วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...เลือดตามสาย


คุณบริจาคเลือดแล้วหรือยัง?!

วันนี้ข้าพเจ้าไปบริจาคเลือดมาเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่ข้าพเจ้าพยายามที่จะบริจาคมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง หรืออาจมากกว่า

ครั้งที่ 1 ไม่สามารถบริจาคเลือดได้ เนื่องจากความดันต่ำ

ครั้งที่ 2 ไม่สามารถบริจาคเลือดได้เนื่องจากยังไม่พ้นระยะเลือดต่ำ หลังจากการมีประจำเดือนคือคุณผู้หญิงที่ประสงค์จะบริจาค สามารถบริจาคหลังจากมีประจำเดือนได้ 7 วันเป็นต้นไป

ครั้ง 3 ไม่สามารถบริจาคได้เนื่องจากกินยา (ข้าพเจ้ากินยาก่อนไป 2 วัน เค้าบอกว่าอย่างต่ำต้องสามวัน) แล้วมีหน้ามาพูดด้วยนะ ว่า"เราไม่ต้องการเลือดจากคนที่เป็นโรค" (ดูมัน - -* คนเค้าอุตส่าห์ตั้งใจ)

ครั้งแรกข้าพเจ้าไม่ตรวจที่ โรงพยาบาลใกล้บ้าน แต่ 2 ครั้งหลังข้าพเจ้าไปโรงพยาบาลนครปฐม และครั้งอื่นๆอีกประมาณ 2-3 ครั้ง ไปเนื่องจากไม่รู้เวลาที่เค้ากำหนด

แล้ววันนี้ความปรารถนา ความหวังของข้าพเจ้าก็ได้เป็นจริงสักที่ เพราะข้าพเจ้าดันทะลึงไปบนศาลเมื่อเรียนทับแก้วว่า ขอให้ผ่านอะไรสักวิชาข้าพเจ้าจำไม่ได้ แล้วจะบริจาคเลือดป็นการตอบแทน เพราะตอนนั้นมีความต้องการอยากทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง (ฉวยโอกาสซะเลย)

 แล้วมันก็ผ่านมานานหลายปีดีดัก เพิ่งมารู้ตัวก็ตอนใกล้จบ เพราะเจ้าที่เจ้าทางมาเตือน ข้าพเจ้าจึงตั้งใจว่า สามารถไปได้เมื่อไรข้าพเจ้าจะไม่รอช้า

จากนั้นมาจวบปีจนได้ทำตามตั้งใจ ด้วยอุปสรรคต่างๆกัน

1 นอนไม่พอ

2 ทำงาน

3 ประจำเดือน รวมเบ็ดเสร็จรวมจำนวนวันที่ไม่สามารถให้ได้ก็ประมาณ 13 วัน

4 ลืม..

ประเด็นท้ายสุดเป็นความขี้เกียจ + ลืมของข้าพเจ้าอย่างไม่แก้ตัวเลย เพราะบางครั้งข้าพเจ้าทำงานติดต่อกันทั้งเดือนไม่ได้พัก ไม่มีวันหยุด ว่างเมื่อไรขอขี้เกียจอยู่บ้านละกัน

แล้วตอนนี้ข้าพเจ้าก็ได้ทำที่ต้องการจนได้แม้จะไปแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลย

ข้าพเจ้าไปที่ร.พ.จุฬา เนื่องจากมี forward mail มาเยอะแยะมากมาย ว่าต้องการเลือดจำนวนมาก แล้วส่วนใหญ่ก็กรุ๊ป เอ ซึ่งตรงกับข้าพเจ้า บางครั้งข้าพเจ้าเกิดความแปลกใจและปลงอนิจจัง คนเราเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคประหลาดร้ายแรงมากมายขนาดนี้เลยหรือ

