วันที่ จันทร์ เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทุ่งรังสิตฉากชีวิตผู้ใหญ่ลีกับนางมา * ตอนที่ 3 *


" ทุ่งรังสิตฉากชีวิตผู้ใหญ่ลีกับนางมา * ตอนที่ 3 * "

เราได้คลายข้อสงสัยไปแล้วว่า เหตุใดผู้ใหญ่ลีกับนางมาจึงมีความผูกพันกับคลองมาก เรียกได้ว่ากิจกรรมทุกอย่างในเรื่องจะพูดถึงคลองตลอดเลยใช่ไหม

ในตอนนี้เรามาดูต่อกันนะว่า เหตุผลที่ท่านผู้อ่านบอกว่าชอบบรรยากาศท้องทุ่งในเรื่องนี้ มันมีที่มาที่ไปอย่างไร

 

 

ผู้ใหญ่ลีกับนางมาทำนาอยู่ที่ "เมืองแห่งข้าว"

ก่อนที่จะมีโครงการขุดคลองในพื้นที่ทุ่งรังสิต ในสมัยรัชกาลที่ 3 ก็ได้มีการขุดคลองแสนแสบและคลองสาขามาบ้างแล้ว ผู้คนเข้าไปอยู่อาศัยตามแนวคลองตั้งแต่ขุดคลองเสร็จใหม่ๆ แต่ก็มีไม่มากนัก และเรียกบริเวณนั้นว่า "ทุ่งแสนแสบ"

 

" รูปบ้านริมคลองแสนแสบสมัยก่อน "

 

ภายหลังเมื่อมีการขุดคลองอีกที่หนึ่งในพื้นที่ทุ่งรังสิต ผู้คนจึงอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณ ทุ่งแสนแสบ และทุ่งรังสิต กันอย่างขนานใหญ่ โดยเริ่มมาเข้าอยู่ที่ทุ่งแสนแสบก่อน แล้วไล่จากทางด้านใต้ ขึ้นไปทางด้านเหนือของทุ่งรังสิต

ตามที่มีการสำรวจกันได้ระบุว่าเมื่อปีพ.ศ.2431 หลังจากขุดคลองแสนแสบไปได้ 8 ปี บริเวณทุ่งแสนแสบต่อกับตอนใต้ของทุ่งรังสิตยังปรากฏว่ามีช้างป่าอาศัยอยู่ มีคนอยู่บ้างแต่ก็อยู่อย่างบางตา

แต่ถัดมาอีก 7 ปี  เมื่อกลับไปสำรวจพื้นที่แห่งนั้นอีกครั้ง กลับพบว่าพื้นที่กลายเป็นชุมชนที่อยู่ของชาวบ้าน และแหล่งเพาะปลูกไปแล้ว ส่วนช้างป่าได้ถูกขับไล่ จนถอยร่นออกไปยังพื้นที่อื่น

" ช้างป่าที่ฉะเชิงเทรา "

 

สาเหตุที่ทำให้คนหลั่งไหลเข้าไปในพื้นที่ทุ่งรังสิต อย่างมากมายและอย่างรวดเร็ว  นอกจากผลพวงจากความต้องการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ และการเลิกทาสที่ฉันเคยกล่าวมาบ้างแล้วข้างต้น ก็มีปัจจัยอื่นมาร่วมด้วยนะด้วยเช่น


- การที่ราคาที่ดินภายในกรุงเทพฯ ในขณะนั้นถีบตัวสูงขึ้น ทำให้คนต้องไปหาที่ทำกินแหล่งใหม่อย่างที่ทุ่งรังสิต ซึ่งขณะนั้นราคาที่ดินยังถูกอยู่

- หรือการที่ชาวนาที่อยู่ในเขตชายฝั่งทะเลตอนใต้ หนีปัญหาดินเค็มมาหาที่แห่งใหม่

- และอีกประการหนึ่งคือ เมื่อขุดคลองเสร็จแล้ว ชาวบ้านก็สามารถปลูกบ้านบริเวณสองฝั่งคลองที่เป็นเนินดินใหม่ได้ ไม่เหมือนกับในอดีตที่บริเวณนี้ จะมีแต่หนองบึง ถ้าจะสร้างบ้านได้ก็ต้องไปสร้างในบริเวณที่เป็นโคกซึ่งอยู่ไกลๆ กัน

คลองแปดวา (นอกจากขุดคลองแล้ว ต่อมาภายหลังริมคลองหลายสาย ก็มักจะทำถนนเลียบริมคลองคู่ขนานไปด้วย)

โดยให้ชื่อเมืองที่อยู่ในเขตทุ่งแสนแสบว่า "เมืองมีนบุรี" มีความหมายว่า "เมืองแห่งปลา"

ขณะเดียวกันให้ชื่อเมืองที่อยู่เขตทุ่งรังสิตว่า "เมืองธัญญบูรี" หมายถึง "เมืองแห่งข้าว"

ด้วยเหตุนี้ผู้ใหญ่ลีกับนางมาของเราจึงอยู่ใน เมืองแห่งข้าว เมื่อฉันรับรู้เรื่องนี้ครั้งแรก ฉันรู้สึกขนลุก รู้สึกถึงอดีตที่ยิ่งใหญ่ของที่นี่ในทันที...

