วันที่ เสาร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประสบการณ์แห่งการเลาะหมู่บ้านโพธิออก


ประสบการณ์แห่งการเลาะหมู่บ้านโพธิออก

         

การข้าไปในหมู่บ้านจำได้ว่าครั้งแรก ไปถามชาวบ้านก้เกือบจะหน้าแตกแล้ว ก็ไม่รู้ว่าหมู่บ้านนี้ คืออยู่ในการบริหารของ อบต.บ้านโพะิ กว่าจะไปถึงบ้านโพธิออก เล่นเอาแบบเหนื่อยหน้าดูเลยล่ะ พอไปถึงก็มีทั้งโพธิออกและโพธิตก ไอ้เราก็เป็นพวกที่ชอบลังเลว่าจะสำรวจบ้านไหนดี มักจะขัดหรือแย้งกับเพื่อนอยู่เสมอ เหตุผลอันดับแรกที่เลือกบ้านโพธิออกแทนบ้านโพธิตก ก้เพาะบ้านนี้อยู่ติดกับ อบต. มีโรงเรียน แต่วัดจะอยู่ที่บ้านโพธิตก

     

     การสำรวจหมู่บ้านก็แยกไปเป็น 3 : 3 คือเราก็มีการวางแผน ทุกครั้งนั่นแหละที่เดินทางเราก็ต้องวางแผนเพื่อการรักษาเวลา (เกี่ยวไหมเนี่ย) วันแรกโชคดีที่ไม่ค่อยมีแดดมาก จากการสังเกตและสอบถามชาวบ้านไม่ค่อยที่จะให้ข้อมูลมากนัก ไม่รู้ว่ากลัวเราหรือเปล่า

         

 การถามข้อมูลวันแรกไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร พอกลับถึงบ้านก็ต้องมานั่งทำแผนที่เดินดินซะอีก ข้อมูลที่ได้ก็ไม่ค่อยสอดรับกันมากนัก เราจึงมีมติว่าจะไปสำรวจอีกครั้งและครั้งนี้ต้องทำให้ดีด้วย ขอนอกเรื่องซักนิดว่า พอขับรถมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นมีรถชนกัน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้ อยากจะฝากให้คนที่มีส่วนรับผิดชอบว่าชีวิตที่สูยเสียกับการเกิดเหตุไม่ว่าครั้งนี้หรือครั้งไหน หากมีความประมาทก็ไม่คุ้มนะ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนที่อาศัยหรือเรียนอยู่ที่ ม.ทราย มีสติทุกคนด้วยนะค่ะ

 

         ครั้งนี้มีการไปสำรวจที่วัด ก็เพราะที่ดังกล่าวมีดอนปู่ตาที่อยู่บริเวณวัด ก่อนอื่นเลยหากใครที่ไม่รู้จัก ดอนปู่ตาก้คือป่าที่ชาวบ้านให้ความเคารพเป็นที่ที่อุดมสมบูณ์มาก ซึ่งชาวบ้านก็จะทำบุยแลพเลี้ยงปู่ตาในเดือน 3 และเดือน 5 ครั้งแรกเพื่อนๆถ่ายรูปไม่ติดเลยละ

พอไปครั้งต่อไป ต้องขอบคุณชาวบ้านที่ให้ความร่วมมืออีกครั้ง ปรากฎว่าครั้งนี้ถ่ายรูปดอนปู่ตาก็ติดนะ

   

       การลงพื้นที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือน้ำใจที่ชาวบ้านมีให้ ไม่ว่าจะหาน้ำมาให้เราดื่มและการให้ข้อมูลที่ การคุยก็เหมือนกับแบบถามสารทุกข์สุขดิบ ไม่ถือตัว เหมือนกับเราเป็นลูกหลาน แต่ข้อเสียของฉันที่ไปลงพื้นที่ทุกครั้งคือ พูดอีสานไม่เป็น แต่ก็ฟังออกนะ ก้อย่าว่ากันแล้วกันละ

       

   จากที่ได้ไปลงพื้นที่คราวนี้พบว่า การเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านที่อยู่ติด ม.ทราย ก็จะเห็นว่าชาวบ้านก็มีการสูญเสียที่ดินบางส่วนให้กับรัฐ และก็มีชาวบ้านในหมู่บ้านไปทำงานที่ในมหาวิทยาลัย ชาวบ้านบางคนก็เห็นด้วยและบางคนก็ไม่เห็นด้วย

      

    อยากฝากไว้ก่อนจบว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดขอให้เรารักษาเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของตนไว้ การเดินทางสิ่งที่ดีที่สุดคือความประทับใจ บางที่รูปก็ไม่ได้สำคัญมากกว่าการมีความทรงจำและการจดจำไว้ในความทรงจำ

   

       แม้ว่าฉันจะพูดไป ทุกคนคงไม่เห็นและคิดเหมือนฉัน อยากให้ลองดูซักครั้งว่าการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียน แต่ห้องเรียนที่ยิ่งใหญ่คือ การได้ไปสัมผัสจริงๆ การไปสอบถามและเรียนรู้ด้วยตนเอง ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ แล้วจะรู้ว่า ชีวิตมีอะไรให้น่าค้นหาและติดตามในสังคมนี้อีกมาก ลองดูนะ

 

โดย พิมพ์ระพัฒน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net