วันที่ จันทร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันฝนหล่นที่ปิล็อก


หลายครั้งที่ไปเที่ยว มักมีคนถามว่า”สวยมั๊ย” คำตอบที่ได้รับจากฉันมักไม่ค่อยตรงคำถาม เว้นแต่คนที่ถามเคยไปเดินป่าด้วยกัน คอเดียวกัน ถึงจะเห็นความสวยงามในแบบฉบับใกล้เคียงกัน “ก็ความสวยงามน่ะ ในสายตาของคนคนหนึ่งมองว่าสวย  แต่มันก็อาจจะดูงั้น ๆ ในสายตาของอีกหลายคนก็ได้”

ช่วงเวลาแห่งความเหนื่อยล้าของจิตใจ  ทำให้ฉันมองหาที่ชาร์ตแบตเตอร์รี่ให้กับตัวเอง ชื่อของเส้นทางใหม่ ที่ยังไม่เคยเหยียบย่างไปอย่างจริง ๆ จัง ๆ ผุดขึ้นในความคิด  สังขละบุรี กับทองผาภูมิ น่าสนใจดี ถามไถ่ผู้ซึ่งไปสังขละอยู่บ่อยครั้ง ก็ได้คำตอบว่า เส้นทางสวยงามดี เป็นทางขึ้นเขา ถนนสภาพดีแล้ว ลาดยาง  แต่… เช็คสภาพรถดี ๆ ด้วย เบรก ครัช  สำคัญทีเดียว  ส่วนระยะทางนั้น แน่นอนว่า กทม.-เมืองกาญจน์ ใกล้กว่าเยอะ

แต่กระนั้น ฉันก็ยังไม่ปักใจว่าจะเลือกไปที่ไหนดี กระทั่งก่อนออกเดินทางได้ 2 วัน บังเอิญได้อ่านคอลัมน์”จุดประกาย” ใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ เป็นเรื่องราวของเหมือง ปิล๊อก   แล้วฉันก็ได้คำตอบในใจ…. Forest Glade House  แห่งเหมืองสมศักดิ์  เสาร์-อาทิตย์นี้แหล่ะ... 4WD ซะด้วย

 


สิ่งที่ฉันต้องเตรียม เห็นจะเป็นเจ้าตัวเล็ก
“แคริบเบี้ยน” กับข้าวของจำเป็น ทั้งเต้นท์ เปล ฟรายชีต กราวน์ชีต หม้อสนาม หัวเตา แก๊สป๋อง ไม่เว้นแม้แต่กาแฟ ขนมปัง และมาม่า

21 สค. 47 …. 09.00 น. ล้อเริ่มหมุนออกจากบ้าน ตอนแรกก็ตั้งใจจะไปแต่เช้ามืด  แต่ทำไงได้ ดันตื่นซะสายโด่ง … ทำเอาเจอรถติดพอควร กว่าจะหลุด กทม. เข้าพุทธมณฑล ก็ปาเข้าไป 10 โมงเศษ ๆ

วันนี้ ฟ้าแจ่มใส ฉันขับเจ้าตัวเล็ก แบบไม่เร่งรีบ เพราะเมฆที่ลอยเอื่อย ๆ  ดูสวยงาม  ตัดกับเส้นทางถนนเบื้องล่าง ที่ทอดยาวไปไกล แบบไม่เห็นจุดหมาย ...จนบางครั้งมันทำให้ฉันคิดว่า ....ฉันเดินทางไปเพื่อค้นหาอะไร

                                                        

“เส้นทางสายยาว กับสาวช่างฝัน”

I spend all my time searching up and down
looking for some other way
Every now and then I will turn around
Just to find that it's a new day

Why am I afraid to be standing here
Turning my face to the wall
How can I believe that you're not really there
When I don't even know you at all…..

เสียงเพลง “Something sad”  ของ Timothy B.Schmit แทรกเข้ามาในอารมณ์ยามที่อ่อนล้า และอ่อนแรง

