วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สถานการณ์ทางการเมืองที่จะมีผลต่อการลงทุน ...คำต่อคำของผู้นำพันธมิตร


คำต่อคำ 5 แกนนำพันธมิตรแถลงจุดยืน

1. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง

จากการประชุมคราวที่แล้วเราได้ตอบปัญหาทุกปัญหากับสื่อมวลชน ปัญหาหนึ่งก็คือ ตั้งคำถามว่า ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไปเราจะทำอะไร เมื่อไร ที่ไหน ขอยืนยันตรงนี้อีกทีหนึ่งนะครับว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นทำตามสถานการณ์ ไม่ได้ทำตามใจ ถ้าทำตามใจเราจะกำหนดไปเลยว่าวันไหน เวลาไหน เราจะทำอะไร แต่นี่เมื่อสถานการณ์เพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงไป เราก็เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็เช่นกันที่เราได้ออกแถลงการณ์ไปนี้เป็นการทำตามสถานการณ์ และเรายังยืนยันนะครับว่าเราจะต่อต้านทุกรูปแบบที่เราจะร่วมกันกับประชาชนทั่วๆ ไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง และเพื่อยุติวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอยู่ในขณะนี้ จึงขอทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่งว่า สาเหตุที่เราไม่ได้บอกตั้งแต่คราวที่แล้วว่าวันไหน เวลาไหน เราจะทำอะไร เพราะว่าเราทำตามสถานการณ์

จะเห็นชัดนะครับว่าการดำเนินการของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่แล้วๆ มานั้น ต่างคนต่างไปรวบรวมข้อมูลมาและเมื่อถึงวันที่เรานัดประชุมก็มาแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน ว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เราจะทำอะไรต่อไป เราจะทำอย่างนี้ทุกครั้งๆ ตลอดไปครับ เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราแถลงมานั้นเราได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้ว ไตร่ตรองแล้ว ไม่ใช่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจเราก็หาไม่ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญครับ

2. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

ผมอยากจะกราบเรียนสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า รัฐบาลของสมัคร สุนทรเวช ได้สมคบกับระบอบทักษิณ แล้วเก็บอาการไม่อยู่ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 176 กำหนดไว้ว่า คณะรัฐมนตรีจะบริหารราชการแผ่นดินได้ก็ต่อเมื่อได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา จากนั้นจึงจะบริหารประเทศชาติบ้านเมืองได้ ปรากฏว่ามีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 18 , 19 , 20 ซึ่งผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ด้วย พอวันรุ่งขึ้นก็ออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายเลย ยังไม่ทันบริหารงานเลย แสดงให้เห็นการลุแก่อำนาจ การบ้าอำนาจของหุ่นเชิดและระบอบทักษิณ และผมอยากจะเรียนว่า ในคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วยท่านประธานศาลฎีกา ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด และตุลาการอาวุโสทั้งหมด 7 ท่าน รวม 9 ท่าน ได้มีสำนวนในคำวินิจฉัยตอนหนึ่งว่า ขออนุญาตอ่านให้สิ้นกระแสความเลยนะครับเพื่อจะเป็นการลบล้างคนอย่างนายสมัคร สุนทรเวช คนอย่างนายจักรภพ เพ็ญแข ที่บอกว่า ทีรัฐบาลอื่นย้ายข้าราชการสำคัญไป ไม่เห็นพูดอะไรเลย

ในหน้า 152 ของเอกสารเล่มนี้ เอกสารคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ข้อ ก.กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ คุมอำนาจตัดสินใจสั่งการแต่ผู้เดียว ทำลายระบบคุณธรรม ก่อให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การบริหารงานของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ อำนาจการบริหาร สั่งราชการ และการตัดสินใจในการดำเนินนโยบายใดๆ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ผู้เดียว รัฐมนตรีของรัฐบาลมีส่วนร่วมในการตัดสินใจน้อยมาก นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคไทยรักไทย เป็นจำนวนเสียงข้างมากโดยเด็ดขาด ก็ตกอยู่ภายใต้การครอบงำสั่งการของ พ.ต.ท.ทักษิณ และผู้ใกล้ชิด เป็นผู้กำหนดทิศทางและแนวทางในการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนประเด็นเรื่องการทำลายระบบคุณธรรมก็มีผลสืบเนื่องจากพฤติกรรมที่แสดงออกโดยชัดแจ้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ เอง"

ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญๆ ของกองทัพ ตำรวจ และข้าราชการประจำ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ระบบอุปถัมภ์ ไม่ได้ใช้ระบบคุณธรรม ไม่คำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และอาวุโส เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในหมู่ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ว่าการจะให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้ง ให้ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งสำคัญนั้น ต้องวิ่งเต้นเข้าหาผู้มีอำนาจทางการเมือง โดยอย่างยิ่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ หรือภริยา บรรดาญาติพี่น้องของผู้ใกล้ชิด ของบุคคลทั้งสอง อันเป็นการแสดงให้เห็นพฤติกรรมแห่งการทำลายระบบคุณธรรม คุณงามความดี สร้างความแตกแยกในหมู่ราชการทุกภาคส่วน การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวนี้มิใช่เป็นการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด"

สรุป รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช หุ่นเชิดของทุนนิยมสามานย์โดยระบอบทักษิณ ขณะนี้กำลังฟื้นการทำลายศักดิ์ศรีของข้าราชการ ดังเช่นการฟื้นในอดีต ซึ่งคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน เป็นประวัติศาสตร์ของชาติบ้านเมืองแล้ว รัฐบาลชุดนี้กับระบอบทักษิณนี่สามานย์มากครับ

3. พิภพ ธงไชย

สำหรับผมเอง หัวใจในการแถลงในวันนี้ ซึ่งรายละเอียดอยู่ในคำแถลงการณ์ ผมคิดว่าหัวใจสำคัญก็คือ เราทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็จะไม่ยอมขึ้น ถูกขึ้นสู่ศาลยุติธรรมในคดีต่างๆ เพราะฉะนั้นความพยายามต่างๆ ได้เห็นชัดเจน ตั้งแต่การย้ายข้าราชการซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ แต่ที่สำคัญก็คือจะทำในสิ่งซึ่งประชาชนจะคาดไม่ถึง นั่นก็คือ จะหาทางยกเลิกคำสั่งของ คมช.ทั้งหมด เพื่อให้คำสั่งทั้งหมดที่นำตัวคุณทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถูกยกเลิกไป นั่นก็คือทำให้มีการยกเลิกคดีต่างๆ เพราะฉะนั้นแผนของคุณทักษิณวันนี้ก็คือ ถ้าสามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ จะแก้ เพื่อมีผลต่อการยกเลิกคำสั่งของ คมช. 2. ถ้าสามารถออกกฎหมายโดยไม่แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การยกเลิกคำสั่งของ คมช. เพื่อไม่ให้คุณทักษิณต้องเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณทักษิณบอกว่าต้องการพิสูจน์ตัวในกระบวนการยุติธรรม เพราะเชื่อว่าตัวเองบริสุทธิ์ ไม่เคยฉ้อราษฎร์บังหลวง ดังคำสัมภาษณ์ล่าสุด

ผมคิดว่าคุณทักษิณก็ต้องให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ แต่ไม่ใช่พยายามที่จะจัดการทางการเมือง พยายามที่จะออกกฎหมายต่างๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และโดยทางจิตวิทยาก็เป็นที่รู้กันว่า คุณทักษิณคงไม่สามารถควบคุมอารมณ์และจิตใจในการที่จะไปขึ้นศาลในคดีต่างๆ อันนี้ก็สำคัญมาก เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่คุณทักษิณจะขึ้นศาล เพราะฉะนั้นคุณทักษิณอาจจะทำในสิ่งที่ประชาชนคาดหมายไม่ถึง

ถึงที่สุดแล้ว ในประวัติศาสตร์ของสังคมไทย รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร เคยรัฐประหารรัฐบาลของตัวเอง วันนี้จึงอยากจะเตือนเรื่องนี้ว่าโอกาส ถ้าไม่สามารถทำกระบวนการต่างๆ ตามกฎหมายได้ อาจจะถึงขั้นนั้น เพราะฉะนั้นหน้าที่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็คือเตือนเรื่องนี้