" ทุ่งนาในเมืองแห่งข้าว "

เมืองธัญญบูรีตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2445 มีนายพันโทพระฤทธิจักรกำจร ราชองครักษ์ประจำการ เป็นผู้ว่าราชการเมืองคนแรก ในระยะแรกเมืองธัญญบูรีแบ่งเขตการปกครองเป็น 4 อำเภอ ด้วยกันคือ อำเภอเมือง อำเภอคลองหลวง อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา(อำเภอที่ตั้งที่เป็นฉากในเรื่องไง)

ประชากรที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในเมืองธัญญบูรีประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ มีทั้งนับถือศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม

ปัจจุบันคลองสิบเอ็ดก็ยังมีโบสถ์คริสต์ปรากฏให้เห็นนะ อยู่ระหว่างคลองสิบเอ็ดและคลองสิบสอง และพื้นที่อำเภอลำลูกที่ติดกับเขตหนองจอกก็เป็นชุมชนชาวมุสลิม

จำนวนประชากรที่อาศัยในเมืองธัญญบุรีขณะนั้น  มีประมาณ 35,000 คน ถ้าเทียบกับประชากรของประเทศในขณะนั้นที่มี 8 ล้านคน ถือได้ว่าเมืองธัญญบูรีเป็นเมืองที่มีขนาดไม่เล็กเลย

กระแสการอพยพเข้ามายังทุ่งรังสิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ปลูกข้าวในทุ่งแห่งนี้มากตามไปด้วยจนได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

ผลผลิตข้าวที่นี่ในขณะนั้นต่อปีสูงถึง 100,000 เกวียน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของผลผลิตข้าวในเขตภาคกลาง

ประกอบกับยุคนั้นหน่วยงานภาครัฐ มีความตื่นตัวเป็นอย่างมากมีโครงการรณรงค์ส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวเช่น ในปี พ.ศ.2449 ได้มีการนำเครื่องจักรไถนามาทดลองใช้เป็นครั้งแรกที่คลองหนึ่ง และในปีต่อมาก็จัดให้มีการประกวดพันธุ์ข้าวขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีการคัดเลือกพันธุ์ข้าว จนในที่สุดก็มีการจัดตั้งสถานีทดลองพันธุ์ข้าวที่รังสิต

แทบจะเรียกได้ว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของปลูกข้าวเลยก็ได้ สมกับที่ได้ชื่อว่า "เมืองแห่งข้าว" จริงๆ

" สมัยก่อนเราใช้ควายไถนา "

แต่ถึงกระนั้นทุ่งรังสิตก็มีควายเหล็กใช้งานกัน 

เป็นไง กับความไม่ธรรมดาของคนที่ทุ่งรังสิต...

ฉันจึงไม่แปลกใจเลย ที่ในหนังสือเรื่องผู้ใหญ่ลีกับนางมา ได้กล่าวถึงผู้ใหญ่ลีว่าเป็นคนหัวสมัยใหม่ใช้รถไถนา รถแทรกเตอร์ มาขุดดิน ไถนา และนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการทำนา

เพราะรัฐบาลได้ส่งเสริมเกษตรกรให้มีความรู้ความสามารถ ในงานเกษตรมาโดยตลอดนี่เอง

และก็คงเป็นเรื่องที่ลำบากเอาการอยู่ถ้าผู้ใหญ่ลีจะใช้วัวใช้ควายไถนา เพราะที่นาของบ้านผู้ใหญ่ลีมีนับร้อยๆ ไร่ ถ้าใช้ควายไถคงตัวดำปิดปี๋ เหมือนนายปื๊ดลูกชายจอมซนของแกนั่นแหละ คุณมาคงไม่ชอบแน่ อิ อิ.....

แม้ในขณะนั้นประเทศไทยยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศล้าหลัง แต่ในเรื่องการปลูกข้าวแล้วประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียง มีผลผลิตข้าวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกทีเดียว   ฟังดูยิ่งใหญ่ไหม...