ราว 11.00 น.  ฉันเข้าเขตบ้านโป่ง ก่อนเลี้ยวขวาไปเส้นทางมุ่งหน้าเมืองกาญจน์  ขับไปตามเจ้าซีตรองสีแดง ที่แบกสัมภาระบนหลังคา กะพลพรรคในรถ ….เอ้ย …ขับไปตามเส้นทาง ที่ป้ายสีเขียวก่อนถึงทางแยกจะชี้บอก  จนก่อนถึงแยกเข้าเมืองกาญจน์ ถึงได้เห็นป้ายไปไทรโยค มีหมายเลข 323 ทางหลวงกำกับอยู่  แต่ไม่ยักกะมีป้ายไปทองผาภูมิ....งั้นก็คงเส้นนี้แหล่ะ  เจ้าซีตรองยังนำหน้าอยู่ไม่ห่างเหมือนเดิม …เอ  หรือเราจะไปเส้นทางเดียวกัน  ไม่ทองผาภูมิ ก็สังขละฯ  แต่แล้วเจ้าซีตรองสีแดงเดือด ก็เลี้ยวขวาไปศรีสวัสดิ์ซะก่อน …สงสัยจุดหมายไม่ที่ใดก็ที่หนึ่งเหนือเขื่อนศรีนครินทร์   ส่วนฉันยังมุ่งหน้าไปทองผาภูมิ  ระหว่างทางแวะร้าน”บ้านกาแฟ..ดาวเมืองสิงห์”  มุมอบอุ่น น่ารัก ๆ กับสไตล์การแต่งร้าน  งัดแผนที่มาดูซะที…อ้อ มาถูกทางแล้วแฮะ   

จากเมืองกาญจน์ ผ่านไทรโยค แล่นเรื่อยมาตามถนนสาย 323  ผ่านทางเข้า อช.ไทรโยคใหญ่ น้ำตกผาสวรรค์ ถ้ำดาวดึงส์  แต่เรายังมุ่งหน้าไปเรื่อย ๆ ลุยฝนเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่ย่างล้อคู่หน้า เข้าเขตบ้านลิ่นถิ่น ผ่านบ้านพุถ่อง ปรังกาสี ก่อนจะเลยแยกไปสังขละบุรี และทางเข้าอำเภอทองผาภูมิ ฉันก็ยังมุ่งหน้าต่อไป ตามถนน 3272

กับระยะทางจากเมืองกาญจน์อีกราว 152 กม. ก็ถึงเขื่อนเขาแหลม ที่ปัจจุบันได้รับพระราชทานชื่อใหม่เพราะพริ้ง จากในหลวงของเรา ว่า”เขื่อนวชิราลงกรณ” (ไม่มีการันต์ตรง””นะ)   ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็ขอแวะเข้าไปเที่ยวชมสันเขื่อนสักหน่อย ชมวิวอ่างเก็บน้ำสุดลูกหูลูกตา  ก่อนที่จะมีรถทะยอยกันขึ้นมาอีกหลายคัน  จากเดิมที่มีเรา 1 คน กะเจ้าหน้าที่ รปภ. อีก 1 คน  ตอนแรกกะรอดูอาทิตย์ตกเหนืออ่างเก็บน้ำ  แต่เมื่อได้ความว่า ทางเข้าปิล๊อกน่ะ เป็นทางขึ้นเขา ขับรถไม่ง่ายนัก  เราเลยตัดใจ ออกเดินทางต่อดีกว่า เพราะตอนนั้นก็ปาเข้าไปบ่าย 3 แก่ ๆ แล้ว


                    


เส้นทางที่เหลืออีก 61 กิโลเมตร เส้นทาง 3272 ช่วงนี้ ไม่กว้างมากนัก  แต่ก็ไม่แคบ แถมมีฉันเดินทางคันเดียว นาน น๊าน นาน จะเจอสวนสวนมา  หรือรถที่แล่นเอื่อย ๆ อยู่ข้างหน้า ทางไม่ยากแหะ(นึกในใจ)  จนพอพ้น 30 กม. ถึงสามแยก ขวาไปบ้านไร่ 1 กม.  ซ้ายไปบ้านปิล็อก 31 กม.

ป้ายข้างทางตัวเบ้อเริ่ม “หยุด..ตรวจเช็ค ครัช-เบรก  ก่อนขึ้นเขา “  โอวววพระเจ้า …ขนาดนั้นเจียวหรือ  ก่อนมาฉันก็ไม่ได้เอารถเข้าเช็คสภาพถ้วนถี่ ด้วยเวลาที่มีจำกัด แต่ยังมั่นใจเจ้าตัวเล็ก อยู่ด้วยกันมา ไม่รู้ใจกันได้ไง … ฉันเลี้ยวซ้ายไปตามป้าย ช่วง กม.แรกยังไม่เท่าไหร่  ผ่านพ้นไปนั่นแหล่ะ ทางชันขึ้นเรื่อย ๆ กับป้ายข้างทาง ที่คอยเตือนถึงเส้นทางคด  ๆ เคี้ยว ๆ เป็นระยะ จนคิดในใจไปว่า  เราจะต้องขับรถอ้อมไปอ้อมมา จนถึงยอดเขาเลยหรือเปล่า  ใครนะช่างสร้างเส้นทางนี้ได้ …