อันที่สอง เราไม่ได้ไปสนับสนุน คมช.หรือคำสั่งของ คมช.ในการตั้ง คตส. ที่เอาคดีความ หาข้อมูลเพื่อนำคุณทักษิณสู่ศาล เพราะว่าความรู้สึกของสังคมและพันธมิตรฯ เอง ในก่อนที่จะมีการรัฐประหาร ได้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว และตัวท่านนายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี มีการกระทำซึ่งส่อไปสู่การผิดกฎหมาย และมีนโยบายที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นการที่ คมช.ได้ตั้ง คตส.ขึ้นมา ซึ่งไม่ได้เป็นองค์กรที่จะตัดสินความถูกผิด แต่เป็นองค์กรที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานซึ่งประชาชนรู้สึกอยู่แล้ว ในช่วงที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้นเราจึงจะคัดค้านทุกวิถีทาง ถ้าคุณทักษิณพยายามทำสิ่งต่างๆ ที่อาจทั้งเหนือความคาดหมาย หรืออาจจะใช้ระบบรัฐสภา เพื่อนำไปยกเลิกคดีความต่างๆ เพื่อไม่ให้คุณทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ถึงแม้ว่าคดีบางคดีเข้าสู่ศาลแล้ว ถ้าออกกฎหมายและพระราชบัญญัติใดๆ เพื่อยกเลิกแล้ว ศาลก็จำเป็นจะต้องถอนคดีออก เพราะฉะนั้นวันนี้จึงอยากเรียกร้องให้คุณทักษิณ ซึ่งประกาศอยู่เสมอว่าตัวเองบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เคยทุจริตคอร์รัปชั่น ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสง่าผ่าเผย และต่อสู้อย่างชอบธรรมทั้งสองฝ่าย ให้ประชาชนได้รับรู้ ผมคิดว่าถึงเวลานั้นถ้าคุณทักษิณสามารถหลุดจากคดีทั้งหมดโดยไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยไม่มีการออกกฎหมายลบล้างกระบวนการยุติธรรม ผมคิดว่าคุณทักษิณสามารถจะกลับมาเล่นการเมืองได้อย่างสง่าผ่าเผย เพราะฉะนั้นวันนี้จึงอยากจะเตือนว่า ถ้าไปทำลายกระบวนการยุติธรรม สังคมจะเข้าสู่กลียุคจริงๆ ครับ

4. สมศักดิ์ โกศัยสุข

ประเด็นที่สำคัญก็อยากจะเรียกร้องต่อพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนให้เห็นว่า บทบาทหน้าที่สำคัญของประชาชนชาวไทยคือการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ นี่ก็บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปรากฏการณ์ที่ผ่านมาผมคิดว่า ไม่ว่าจะตามคำแถลงการณ์ หรือสื่อมวลชนหลายฉบับ ก็เห็นชัดว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เข้ามาบริหารประเทศตามที่ได้แถลงนโยบายเอาไว้ และได้เร่งรัดในการที่จะจัดทำเพื่อปกป้อง ฟอกผิด และเพื่อประโยชน์ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างชัดเจน เราจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายอะไรที่กล่าวมาแล้ว ฉะนั้นในเหตุการณ์เช่นนี้ก็เป็นตัวยืนยันชัดเจนว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลนอมินีจริงๆ

ดังนั้นที่สำคัญที่สุด เมื่อเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่จะต้องติดตามเรื่องนี้ จะเห็นเรื่องการเอาบ่อนเสรี เอาหวยบนดินขึ้นมา ไม่ได้มีในนโยบายที่แถลงไว้ว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องจัดทำภายใน 1 ปี ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ และในการที่จะออกมาตรวจสอบเรียกร้องที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็อยากจะเรียกร้องต่อพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มว่า ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของบุคคลใด คณะใดคณะหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน เพราะว่าเรากำลังทำให้มีการเกิดการตรวจสอบที่ถูกต้องเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ของประชาชนทุกคน กับผลประโยชน์ของส่วนบุคคลว่าความถูกผิดนั้นเป็นอย่างไร ฉะนั้นเราก็ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมนั้นปราศจากการแทรกแซง ผมคิดว่าถ้าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศมีความเห็นเรื่องประโยชน์ส่วนรวมร่วมกัน กระบวนการเหล่านี้ก็จะสามารถผลักดันให้เดินไปได้ ที่จะไม่ให้รัฐบาลนอมินีเข้าไปแทรกแซงต่อไปอย่างเด็ดขาดครับ

