วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Bringing down the house...โกงให้ตายสุดท้ายบ่อนก็ชนะเรา


วันนี้หยุดอยู่บ้านค่ะ ปวดฟันมากๆเพราะเพิ่งไปทำรากฟันมา อยากจะร้องไห้ เมื่อคืนนอนแทบไม่ได้เลยลุกมานั่งอ่านหนังสือ ว่าแล้วก็ขอเกาะกระแสคาสิโนมากับเรื่องนี้

Bringing down the house (Ben Mezrich) เป็นหนังสือ non-fiction ที่ผู้เขียนไปสัมภาษณ์ประสบการณ์จริงของนักเรียนอัจฉริยะหกคนจาก M.I.T ผู้สามารถโกงบ่อนคาสิโนด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์ได้

ประกาศ ประกาศ ชิบูกิไม่สนับสนุนให้เล่นการพนันนะคะ ใครกำลังคว้าเครื่องคิดเลขสูตรแคลคูลัสรีบวางด่วน

เควิน ลิวอิสตัวเอกของเรื่องผู้เป็นเป็นนักเรียนดีเด่นได้เกรดเอทุกวิชาถูกทาบทามจากเพื่อนร่วมชั้นให้มาเข้าร่วมทีมแบล็คแจ๊คที่ตั้งกันขึ้นเองเพื่อโกงบ่อน ในตอนแรกเควินก็เริ่มหัดเล่นสนุกๆไม่ได้จริงจังอะไร แต่ต่อมาเมื่อเขาได้ศึกษาวิธีกลโกงและที่สำคัญเมื่อมีเงินจำนวนมหาศาลเป็นตัวล่อใจอยู่ข้างหน้า เด็กเรียนไร้เดียงสาอย่างเควินก็กลายเป็นนักโกงแบล็คแจ๊คที่เก่งที่สุดในกลุ่ม จากการโกงเพื่อหาเงินกินเหล้ากับเพื่อนฝูงก็กลายมาเป็นการโกงแบบมืออาชีพมีเดิมพันเป็นหลักล้าน นักศึกษากลุ่มนี้จึงถลำลึกลงในวงการพนันไปเรื่อยๆ

เมื่อได้กลิ่นเงินเนี่ย คนเราก็ทำได้ทุกอย่างเลยนะคะ หุๆ (พูดถึงเรื่องในหนังสือ)

ถึงจะเป็นหนังสือ non-fiction แต่ด้วยเนื้อหาของเรื่องที่ดูเหลือเชื่ออยู่แล้วกับลีลาการเขียนแบบดิบๆห้วนๆของผู้เขียนก็ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านเพลินวางไม่ลงเหมือนเป็นนิยายจารกรรมระทึกขวัญเชียวค่ะ

ถึงตอนนี้ทุกคนคงสงสัยกันแล้วว่าตกลงการโกงนี่โกงกันยังไง ก็ขอเฉลยว่าโกงกันซึ่งๆหน้าด้วยการใช้สมองคิดเลขเร็วนี่แหล่ะค่ะ ไม่ต้องห้อยโหนไต่ลงมาจากลิฟท์เหมือน Ocean’s 11,12,13 (14,15,...หลอกเอาเงินคนดูไปเรื่อยๆ ส่วนชิบูกิก็เต็มใจให้เขาหลอก) วิธีการก็คือใช้หลักคำนวณการกระจายความน่าจะเป็นของไพ่ที่จะออกมา ซึ่งแบล็กแจ๊คก็เป็นเกมที่สามารถคาดเดาได้ในระดับหนึ่งไม่ได้อาศัยดวงอย่างเดียว ดังที่ผู้เล่นคนหนึ่งบอกว่า “Blackjack is beatable… so we beat it. We beat the hell out of it”