ไปได้ไม่นาน  ก็เจอกับป้ายแปลก …”ดงจงอาง”  ...เลยไปหน่อยก็เจอป้าย” ทางช้างข้าม”  โอว ว ว  จอร์จ ลุ้นระทึก  อย่าปะหน้ากันนะ…ขืนอ้อมเขาไปเจอ  ฉันกะเจ้าตัวเล็ก คงไปนอนแอ่งแม้งอยู่ก้นเหวแน่ ๆ  ตอนแรกก็กะจะหาที่จอดรถเหมาะ  แล้วลงไปถ่ายรูปป้ายซะหน่อย  ก็เคยเจอแต่ป้ายคนข้าม ป้ายนักเรียนข้าม ป้ายวัวควายข้าม  แต่ไอ้ป้ายช้างข้าม ที่มันดันไปอยู่บนเขานี่เพิ่งเคยเจอแฮะ  แต่พอเจอที่เหมาะจะจอด  ดันมีเจ้างูตัวยาวเมตรเศษ ๆ ออกมาเพ่นพ่านกลางถนน ดีนะ มันเห็นรถก็รีบแอบข้างทางให้

                      

ตามเส้นทางนี้ ฉันขับเจ้าตัวเล็กไปเอื่อย ๆ ไม่รีบไม่ร้อน  ด้วยเพราะวิวหุบเขาข้างทาง ช่างสวยงาม แถมชุ่มชื่นกับสายฝนที่ตกลงมาตลอดทาง  แถมเลี้ยวเลาะไต่ขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ  แวะถ่ายรูปที่จุดชมวิวหน่อย  ฟ้าเปิดแล้ว เห็นอ่างเก็บน้ำด้านหนึ่ง ทิวเขาซับซ้อนอีกด้านหนึ่ง …ถึงตรงนี้ มีรถ 6 ล้อแล่นลงมา กดแตรทักทายด้วย....

…ถนนนี้ ป่านี้ มีฉันคนเดียวเท่านั้นหรือนี่  กับเส้นทาง ที่มีป้ายเตือน ทางแคบบ้าง คันดินทรุดตัวบ้าง  กระทั่งป้ายบอกทาง อช.ทองผาภูมิ กับ ป้ายสภต.ปิล๊อก อยู่ทุก กม. พร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมา เกือบจะหนักบ้าง เบาบ้าง ที่เหมือนเป็นเพื่อนเดินทางของฉัน อ้อ...ยังมีพี่บิ๊ก  กะพี่โบตัน ที่ร่วมเดินทางมาด้วย  อ้อ...หมายถึง Mr.Big กะ Micheal Bolton น่ะ  แต่ขากลับนี่ซิ พี่ทั้งสองหลับสนิท หลังผ่านการกระแทก ในเส้นทางเข้าเหมือง...ฟิวส์ขาดเลย….



จากจุดชมวิวเหลืออีก 10 กม.ถึงอช.ทองผาภูมิ

ช่วงนี้เจอรถสวนมา 3 คัน ที่ต่างเหลียวมองฉันอย่าง งง ๆ  แล้วจากนั้นก็ไม่เจอใครอีกเลย  กระทั่งเลี้ยวผ่านทางเข้า อช.ทองผาภูมิไป ฝนก็เทลงมาโครมใหญ่  แต่ไม่เป็นไร สภต.ปิล๊อก อยู่ห่างออกไปอีก 3 กม. ยังไงถ้าฝนตกหนัก เราไม่เข้าเหมือง ก็ไปขอนอนที่ สภต.ก็แล้วกัน  

 

เลยทางเข้า อช.ทองผาภูมิไปไม่นาน ก็เห็นป้ายริมทางซ้ายมือชี้บอกทางลงไปเหมืองสมศักดิ์ และปิล๊อก ฮิลล์ กับคำเชิญชวน อาหารและขนมอร่อย ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของฉัน  เอาวะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ลุยมาตั้งไกลแล้วนี่นา 4wd อีกแค่ 5.1 กม. เข้าไปคงไม่กระไร ... ว่าแล้วก็เลี้ยวซ้าย ลงเหมือง แล้วก็ต้องรีบเบรก  เข้าเกียร์สโลว์แทบไม่ทัน ถนนลูกหินลูกรังแข็ง ๆ มันทอดลงเนินไปโน่น …อ้อ.. ที่ป้ายเค้าก็เขียนบอกอยู่โต้ง ๆ อยู่แล้ว

***ตอนหน้า..เส้นทางเข้าเหมืองนะกั๊บ***
http://www.oknation.net/blog/vickie/2007/01/11/entry-1

โดย vickie

 

กลับไปที่ www.oknation.net