วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาณาจักรที่สำคัญของพม่า


อาณาจักรศรีเกษตร

ก่อนคริสตศตวรรษที่16 ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับรัฐพยูจากเอกสารท้องถิ่นที่ปรากฏในระยะหลัง กล่าวว่า มีรัฐของพวกพยู ซึ่งอยู่ตอนกลาง ของแม่น้ำอิรวดีส่วนหลักฐานจากจีนได้ความว่าตั้งแต่คริสตศตวรรษที่3 เป็นต้นมา จีนได้ขยายอิทธิพลเข้ามาถึงมณฑลยูนนาน ซึ่งติดต่อกับรัฐพยูมีศูนย์กลางอยู่เมืองแปรในปัจจุบัน และในคริสต์ศตวรรษที่7 เอกสารของจีนเรียกว่า ศรีเกษตรนั้นจึงกล่าวได้ว่า รัฐพยูหรือศรีเกษตรเป็นแนวหน้าของพวกพม่า เป็นพวกแรกที่อพยพมาจากธิเบตเข้ามายังเมืองฮาลิน และอยู่ที่นี่จน

คริสต์ศตวรรษที่ 7-8 เอกสารของจีนกล่าวถึงศรีเกษตรว่ามีประชาชนหลายหมื่นครัวเรือน มีวัดทางพระพุทธศาสนามากกว่าร้อยแห่ง เด็กชายหญิงจะได้รับการอบรมทางพระพุทธศาสนากับพระภิกษุตั้งแต่เด็กจนอายุ 20 ปี ชาวพยูไม่ชอบนุ่งห่มด้วยผ้าไหม เพราะการทำไหมต้องฆ่าตัวไหมจำนวนมาก ซึ่งผิดศีลไม่มีเครื่องทรมานในรัฐเลย แต่ดินแดนของพวกมยูมิได้ว่างเปล่า เพราะในคริสตศตวรรษนี้เองได้มีพวกพม่าเชื่อสายเดียวกับพยูอพยพมาจากธิเบต และตอนใต้ของจีนเข้ายึดครองดินแดนเดิมของพยู และภาคกลางของลุ่มน้ำอิรวดี บางพวกข้ามแม่น้ำอิรวดีไปทางตะวันตกถึงเทือกเขาชิน แม้ภายหลังก็พากันนับถือศาสนาอิสลามตามพวกอัสสัมไปด้วย จึงมีวัฒนธรรมต่างไปจากพม่าที่อยู่ลุ่มน้ำอิรวดี

พม่าที่อยู่ภาคกลางบริเวณลุ่มแม่น้ำอิรวดี ประกอบไปด้วย แว่นแคว้นหลายแห่งไม่ขึ้นแก่กัน ในที่สุดพระเจ้าอนิรุทธิ์ ได้รวบรวมแว่นแคว้นเหล่านี้เข้าด้วยกัน ตั้งเป็นรัฐใหม่ขึ้นชื่อว่า พุกาม

อาณาจักรพุกาม

เมื่อแรกๆ มีฐานะเป็นเป็นเมืองขึ้นตั้งแต่คริสศตวรรษที่2 มีเจ้าเมืองครองต่อๆ กันนานจนถึงพ.ศ.1587 สมัยพระเจ้าอนิรุทธิ์หรืออโนธชรามังช่อได้ขยายอาณาเขตออกไปมีอำนาจครอบครองดินแดนพยูและเมืองสะเทิมของมอญ มีผลให้เมืองพุกามขยายออกเป็นรัฐที่ยิ่งใหญ่ ครอบครองบริเวณปากแม่น้ำทาวทิศใต้ทั้งหมด รวมถึงภาคเหนือบริเวณอาระกันหรือยะไข่ด้วย

