วันที่ จันทร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การศึกษาไทยอ่อนที่สุดในเอชีย (และวิธีแก้)


สภาพัฒน์ออกแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า...

...ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาแม้เด็กไทยจะได้โอกาสทางการศึกษามากขึ้นในทุกระดับการศึกษา แต่คุณภาพการศึกษากลับลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะผลการประเมินความรู้ของนักเรียนไทยอายุ 15 ปี ขององค์กรเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือโออีซีดี ชี้ให้เห็นว่านักเรียนไทยวัยจบการศึกษาภาคบังคับอยู่ในระดับที่อ่อนมาก เพราะคะแนนเฉลี่ยทั้งวิทยาศาสตร์ การอ่านและคณิตศาสตร์ ลดลงอย่างต่อเนื่องและต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยหรือต่ำกว่า 500 ขณะที่เพื่อนบ้านในเอเชียมีผลการประเมินที่สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยเกือบทุกประเทศ ยกเว้นไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุงความรู้พื้นฐานของนักเรียนอย่างจริงจังและเร่งด่วน รวมทั้งต้องเพิ่มจำนวนครูที่มีคุณภาพให้เพียงพอ (จาก ผจก.)......

 

เท่าที่คุยกับครูทุกระดับก็พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณภาพเด็กนักเรียนทุกวันนี้แย่มากๆ ช่วงห้าปีที่ผ่านมายิ่งไปกันใหญ่ ผมชักสงสัยว่าเป็นเพราะการปฏิรูปการศึกษาหรือเปล่าที่ไปเน้นการเรียนแบบให้คิดวิเคราะห์ (แบบผิดๆ)  เจือสมกับเงื่อนไขของการสอบเข้าเรียนต่อแบบปรนัย โดยทุกคน ทั้งพ่อแม่ครูอาจารย์ ต่างก็พากันดูถูกการท่องจำ ทั้งที่การท่องจำนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ถ้าท่องแม่สูตรคูณไม่ได้จะไปเรียนคำนวณอะไรได้

 

ทุกวันนี้เขาสอนคณิตศาสตร์เด็กประถมมัธยมที่เน้นกันแต่วิธีคิดลัดเพื่อหาคำตอบให้ได้รวดเร็ว  โดยไม่ต้องเข้าใจพื้นฐานหลักการ ซึ่งเรื่องนี้อันตรายมากที่สุด  เป็นการตัดตอนการฝึกหัดใช้เหตุผลเสียตั้งแต่เด็ก รู้แต่วิธีทำ หรือ know how แต่ไม่ know why เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งการใช้เหตุผลมันถูกตัดตอนพันธุกรรมเสียตั้งแต่เด็กมันก็เลยไม่ผลิดอกออกผลเท่าที่ควรในภายหลัง ก็เลยได้แค่นี้แหละ

 

ที่ถูกควรสอนแบบพื้นฐานหลักการให้ได้เสียก่อน จากนั้นถ้าต้องการจึงสอนวิธีลัด โดยให้เหตุผลด้วยว่าวิธีลัดนั้นมันลัดไปแบบนั้นๆได้อย่างไร

 

การที่เขาสอนคณิตศาสตร์กันแบบลัดๆนี้ก็คงเพราะเป็นการตอบสนองต่อการสอบเข้าเรียนในระดับสูงขึ้น ที่วัดผลสอบกันแบบปรนัย วงกลม เป็นหลัก ซึ่งไม่ต้องแสดงวิธีทำ ไม่ต้องแสดงเหตุผล หัวใจของการสอบได้คือ ต้องทำให้ได้เร็วทันเวลา

 

วิธีแก้ในความเห็นผมคือ ให้เลิกการสอบเอนทรานซ์แบบปรนัยเสีย แล้วหันไปใช้วิธีสอบไล่แบบสมัยก่อน ที่ใช้ข้อสอบเดียวกันทั่วประเทศ มีทั้งข้อสอบปรนัยและอัตนัย  ถ้าใช้วิธีนี้จะมีข้อดีหลายอย่างคือ

 

  1. สอบครั้งเดียว นักเรียนไม่เครียด ใช้คะแนนสอบนี้ไปสมัครเข้าเรียนต่อหรือทำงานได้เลย

  2. บังคับโดยปริยายว่าจะสอนแต่วิธีคิดลัดไม่ได้ ต้องแสดงเหตุผลวิธีทำด้วย แม้คำตอบผิดแต่อาจได้คะแนนมาก ถ้าวิธีทำถูก หลักการถูก (แต่คิดเลขผิดไปนิดหน่อย)

  3. ได้มาตรฐานเดียวกันหมด ใช้วัดมาตรฐานโรงเรียนได้ระดับหนึ่ง

  4. จะลดความสำคัญของการกวดวิชาลงไปมาก เพราะออกข้อสอบตามหลักสูตรมาตรฐานที่เรียนในห้องเรียน

  5. ประหยัดงบประมาณในการสอบหลายครั้ง ทั้งงบรัฐบาล และ งบพ่อแม่ในการสอบ และในการกวดวิชา
  6. ยุติธรรมมากขึ้นเพราะวัดความรู้ที่เรียนจากรร.โดยตรง ไม่ใช่ความรู้จากรร.กวดวิชา (ที่คนรวยกว่ามีโอกาสมากกว่า)

 

ส่วนการตรวจข้อสอบอัตนัยนั้นไม่น่ายาก สามารถทำได้ สมัยก่อนเขายังทำกันได้เลย

โดย ริบหรี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net