อการสาธารณประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่นเมื่อครั้งทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2508 ได้ประทานเงินก่อสร้างอาคารสำหรับผู้ป่วยนอกและห้องฉุกเฉินใน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ 1 หลัง ประทานนามว่า “ตึกมงกุฎ-เพชรรัตน” นอกจากนี้ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่ทรงได้รับมรดกคือที่ดินและบ้านของพระบุพการี ณ จังหวัดปราจีนบุรี ก็ทรงพระกรุณาประทานกรรมสิทธิ์ให้แก่ทางราชการ เมื่อทางราชการได้ใช้สถานที่ดังกล่าวสร้างโรงพยาบาล ก็ไม่ทรงใช้พระนามของพระองค์เป็นนามโรงพยาบาลแห่งนี้ หากแต่โปรดประทานนามว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อเป็นเกียรติแก่พระบรรพบุรุษ

ส่วนการพระศาสนานั้น ทรงศรัทธาบำเพ็ญพระกุศลโดยประการต่าง ๆ อยู่เสมอ โปรดเสด็จไปทรงทอดผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ทั้งในพระนครและต่างจังหวัดทั่วทุกภาค ทรงเยี่ยมและประทานพระอนุเคราะห์แก่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ

 พระอัธยาศัย

พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงวางพระองค์ได้งามสม ทรงเป็นที่นับถือของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังทรงเป็นพระชนนีผู้ประเสริฐ ดังจะเห็นได้จากพระอุปนิสัยและพระอัธยาศัยงดงามของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ล้วนแต่บังเกิดการอบรมพระธิดาให้ทรงงามสมพระอิสริยศักดิ์ ส่วนพระนางเจ้าสุวัทนาฯ เอง ก็มีพระอุปนิสัยร่าเริง ทรงสามารถรับสั่งกับบุคคลทุกอาชีพ ทุกวัยได้เป็นอย่างดี โปรดการเลี้ยงสุนัข โปรดการปลูกต้นไม้ และโปรดธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง

 สิ้นพระชนม์

พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ประชวรด้วยพระอาการพระปัปผาสะอักเสบ กระทั่งสิ้นพระชนม์ในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2528 เวลา 17.09 น. ณ โรงพยาบาลศิริราช ขณะพระชนมายุ 80 พรรษาเศษ

โปรดสังเกตุ

พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน มีให้เราได้เห็นกันในปัจจุบันนี้เลย นะคะ.......ได้ประทานเงินก่อสร้างอาคารสำหรับผู้ป่วยนอกและห้องฉุกเฉินใน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ 1 หลัง ประทานนามว่า “ตึกมงกุฎ-เพชรรัตน” นอกจากนี้ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่ทรงได้รับมรดกคือที่ดินและบ้านของพระบุพการี ณ จังหวัดปราจีนบุรี ก็ทรงพระกรุณาประทานกรรมสิทธิ์ให้แก่ทางราชการ เมื่อทางราชการได้ใช้สถานที่ดังกล่าวสร้างโรงพยาบาล ก็ไม่ทรงใช้พระนามของพระองค์เป็นนามโรงพยาบาลแห่งนี้ หากแต่โปรดประทานนามว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อเป็นเกียรติแก่พระบรรพบุรุษ......


อ้างอิง

พิมาน แจ่มจรัส, รักในราชสำนัก, โอเดียนการพิมพ์, 2510 ISBN 974-341-064-3

 พระมเหสี พระสนมเอก และ พระคู่หมั้น ใน รัชกาลที่ ๖ 

พระวรราชชายา สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา

พระวรราชเทวี พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี

พระนางเธอ พระนางเธอลักษมีลาวัณ

พระสนม พระสุจริตสุดา

พระคู่หมั้น พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

ดึงข้อมูลจาก "http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5".

หมวดหมู่: พระภรรยาในรัชกาลที่ 6 | พระราชวงศ์ไทย | บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2448 | บุคคลที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2528

สรุปก็คือวิกิพีเดีย


 เพลง โหมโรงมหาฤกษ์

ต้องแวะบ้านคุณ คีตพจน์ http://www.oknation.net/blog/tcmc  ค่ะ

จะได้ลึกซึ้งกว่านี้

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net