แล้วทางร.พ. ก็บอกให้ข้าพเจ้าไปอีกที่คือสภากาชาดตรงอังรีดูนังค์ ข้าพเจ้าก็ไปที่นั่น บริการดีเยี่ยม ข้าพเจ้าประทับใจมาก แล้วนอกจากนั้น ข้าพเจ้าเห็นผู้คนเดินผ่านมากมาย แต่ละคนดูมีความสุขยิ้มแย้มเป็นมิตร ไม่ว่าจะด้วยคนที่มาบริจาค หรือคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ ต่างไม่เรื่องมากวุ่นวาย ขั้นตอนก็แสนง่ายนิดเดียว มีบัตรคิวเหมือนไม่มี เพราะจำนวนบุคลากรและอุปกรณ์ต่างๆ เพียบพร้อมเพื่อการทำงานทั้งวันอย่างเต็มที่

ข้าพเจ้ามาครั้งแรก ใจหวั่นๆ เพราะไม่เคยเลย ลุ้นมากมายเหลือเกินว่าขอให้บริจาคได้ เพราะจากที่เคยตรวจ ข้าพเจ้าความดันต่ำ จึงพยายามเดินไปเรื่อย พยายามตื่นเต้น เพื่อให้ร่างกายปกติ (คิดไปเองหรือเปล่าไม่รู้) เมื่อเข้าตรวจกรุ๊ปเลือดและความดัน ข้าพเจ้าผ่านและสามารถให้เลือดได้!! ข้าพเจ้าดีใจมาก ผ่านซะที ต่อมาข้าพเจ้าลงทะเบียน แล้วขึ้นไปชั้น 2 ...

ข้าพเจ้ากดบัตรคิว แล้วมันก็เรียกร้องให้ข้าพเจ้าตรงเข้าห้องเพื่อบริจาคเลือดทันที ... ข้าพเจ้านอนลง พยาบาลสอบถามเป็นหนที่ 3 "ครั้งแรกหรือเปล่าคะ" "ใช่ค่ะ"

ถุงเลือด สาย เข็ม ลูกบอล พร้อมรบ!

ช่วงเวลาที่หวาดเสียวที่สุด หัวใจข้าพเจ้าสูบฉีดแรงที่สุด.... เข็มครับ!! พี่น้อง  

แม่เจ้า ! เข็มหรือท่อส่งน้ำฟะ น่ากลัวมากมาย  ไม่พอ...เจ้าหน้าที่นำเข็มนั่น มาสอดใต้ผิวหนัง..แล้วดันเข้าไป...ดันเข้าไป...ผิวหนังข้าพเจ้าโป่งตามรูปลักษณ์ของเข็ม โค้งนูนได้สัดส่วน

แล้วไม่กี่อึดใจ ...ข้าพเจ้าบีบลูกบอล ...ของเหลวสีแดงข้นก็ไหลไปตามสาย...เลือดกู!!

โอว ตื่นเต้น บวกประหลาดใจ ด้วยความกลัวว่าเราจะตาย หากเลือดไหลออกจากร่างกายในปริมาณที่มาก ข้าพเจ้าพยายามทำใจดีสู้เสือ ...ไม่หรอกๆ...ข้าพเจ้าพยายามหาจุดพักสายตา เพื่อจะได้ไม่ต้องสนใจมันมากนัก ข้าพเจ้าพยายามบีบเจ้าลูกบอลสีแดงไปเรื่อยๆ จนบางครั้งรู้สึกว่าเมื่อยก็พัก บีบ คลาย บีบ คลาย มองดูปริมาณที่ไหลออกมา มองดูข้างนอก ....แล้วบางอย่างก็เกิดขึ้น

..ข้าพเจ้ามึนหัว............รู้สึกชาที่สมอง......มือที่บีบไม่รู้สึก...ต้นแขนซ้ายที่เจาะอยู่...ด้านชาไปแล้ว...