5. สนธิ ลิ้มทองกุล

ในส่วนของผมนั้น ผมเห็นด้วยและยังยืนยัน ผมขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีการบิดเบือนหรือแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรม อยากจะให้มีความกล้าหาญเหมือนที่ผมโดนบ้าง ในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ผมโดนระบอบทักษิณดำเนินคดีกับผมในศาลหลายๆ กรณี และผมก็ไม่เคยใช้อภิสิทธิ์ และผมก็เดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรี เมื่อผมแพ้ในศาลขั้นต้นผมก็อุทธรณ์ต่อในศาลอุทธรณ์ และถ้าผมแพ้ในศาลอุทธรณ์ ผมก็จะฎีกาต่อ ถ้าผมแพ้ในศาลฎีกา ผมก็พร้อมจะเดินเชิดหน้าเข้าคุกอย่างสง่าผ่าเผย ผมอยากให้คุณทักษิณ ชินวัตร มีความกล้าหาญ มีความเป็นลูกผู้ชายโดยที่ไม่ต้องมาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใด

เรื่องที่ 2 ผมอยากจะฝากบอกเพื่อนสื่อมวลชนให้ลองลำดับเหตุการณ์ดูสักนิดหนึ่ง แล้วจะเข้าใจทุกอย่าง กระบวนการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นได้ถูกวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เริ่มจากการมีกระบวนการ นปก.เพื่อที่จะมารุกไล่ และจาบจ้วง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ถึงขั้นที่จะบุกรุกเข้าไปที่หน้าบ้าน แล้วไปก่อเหตุจลาจล หลังจากนั้นก็มีการเลือกตั้ง เมื่อเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว บางท่านใน กกต.ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างสุจริต ซื่อสัตย์ อย่างเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว แม้กระทั่งมีหลักฐานที่แน่ชัด ก็ยังบิดเบือนหลักฐานไป ไปเป็นอีกรูปคดีหนึ่ง เมื่ออำนาจต่างๆ เหล่านี้มาแล้ว เหตุการณ์ก็นำต่อไปสู่กรณีการให้ใบแดงคุณยงยุทธ ติยะไพรัช การให้ใบแดงคุณยงยุทธ ติยะไพรัช นั้นถูกดึงเกมออกไปอย่างน่าเกลียด ทั้งๆ ที่คุณยงยุทธถูกสอบอยู่ในขณะนั้น กกต.ไม่ควรจะรับรอง แต่ก็มีการรับรอง แสดงเจตนารมณ์ถึงต้องการให้คุณยงยุทธ ไปเป็นประธานรัฐสภาอย่างเห็นได้ชัด

แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วหลักฐานพิสูจน์ชัด ก็ไม่มีทางเลือก ผมอยากให้สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตสักนิดหนึ่ง วันศุกร์ เป็นวันที่คุณยงยุทธ ในฐานะประธานรัฐสภา และคุณนพดล ปัทมะ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บินไปพบคุณทักษิณ ที่กรุงปักกิ่ง เข้าใจว่าคงจะไปรายงานว่า กรณี กกต.นั้นไม่น่าจะมีปัญหา วันอังคาร กกต.ตัดสินให้ใบแดงด้วยคะแนน 3 ต่อ 2 ทำให้คุณยงยุทธ โดนใบแดง คืนวันอังคารนั้น คุณทักษิณให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส หน้าตาดูออกได้ทันทีเลยว่ามีทุกข์ เพราะไม่ได้คิดว่าคุณยงยุทธจะโดนใบแดง แต่เหตุการณ์นั้นได้ถูกปูพื้นมาเรียบร้อยแล้ว ให้กลับ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องทำเรื่องทำราวให้กลับ ให้ดูยิ่งใหญ่ มหึมา เข้ามาเหยียบแผ่นดินไทยแล้วก็ประกาศว่าไม่เล่นการเมือง

