วันที่ พุธ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักข่าวอาสา ในวันนักข่าว 5 มีนาคม 2551


ช่วงนี้เจ้าเรือนมีโอกาสดีที่ได้เจอเพื่อนๆพี่ๆน้องๆสื่อมวลชน "คนข่าว" ตัวจริงเสียงจริงหลายๆท่าน

ที่ได้แวะเวียนมาพบเจอและได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่ง"นักข่าวอาสา"อย่างเจ้าเรือนก็ได้มีโอกาสสัมผัสการทำงานของ "นักข่าวมืออาชีพ" จริงๆแบบใกล้ชิด ซึ่งก็ได้รับประสบการณ์มากมาย

นอกเหนือจาก "นักข่าวมืออาชีพ"จากเครือเนชั่น และสื่อส่วนกลางอื่นๆแล้ว เจ้าเรือนยังได้มีโอกาสร่วมงานกับทีมงานและนักข่าวมืออาชีพจากสถานีโทรทัศน์สาธารณะไทยพีบีเอส ที่ได้ยกทีมข่าวจากส่วนกลางและศูนย์ข่าวภาคเหนือมาทำรายการข่าวเกี่ยวกับปัญหา "ผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่" และจัดเสวนาระดมความคิดเห็นผ่านรายการ"เวทีประชาชน"

นอกเหนือจากการที่เจ้าเรือนได้มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับ "นักข่าวมืออาชีพ" เจ้าเรือนในฐานะ "นักข่าวอาสา" และได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆมากมาย และหนึ่งในประเด็นที่หยิบยกมาคุยนอกเหนือจากเรื่องปัญหาผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่แล้ว ก็คือเรื่องการเป็น "นักข่าวอาสา"หรือว่า"นักข่าวภาคพลเมือง"ของเจ้าเรือน ซึ่งใช้สื่ออย่าง "บล็อกโอเคเนชั่น" บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเชียงใหม่อย่างต่อเนื่องและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จนทำให้นักข่าวมืออาชีพ "แอบทึ่ง"(จากคำบอกเล่าของป้าๆคณะทำงาน) ในการประสานงานและการจับประเด็นข่าวที่ไม่คิดว่า "นักข่าวอาสา" จะทำให้เรื่องที่อยู่ "นอกกระแส" กลับกลายมาเป็นที่วิภาควิจารย์รู้กันโดยทั่วไป

หลังจากที่รายการ "เวทีประชาชน" บันทึกเทปเสร็จที่ลานดอกแก้ว วัดเกตการามแล้ว เจ้าเรือนก็ได้รับการเชิญจากทีมงานข่าวไทยพีบีเอสสัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปของข่าวเรื่องผังเมืองว่าเป็นมาอย่างไร

...

เจ้าเรือนก็เล่าเท้าความถึงบทความที่คุณ Dogstar ได้เขียนถึงเรื่องวัดเกตและปัญหาผังเมืองตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว แต่เรื่องราวส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไหร่ เนื่องด้วยคุณ Dogstar ถนัดในการเล่าเรื่องและไม่ค่อยชำนาญในการนำเสนอเนื้อหา อีกทั้งด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นมันมากมายและซับซ้อนมากเกินกำลังที่คุณ Dogstar จะเล่าได้ครอบคลุมและครบถ้วนทุกประเด็น

ด้วยความที่บ้านคุณ Dogstar และเรือนปากกา อยู่ในละแวกเดียวกันและมีโอกาสได้พบปะกันเมื่อครั้งมีตติ้งเล็กๆที่จัดขึ้นที่หอศิลป์ มช.และมีการประสานงานกันเรื่อยมา เจ้าเรือนจึงได้เข้าไปรับรู้ถึงปัญหาและตัดสินใจช่วยเหลือเนื่องจากปัญหามันใหญ่และหนักหนาเกินกำลังบล็อกเกอร์เพียงคนเดียวจะทำได้ เจ้าเรือนจึงได้รวบรวมประเด็นปัญหา ข้อเรียกร้อง และได้มีโอกาสได้พูดคุยและซักถามความคิดเห็นชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาก "ร่างผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่"

ซึ่งได้รับการบอกเล่าให้ฟังว่ามีสื่อท้องถิ่นและสื่อส่วนกลางเคยยิบยกเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นข่าว แต่เนื่องด้วยระยะเวลา และความซับซ้อนของปัญหา จึงทำให้เรื่องเงียบลงไป

เมื่อรวบรวมข้อมูลได้ระดับหนึ่ง จึงได้นำเรื่องราวไปปรึกษากับ "พี่ชาลีบลูฮิลล์" ในฐานะบล็อกอิดิเตอร์ผู้ชำชองวิทยายุทธ์วงการสื่อทั้งโลกน้ำหมึกและโลกไซเบอร์ ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างมากในการรวบรวมประเด็นการทำข่าว อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำเรื่องวิธีการนำเสนอ การประมวลข้อมูล ที่จะใช้ในการจับประเด็นข่าว รวมทั้งประสานงานในส่วนของนักข่าวส่วนกลางและนักข่าวภูมิภาคเพื่อที่จะให้ลงพื้นที่และร่วมกันทำข่าว