"พี่คะ หนูมึนหัว"

ข้าพเจ้าหลับไปชั่ววูบ ก็รู้สึกว่ากลิ่นแอมโมเนียเข้าจมูก มันฉุนมากจนข้าพเจ้าต้องตื่น เจ้าหน้าที่รีบตัดสายและหยุดการบริจาคทันที ข้าพเจ้านอนพัก พร้อมกับเจ้าหน้าที่พูดปลอบใจ

"เป็นครั้งแรกก็สามารถเกิดอาการแบบนี้ได้ และใช่ว่าเมื่อคืนเรานอนเพียงพอแล้ว อาจจะเกิดจากอาการเหนื่อยสะสม คือนอนไม่พอมาหลายวัน ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะเลือดปริมาณนี้ก็โอเคอยู่ และคุณสามารถที่จะทำการบริจาคอีกครั้งได้อยู่"

เจ้าหน้าที่หยิบใบข้อควรปฏิบัติในการบริจาคเลือดให้ข้าพเจ้าอ่าน

1.นอนให้พอ7-8 ชั่วโมง โดยการนอนต้องนอนก่อน 24.00

2.ทานอาหารให้ครบทั้ง สามมื้อ และเป็นอาหารที่ไขมันน้อย

3.ควรดื่มน้ำก่อนและหลังบริจาคให้เพียงพอ

4.หากทานยาปฏิชีวนะ ไม่สามารถให้บริจาคได้

5.หากเกิดอาการหน้ามืด หรือวิงเวียนศีรษะให้นอนหรือนั่งลงทันที

*หมายเหตุ สามารถบริจาคเลือดได้ทุกๆ 3 เดือน พลาสมาได้ทุก 14 วัน

ข้าพเจ้าทบทวนความผิดพลาด แล้วเสียงหนึ่งในความทรงจำก็เกิดขึ้น

"นี่ที่รัก ถ้าเธอจะไปบริจาคเลือด ต้องไม่กินข้าวไม่ใช่หรอ"

"จริงงะ"

"จริงสิ เห็นเค้าบอกว่าต้องงดทานข้าวกี่ชั่วโมงเนี่ยแหล่ะจำไม่ได้"

"หรอ อืมๆ เค้าจะลองดูนะ"

...--*-- เป็นไงละ ข้าพเจ้าอดข้าวทั้งวัน ทานเพียงน้ำหวานเท่านั้น ผลที่ออกมาคือ ได้เลือดในปริมาณต่ำกว่าที่เขาต้องการ ตามมาด้วยอาการหน้ามืดเป็นของแถม

โทรไปด่าเลย แล้วคำตอบที่ได้มา "อ้าว หรอ" .......จบ. เวรกรรมของข้าพเจ้าแท้ๆ

ข้าพเจ้านอนอยู่อย่างนั้น จนแน่ใจว่าร่างกายอยู่ในสภาพปกติ จึงลุกเดินออกไปอีกห้อง และทานขนมกับน้ำหวานที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมพร้อมให้ และนั่งอยู่อีกนาน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอาการหลงเหลืออย่างแน่นอน

ข้าพเจ้ากำลังเดินทางกลับบ้าน อ่านใบเล็กๆที่ทางสภากาชาดยื่นมาให้ก่อนจากกัน มันเป็นกระดาษเล็กๆ ข้อความไม่ยาวนัก 

ข้าพเจ้าจำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้ แต่ชอบประโยคสุดท้ายมาก

"ขอให้ท่านรักษาสุขภาพที่แข็งแรงเช่นนี้ และหากท่านมีอายุเกิด 60 ปี ทางเราขออนุญาติให้ท่านงดการบริจาคเลือด เนื่องจากทางเราก็เป็นห่วงสุขภาพของท่านเช่นกัน"

ข้าพเจ้ายิ้ม ..ยิ้มเพราะความน่ารักของบุคลากรที่ให้บริการ ยิ้มทั้งความเป็นมิตรของเพื่อนร่วมชาติที่มาบริจาคเลือด ยิ้มให้กับชาวต่างชาติเพราะเค้าเองก็เป็นคนยื่นสิ่งที่ดีต่อเพื่อนร่วมโลก และยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อยก็ได้ทำอะไรบ้าง แม้จะไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม

อีก 3 เดือน เจอกัน....

ขอให้ทุกท่าน มีสุขภาพที่ดี เพื่อตัวท่านเอง และเพื่อคนรอบข้าง

โดย room8

 

กลับไปที่ www.oknation.net