ในที่สุดแล้ว จากการไม่เล่นการเมืองแต่คุณทักษิณก็ได้ไปให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ซึ่งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เอามาลง พ่อแม่พี่น้องสื่อมวลชนไปลองอ่านดูสิครับ เมื่อลองอ่านดูแล้ว คุณทักษิณได้พูดถึงสถาบันๆ หนึ่ง ว่าเป็นสุดยอด ยอดสูงสุด เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด อยากจะให้ดูและให้สื่อมวลชนใช้วิจารณญาณดูว่านี่เป็นลักษณะของคนที่เลิกการเมืองหรือไม่ ผมจึงอยากจะเรียกร้องให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนให้รู้ว่า เหมือนอย่างที่คุณพิภพพูด ผมเกรงว่าจะมีการยั่วยุประชาชน แล้วใช้อำนาจ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อที่จะประกาศยึดอำนาจตัวเอง แล้วใช้เวลานั้นเป็นเวลาที่เปลี่ยนและผ่องถ่ายผู้นำกองทัพทั้งหลาย

แต่ผมจะเรียนให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทราบ ว่าเรื่องพวกนี้สิ่งซึ่งเราสู้มาตลอด เราไม่ได้รังเกียจคุณทักษิณ คุณทักษิณจะกลับมาประเทศไทย เรายินดี คุณทักษิณอยากจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะคุณทักษิณพูดมาตลอดเวลาว่า คุณทักษิณนั้นบริสุทธิ์ ยินดีต่อสู้คดีในศาล ถ้ายินดีต่อสู้คดีในศาลก็ต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ท่านรัฐมนตรีสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ท่านเข้ามายังไม่ได้ทันนั่งบนเก้าอี้ แล้วเรียกประชุมท่านอดีตอธิบดีสุนัย อธิบดีดีเอสไอ ว่างานมีอะไรบ้าง ท่านเซ็นคำสั่งย้ายคุณสุนัยไปทันที เพราะฉะนั้นแล้ว นักการเมืองมีสิทธิโยกย้ายข้าราชการประจำไหม คำตอบว่า มี แต่การโยกย้ายนั้นต้องมีความชอบธรรมและอธิบายได้ กรณีท่านอธิบดีสุนัยนั้นอธิบายไม่ได้ แล้วไปเอา พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง กลับเข้ามา แทนที่จะดันคนซึ่งเป็นรองอธิบดีขึ้นมา โดยอ้างว่ารองอธิบดีนั้นชำนาญเรื่องกฎหมาย อธิบดีดีเอสไอ สมควร หรือไม่สมควร ที่จะรู้เรื่องกฎหมายดี สมควร

เพราะฉะนั้นการอ้างเช่นนี้ก็ผิดประเด็น แต่ท่านรัฐมนตรีสมพงษ์ ท่านลืมไปว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง นั้น ท่านเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนนักเรียนตำรวจ รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.กานต์ เจ้าของพรรคพลังประชาชน ซึ่งปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ พ.ต.ท.กานต์ เป็นนายตำรวจรุ่นเดียวกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นรุ่น 37 หรือ 38 เป็นเจ้าของพรรคพลังประชาชน และเอาพรรคพลังประชาชนมอบให้กับอดีตพรรคไทยรักไทยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นความเกี่ยวโยงตรงนี้ก็พิสูจน์ได้ชัด

และนอกจากท่านอธิบดีสุนัย ท่านได้ทำงานที่ดีเอสไอแล้ว ท่านยังมีคดีค้างอยู่อีกประมาณเกือบ 20 คดี ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนในระบอบทักษิณทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีความที่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้นแล้วการโยกย้ายอธิบดีสุนัย ให้คำตอบอะไรอย่างอื่นใดไม่ได้ นอกจากเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

โดย จงเจริญ

 

กลับไปที่ www.oknation.net