พร้อมกันนี้เจ้าเรือนได้ปรึกษาบล็อกเกอร์อาวุโส บล็อกเกอร์นักข่าวทั้งนักข่าวมืออาชีพและนักข่าวอาสาด้วยกันเอง รวมทั้งประสานงานผ่านสื่อท้องถิ่นในส่วนที่เจ้าเรือนรู้จักและสนิทสนมโดยส่วนตัว เพื่อที่จะประมวลเนื้อหาและแบ่งคัดออกมาเป็นตอนๆ ซึ่งการข่าวและการประสานงานภาคนักข่าวอาสาต้องขอยกเครดิตทั้งหมดให้กับ"มวลสมาชิกบล็อกเกอร์โอเคเนชั่น"ทั้งหมด ที่ทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นขึ้นมาในสังคม

รวมทั้งที่มีการนำเอา อีเมล์ จดหมายข่าว และเนื้อหาในประเด็นปัญหาผังเมืองฯ ไปเสนอต่อยอดกับทางกองบรรณาธิการของสื่ออื่นๆ และสมาคมนักข่าวฯ โดยเพื่อนบล็อกเกอร์หลายๆท่านที่สนับสนุน ให้การช่วยเหลือ รวมทั้งผลักดันเรื่องนี้ให้รู้กันโดยทั่วไป พร้อมกับบล็อกเกอร์โอเคเนชั่นภาคเหนืออีกหลายๆท่านร่วมกันผลิตเนื้อหาในประเด็นนี้ ตามความถนัดและหลากหลายรูปแบบการนำเสนอร่วมกันกับเจ้าเรือน

แรงกำลังการสนับสนุนหลักจากสื่อส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อ "เครือเนชั่น" ที่ให้การตอบรับ และได้นำเสนอประเด็นปัญหาผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ไปต่อยอด และออกนำเสนอในทุกสื่อที่มีของเครือเนชั่น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์คมชัดลึก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฯลฯ รวมทั้งรายการทั้งทางสื่อโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตในเครือเนชั่น ทำให้สื่อส่วนกลางอื่นๆ ตามประเด็นนี้มาถึงที่บล็อกและมีการต่อยอดในอีกหลายๆฉบับ และหลายๆเว็บไซต์

เจ้าเรือนตัวคนเดียวคงทำไม่ได้ถ้าไม่มี บล็อกเกอร์โอเคเนชั่น และเพื่อนๆพี่ๆน้องๆสื่อมวลชน ที่คอยสนับสนุนและผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นในสังคม ต้องขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยหัวใจอีกครั้ง

...

หลังจากที่บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้ทีมงานไทยพีบีเอสได้ฟัง เลยทำให้ทางทีมข่าวฯสนใจและอยากจะนำเอาการทำงานข่าวในฐานะของ "นักข่าวภาคพลเมือง" ของเจ้าเรือนไปนำเสนอออกทางสื่อกลางเนื่องในวาระ "วันนักข่าว" 5 มีนาคม 2551 ทางสถานีโทรทัศน์สาธารณะไทยพีบีเอส

ซึ่งเจ้าเรือนได้รับการทาบทามให้เล่าถึงการทำงานของเจ้าเรือนในภาค "นักข่าวอาสา" ว่ามีที่ไปที่มาเป็นอย่างไร รวมทั้งกิจวัตรและการใช้ชีวิตของเจ้าเรือน ทั้งในภาคการทำงานประจำและการทำงานภาคนักข่าวอาสา โดยทีมงานไทยพีบีเอสเข้ามาบันทึกภาพและเกาะติดเจ้าเรือนถึงที่เรือนปากกาเลยทีเดียว

พร้อมกันนี้ก็ได้ "น้องเม็ดฝ้าย" เจ้าหนูจอมพลังหนังสือพิมพ์อ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะพิราบน้อยนักข่าวเยาวชนรุ่นที่ 10 เป็นตัวแทนของสื่อภาคเยาวชนและอนาคตนักข่าว มาบอกเล่าเรื่องราวของการเป็น "นักข่าวภาคพลเมือง" รุ่นเยาว์ รวมทั้งการทำงานภาคสื่อสารมวลชนที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่านักข่าวมืออาชีพ รวมทั้งบทบาทการเป็นอาสาสมัครและนักกิจกรรมของ "น้องเม็ดฝ้าย" ที่เจ้าเรือนอยากให้ทุกๆท่านได้ติดตามชม โดยทีมงานไทยพีบีเอสได้ยกไปบันทึกเทปถึงค่ายอาสาพัฒนาเยาวชนที่ "น้องเม็ดฝ้าย" กำลังทำหน้าที่เป็น "ครูอาสาสมัคร" หลังจากที่เพิ่งสอบเสร็จมาหมาดๆ (สมเป็นเจ้าหนูจอมพลังจริงๆ)ซึ่งจะออกอากาศพร้อมกันกับเจ้าเรือนในวันที่ 5 มีนาคม 2551 นี้

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
pen

...

เชิญบล็อกเกอร์โอเคเนชั่น ร่วมพูดคุยนอกรอบ นัดกระชับมิตรที่เชียงใหม่

โดย pen

 

กลับไปที่ www.oknation.net