นอกจากนั้นก็ต้องโกงกันเป็นทีมคือให้ผู้เล่นบางคนปลอมเป็นนักพนันขาใหญ่กล้าได้กล้าเสียซึ่งในเรื่องมีศัพท์เรียกผู้เล่นขาใหญ่ว่ากอริลล่า ส่วนผู้เล่นบางคนก็เป็นพวกspotterคือพวกที่ไม่ได้เล่นจริงเหมือนกอริลล่าแต่เดินวนไปวนมาเพื่อนับว่าไพ่ออกอะไรบ้างและทำการคำนวณเพื่อส่งสัญญาณให้กอริลล่าต่อไป ส่วนผู้เล่นที่เก่งที่สุดก็เรียกตรงตัวว่า Big player ซึ่งเป็นคนที่เก่งระดับเทพสามารถนับไพ่ไปด้วย คำนวณไปด้วย วางเงินไปด้วย โกงแบบข้ามาคนเดียว พระเอกของเราก็อยู่ในจำพวกนี้

จริงๆแล้วการโกงไพ่ในลักษณะนี้ก็มีกันมานานแล้วค่ะ แต่มาเป็นเรื่องใหญ่เอาก็เพราะนักเรียนกลุ่มนี้คิดวิธีและระบบโกงกันแบบเป็นวิทยาศาสตร์ทีเดียว ทำให้ศาสตร์การโกงไพ่แม่นยำขึ้นจนแทบจะเรียกได้ว่าไปบ่อนไหนก็ชนะทุกบ่อน แต่ตามคำกล่าวที่ว่า The house always wins มีหรือที่บ่อนจะยอม ถึงแม้ตามกฏหมายจะไม่ถือว่าการนับไพ่เช่นนี้เป็นการทำผิดกฎ แต่คาสิโนก็ใช้แง่กฎหมายมาสู้กลับคือบ่อนมีสิทธิที่จะไล่ผู้เล่นที่ไม่พึงประสงค์ออกนอกสถานที่ได้ (เช่น คนเมา เป็นต้น) ดังนั้นตอนหลังเมื่อบ่อนเริ่มจับไต๋ได้ พวกพระเอกก็เลยถูกเล่นมุกให้รปภ.หิ้วปีกโยนออกมาอยู่ข้างถนน ถ้าที่ไหนเถื่อนๆหน่อยก็ถึงกับมีการชักปืนมาขู่กันเลย ทำให้ตอนหลังทุกคนถึงกับต้องปลอมตัว ใส่วิกผม แว่นดำกันให้ยุ่งไปหมด

 แต่ในที่สุดคาสิโนที่มีเทคโนโลยีติดกล้องวงจรปิดเป็นร้อยๆตัวก็สามารถจับภาพผู้เล่นได้อย่างละเอียด และมีการส่งข้อมูลแบล็คลิสต์ต่อกันเป็นทอดๆ ทำให้นักศึกษากลุ่มนี้ต้องสลายตัวไปในที่สุด

เรื่องนี้จะสร้างเป็นหนังแล้วนะคะ ชื่อเรื่อง “21” นำแสดงโดย Kevin Spacey, Laurence Fishburne, Kate Bosworth และกำกับโดย Brett Ratner ผู้กำกับเรื่อง Red dragon และ X-men: the last stand

ดูจากรายชื่อแล้วดิฉันก็สงสัยว่านักแสดงท่าจะไม่ค่อยตรงกับเนื้อเรื่องในหนังสือ เพราะในเรื่องจริงนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมเป็นคนมีเชื้อสายเอเชียค่ะ เควินพระเอกของเราก็มีชื่อจริงว่า Jeff Ma

สาเหตุที่การคัดเลือกผู้เล่นโกงไพ่ส่วนใหญ่จะเน้นเด็กหน้าตี๋ๆหมวยๆก็เพราะเวลาอยู่ในบ่อนแล้วอาตี๋หรืออาหมวยควักเงินฟ่อนออกมาจากกระเป๋าหลุยส์มาวางเดิมพันก็ไม่ดูเป็นเรื่องแปลกอะไร เป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่ชาวเอเชียจะให้เงินค่าขนมลูกๆใช้อย่างฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะถ้าเป็นนักเรียนต่างประเทศจะมีเงินถุงเงินถังเป็นพิเศษ บางครั้งพวกพระเอกที่เกิดและโตในอเมริกาก็แกล้งทำเป็นพูดไม่ชัดเพื่อหลอกให้บ่อนตายใจ

โอย....ปวดฟัน....

โดย shibuki

 

กลับไปที่ www.oknation.net