ตอนต้นของสมัยพุกามมีการนับถือพุทธศาสนาแบบตันตริที่เชื่อไสยศาสตร์ควบคู่ไปกับการนับถือและเซ่นสรวงภูดผีปีศาจ ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นเมืองดั้งเดิมมีการเซ่นสรวงประจำปีพระเจ้าแห่งท้องฟ้า ซึ่งเชื่อว่าสิงสถิตอยู่ยอกเขาโปยา มีการบูชาศาลซึ่งเป็นที่เร่ร่อนของผี 36 ตัว ที่เรียกว่า การนับถือผีนัต มีการใช้เวทมนตร์คาถา และดวงดาวเป็นหลัก ให้ชาวพุกามมีความมั่นใจในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ โชคร้ายและการเก็บเกี่ยวที่ไม่ได้ผล มีการสักตามตัว และการดื่มยาวิเศษที่ใช้เวทมนตร์ผสม เชื่อว่าทำให้อยู่อยู่ยงคงกระพัน ต่อมาเมื่อพุกามเข้าครอบครองดินแดนของมลายู ซึ่งอยู่ในแผ่นดินตอนล่าง มีผลทำให้วัฒนธรรมมอญแผ่ไปในวังหลวง ทั้งทางด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และวรรณกรรม การสร้างวิหารเจดีย์ต่างๆ สมัยพุกาม ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลจากมอญทั้งสิ้น พระพุทธศาสนา และพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญยิ่ง เช่น กำหนดคำสาบานอันน่าสะพรึงกลัวที่ใช้กันในการพิจารณาสอบสวนคดี พระเป็นผู้สอนหนังสือแก่เด็ก ในการศึกษาชั้นต้นจึงมีอิทธิพลต่อการสร้างแนวความคิดต่างๆ พระสงฆ์จะได้รับของที่บรรดาเศรษฐีที่หวังในผลบุญกศุลถวายให้อย่างทุ่มเทที่เรียกว่า การกัลปนา

ทางด้านการปกครองอำนาจในการบริหารของพุกามรวมอยู่ในทางตอนบนของประเทศพม่าตอนบนไม่มีมากนัก และอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย ที่ดินมีอยู่มากมายกษัตริย์แห่งพุกามจึงใช้การปกครองระบบศักดินา หรือระบบกินเมืองที่เรียกว่า เมียวซา โดยทรงพระราชทานศักดินาแก่เจ้านาย พระราชวงศ์ขุนนางข้าราชการ เพื่อให้คนเหล่านั้นมีสิทธิยึดครองที่ดินจำนวนหนึ่ง เป็นการบำเหน็จความดีความอบในหน้าที่ราชการ ที่ดินเหล่านั้นมีสิทธิถือครองที่ดิน ที่ดินเหล่านั้นมักอยู่ไกลจากเมืองหลวง หรือมอบหมายให้ไปปกครองดูแลหัวเมืองหรือหมู่บ้านผู้มีศักดินาดังกล่าวจะได้รับรายได้จากการเก็บภาษีผลผลิตพืช

ผลต่างๆ ในเมือง หรือหมู่บ้านที่อยู่ใต้ปกครอง เป็นการช่วยให้พวกเจ้านายขุนนาง ข้าราชการที่มีอยู่มากมายขณะนั้นสามารถดำรงอยู่ได้และในระบบเมียวซามีการจัดตั้งชนชั้น คือ พวกข้าราชการ เรียกว่า อาบูดัน

อาณาจักรพุกามหลังปี พ.ศ.1830 เมื่อมองโกลยึดครองพุกามได้แล้วได้แบ่งดินแดนออกเป็น 2 มณฑลคือ

- มณฑลเชียงเมียน โดยรวมรัฐทางเหนือของพม่าเข้าด้วยกันมีเมืงตะโก้ง เป็นศูนย์กลางภายใต้การปกครองของข้าหลวงจีน มีทหารมองโกลประจำ

- มณฑลเชียงชุง อยู่ทางภาคใต้ของพม่า มีเมืองพุกามเป็นศูนย์กลางจนปี พ.ศ.1834 จึงได้แต่งตั้งกะยอชวา เป็นกษัตริย์ปกครองเมืองพุกาม ในฐานะประเทศราชของจีน

อาณาจักรพุกามอยู่ใต้อำนาจพี่น้องไทยใหญ่ทั้ง3 ไทยใหญ่เป็นชนเผ่าไทย ที่อพยพหนีการรุกรานของจีนลงมาทางใต้ ในระยะที่กุบไลข่านรุกรานน่านเจ้า ประมาณคริสต์ตศวรรษที่13 ไทยใหญ่ได้อพยพเข้าสู่ตอนเหนือของพม่ามากขึ้น จนสามารถรวบรวมกำลังคนได้ในระยะนั้นพี่น้องใหญ่ทั้ง3 ตั้งตัวเป็นใหญ่ที่บริเวณที่ราบยอสีทางภาคกลางของพม่า ที่เมืองเยินแสง เมคคยา และพินเล พระเจ้ากะยอชวา ซึ่งครองพุกามในฐานะอยู่ใต้อำนาจของมองโกล จึวต้องยอมรับสิทธิของพี่น้องไทยใหญ่ทั้ง 3 เดือนดินแดนเหล่านี้

โดย นัทBBC

 

กลับไปที่ www.oknation.net