" ชาวนาสมัยก่อน "

" รูปนาข้าว ที่คลองรังสิตในปัจจุบัน "

เมืองธัญญบูรีขึ้นกับมณฑลกรุงเทพ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 จึงมีการเปลี่ยนแปลงโดยโอนไปสังกัดมณฑลกรุงเก่า  กระทั่งปี พ.ศ. 2475 เมืองธัญญบูรีถูกลดฐานะลงเป็นอำเภอชั้นเอก โดยให้อำเภอเมืองหรืออำเภอรังสิตเดิมก็มาขึ้นกับจังหวัดปทุมธานี เรียกว่า อำเภอธัญบุรี

ท่านผู้อ่าน ถึงตรงนี้ฉันมีความรู้สึกว่าทำไม "ความเจริญ" ต่างๆ ที่เราได้มานั้นต้องแลกกับ "ความสูญเสีย" โดยเฉพาะเราต้องไปเบียดบังทรัพยากรธรรมชาติ ไปเสียทุกครั้งหรือ ? .....

แต่จะอย่างไรก็แล้วแต่ ในที่สุดทุ่งรังสิต ก็เป็นไปตามวัฎของมัน.....

ครั้นเมื่อทุ่งแสนแสบกับทุ่งรังสิตมีคนมาอยู่อาศัยมากขึ้น ก็จะมีอีกสิ่งที่ต้องตามมาเสมอคือ  ปัญหาสังคมด้านต่างๆ  (นี่คงเป็นผลกรรมที่เราต้องชดใช้จากการบุกรุกบ้านของสัตว์ป่ากระมัง)

ปัญหาที่เกิดในทุ่งรังสิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องความขัดแย้งในที่ดินทำกิน หรือปัญหาโจรผู้ร้าย ที่มีตั้งแต่คนอพยพมาใหม่ๆ และมีี่มากขึ้นทุกวัน

จนในที่สุดพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเขตทุ่งทั้งสอง ขึ้นเป็นเมืองใหม่สองเมืองคู่กันเพื่อให้ง่ายต่อการดูแล

ส่วนของอำเภอลำลูกกา ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของผู้ใหญ่ลี เมื่อไม่ได้ขึ้นกับเมืองธัญญบูรีแล้ว ก็ย้ายมาเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดปทุมธานีเช่นกัน

การปรับเปลี่ยนการปกครองในครั้งนี้ เพื่อให้เข้ากับระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เราเริ่มใช้กัน ใช่ว่าจะเป็นผลมาจากประชากรที่ทุ่งรังสิตอพยพออกนอกพื้นที่ หรือคนไม่ทำนากันแล้วนะ คนที่ทุ่งรังสิตเริ่มทิ้งคันไถ ภายหลัง ...หลังจากไทยอยากเป็น NIC หรือประเทศอุตสาหกรรมใหม่...ของทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง มีขึ้นย่อมมีลง เมืองธัญบูรี ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้

ถึงตรงนี้ผู้อ่านทุกท่านคงทราบแล้วนะ ว่าทุ่งรังสิตเกิดมาได้อย่างไร ทำไมที่นี่จึงมีคลองกันเยอะนัก ทำไมคนที่นี่จึงทำนากัน ฯลฯ

...ซึ่งเหตุการณ์ต่างที่เกิดขึ้นในหนังสือ ก็ล้วนแต่มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของทุ่งรังสิตทั้งสิ้น...

ฉันคิดว่าต่อไปเมื่อท่านผู้อ่านหยิบหนังสือเรื่องนี้ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ท่านก็จะสามารถซึมซับบรรยากาศต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเรื่องได้เป็นอย่างดี มีผลให้การอ่านเป็นไปอย่างสนุกสนาน

และที่สำคัญท่านจะมองเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ ที่ผู้เขียนได้พยายามบอกผ่านมาทางตัวละคร และฉากในเรื่อง ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ในตอนหน้า (ตอนที่ 4) ซึ่งจะเป็นตอนจบของเรื่องนี้แล้ว ฉันไม่อยากให้ท่านผู้อ่านพลาดเลย  เพราะฉันจะมาเฉลย ว่าเรื่องนี้ผู้แต่งมีแรงบรรดาลใจอย่างไรจึงเขียนเรื่องนี้  ตัวละครทุกตัวเป็นใคร มาจากไหน  และมารู้จักผู้เขียน(คุณกาญจนา นาคนันท์)กัน รับรองว่าทุกท่านจะเกิดความอบอุ่นในดวงใจ..........

จบตอนที่ 3

..................................

โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net