วันที่ อังคาร มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่าปล่อยให้การรอคอย...ย้อนรอยมาทำร้ายคุณ


ไม่อยากเชื่อว่าผ่านมาเป็นเวลาเกือบสามปีแล้วที่ดิฉันได้แต่รอคอย

ได้แต่เก็บความเจ็บปวดไว้ข้างในอยู่คนเดียว

เพราะดิฉันเองไม่ใช่คนกล้า เลยได้แต่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ามาโดยตลอด

จนมาถึงวันนี้จึงตัดสินใจได้ว่าจะไม่ยอมทนกับความเจ็บปวดอีกต่อไป

จะไม่ยอมให้การรอคอยกลับมาทำร้ายตัวเองอีก

...

...

ชิบูกิเลยตัดสินใจไปหาหมอฟันค่า

การไปหาหมอฟันนี่เป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใครนะคะ เคยได้ยินเรื่องเล่าว่าขนาดทหารผ่านศึกมาหลายสมรภูมิตาซ้ายบอดแขนขวาขาดขาหักสองข้าง(เอาเข้าไป)ยังตัวสั่นเวลาต้องไปนั่งเก้าอี้หมอฟัน แล้วนับประสาอะไรกับคนขี้ขลาดตาขาวขนาดดิฉัน ปกติหมอฟันจะแนะนำให้ไปตรวจปีละสองครั้ง แต่ดิฉันเล่นหมกไว้สามปี จนอาการเริ่มออก ปวดซี่โน้น เสียวซี่นี้ พอบ่นกับคนที่บ้านก็ไม่มีใครเห็นใจ มีแต่คนสมน้ำหน้า ก็เลยต้องแบกความอัปยศอดสูและความกลัวเข้ากระดูกคลานกลับไปซบเก้าอี้หมอฟันอีกครั้ง

พอไปหาหมอวันแรก(หาหมอฟันครั้งนี้เป็นไตรภาคค่ะ)ก็รีบออกตัวไว้ก่อนเลย

“หมอขา พอดี อ่า ครือว่าไม่ได้มาตรวจฟันสามปีแล้วน่ะค่ะ” เอิ๊ก

“อ้าว แล้วทำไมไม่มาล่ะครับ” หมอหันมาถามอย่างไม่สบอารมณ์เหมือนดิฉันทำผิดกฎสหประชาชาติ

“แฮ่...กลัวหมอฟันค่า” ตอนนี้ก็ถูกพยาบาลจับมัดบนเก้าอี้เรียบร้อยพร้อมกับเอาไฟส่องหน้าเหมือนสอบปากคำอาชญากรสงคราม

แล้วคุณหมอก็เริ่มเอาเครื่องมือแหลมๆเหมือนเครื่องทรมานยุคกลางมาจิ้มๆในปากแล้วก็บ่นไปด้วย “เฮ้อ...เกิดมาเป็นหมอฟัน มีแต่คนเกลียด ไม่มีคนรักบ้างเล้ย...”  

ตรวจอยู่พักใหญ่ก็ได้ผลสรุปออกมาว่า ต้องทำรากฟันค่ะ

เปรี้ยง เหมือนฟ้าผ่าลงกลางดวงใจน้อยๆอันบอบช้ำ

ขออธิบายเป็นวิทยาทานให้กับบุคคลผู้ขยันไปตรวจฟันทุกปีจนชีวิตนี้ด้อยโอกาสไม่เคยทำรากฟันเหมือนดิฉัน

การทำรากฟันตามที่คุณหมออธิบายมาก็คือ การที่ฟันของมนุษย์ผู้หนึ่งผุถึงรากถึงโคนจนเกินการเยียวยาด้วยวิทยาการแพทย์ เหลือวิธีรักษาเพียงอย่างเดียวคือขุดเอาเส้นประสาทฟันขึ้นมาทั้งหมด เสมือนว่าฟันซี่นั้นได้ตายไปจากชีวิตของเราแล้ว

และที่สำคัญการทำรากฟันไม่ได้ทำครั้งเดียวเสร็จ อย่างน้อยต้องสามครั้งค่ะ นี่แหล่ะไตรภาคสยองขวัญ

เริ่มการทำฟันด้วยขั้นตอนเดิมของดิฉัน

“หมอขา อัดยาชามาเลยค่ะ เอาสองเข็มเลยค่ะ” (ใครอ่านเรื่องเมื่อชิบูกิไปยันฮีแล้วบ้าง หุๆ)

หลังจากนั้นก็ไปนั่งรอสงบสติอารมณ์ให้ยาชาออกฤทธิ์ พอเริ่มชาจากปากไปถึงหูก็ถึงเวลาทำฟันในที่สุด

ตอนทำรากฟันครั้งแรกดิฉันกับคุณหมอยังไม่คุ้นเคยกันนัก จะเปรียบเทียบก็เหมือนเป็นแฟนกันใหม่ๆ เกรงใจกันไปหมด คนไข้เจ็บก็ไม่กล้าบ่น หมอจะให้คนไข้หันซ้ายหันขวาก็ค่อยๆบอก พอจะกรอฟันก็เตือนก่อน ข้าวใหม่ปลามันจริงๆ

พอมาทำเป็นครั้งที่สามนี่ หมอยังไม่ทันจะเริ่มคนไข้ก็ดิ้นพราดๆแล้ว ส่วนคุณหมอก็ไม่บอกให้หันซ้ายขวาแล้วค่ะ จับหันตามใจตัวเองเลย และที่สนิทกันมากที่สุดก็คือ...เอาถาดเครื่องมือมาวางบนพุงดิฉันเสียเลยเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้...

เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อกี๊เองค่ะ เลยหยิบเรื่องใกล้ตัวมาอัพด้วยความหมดมุก

ยังเหลือต้องไปครอบฟันอีกหนึ่งครั้งเป็นอันเสร็จพิธี

ขอแนะนำสำหรับผู้ที่กลัวหมอฟันแต่ต้องไปทำฟัน

เอาอุปกรณ์ฟังเพลง ซีดี เอ็มพีสามต่างๆติดไปด้วยเลยค่ะ

ที่จริงในโรงพยาบาลฟันจะมีเพลงคลาสสิค นิวเอจ เปิดให้คนไข้ได้ผ่อนคลายความกลัว แต่ดิฉันขอฟันธงว่าผิดวัตถุประสงค์มากมาย เพราะเพลงที่ดีคือเพลงที่สามารถกลบเสียงสว่านของหมอได้

เพลงที่ไม่ควรฟังระหว่างทำฟัน

 

 

เพลงที่ควรฟังระหว่างทำฟัน

 

หรือใช้ตัวช่วย

เพลงวันนี้เลือกเพลง Bleeding Love มาเปิดค่ะ ฮือๆ ยังเลือดซิบๆอยู่เลย

โดย shibuki

 

กลับไปที่ www.oknation.net