วันที่ อังคาร มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พาแม่เที่ยวอีสาน


พาแม่ทัวร์อีสาน  2  คืน  3  วัน  เพื่อท่องเที่ยวแสวงบุญ

ช่วงกลางเดือน ธ.ค.50  ในซอยเซ็นต์หลุยส์ 3  ถนนสาทร  เป็นจุดเรื่มต้นที่คณะของเรา  6  คน  ออกเดินทางเวลา 0530 น.  จุดมุ่งหมายคือ ไปนมัสการ  พระอาจารย์มั่น จว.สกลนคร

ใช้เวลาผ่านไปสองชั่วโมงกว่าเราก็แวะพักรถพักคนคลายความเหมื่อยล้า    และนมัสการสมเด็จพุฒจารย์โต  ที่อดีตพระเอกเก่าของชาวไทย     คุณ สรพงษ์  ชาตรี  เป็นผู้สร้างอยู่ที่ อ.สีคิ้ว  โคราช   ซึ่งเป็นทางผ่าน

สวยไหมครับเราเลยเก็บภาพไวเป็นที่ระลึก   ตอนนั้นประมาณ 0800 น. กว่าๆ แดดยังไม่ร้อนมาก

และตอนสายๆ ทางสำนักสงค์จะมีก๋วยเตี๋ยวลาดหน้าบริการฟรี   พร้อมของหวานน้ำแข็งใส   หรือใครจะบริจาคเงินช่วยค่าอาหาร   ก็จะมีตู้รับบริจาคไว้อำนวยความสะดวกให้

จากนั้นเราก็เดินทางต่อ   ผ่านนครราชสีมา-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์ พอเลยกาฬสินธุ์ก่อนที่จะเข้า อ.สมเด็จ    เราแวะพักทานอาหารช่วงบ่าย   และเติมน้ำมันรถด้วย  และก็จะเดินทางต่อใช้เส้นทาง อ.ภูพาน - สกลนคร ช่วงภูพานเส้นทางก็คดเคี้ยวน่าดู   โดยเฉพาะโค้งปิ้งงู   ใกล้ ๆ พระตำหนักภูพาน

และในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายปลายทางพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น  สกลนคร  ประมาณเวลา 1700 น.  ทางวัดยังไม่ปิด   ถ้าคนเดินทางมาไกลๆเพื่อมานมัสการพระอาจารย์มั่น   ถ้าปิดแล้วแต่ยังไม่มืดมากก็สามารถเรียกได้    ตลอดการเดินทางมานั้น   เราไม่มีปัญหาใดๆ เลย

จากนั้นเราก็เดินทางต่อตั้งใจไปพักที่ อ.พระธาตุพนม  จว.นครพนม  ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ  70  กม.

คณะของเรา  6  คน  มาถึง อ.ธาตุพนม    ก็มืดค่ำพอดี ประมาณเกือบ ๆ ทุ่ม   เราทานอาหารเย็นที่ อ.ธาตุพนม  ยามมืดค่ำองค์พระธาตุพนมสวยงามมากๆ เลย   เมื่อมีแสงไฟส่องขึ้นไป  เสียดายไม่มีภาพให้ดู    เราหลายคนเสียความรู้สึกกับร้านอาหารตามสั่งข้างๆ ท่ารถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ  ไม่อร่อยแถมยังแพงอีก  คิดดูเอาเองก็แล้วกันน้ำอัดลมขนาด  1.25  ลิตร      แต่เป็นขวดแก้วเขาคิดขวดละ  50  บาท     เราก็สังหอนใจเวลากินทำไมไม่มีลูกค้าเลยนอกจากเรา   โธ่ ....ประเทศไทย     แล้วแบบนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นแบบไหน  คงขูดจนถึงกระดูกเลยมั่ง....แม่ค้าอาหารตามสั่งท่ารถทัวร์ อ.ธาตุพนม

คืนนั้นคณะของเรานอนหลับสบายกันทุกคน   อากาศก็เย็นสบายๆ ไม่หนาวมาก   เราก็เตรียมตัวออกเดินทางจากที่พักไปนมัสการองค์พระธาตุพนมก่อนไปที่มุกดาหาร

เมื่อเรามาถึงแม่ของผมก็ไปที่ทางวัดจัดชุดดอกไม้ธูปเทียนไว้บูชา   ราคาตามกำลังศรัธา

แม่ผมดีใจมากเพราะเป็นครั้งแรก  ที่ได้มีโอกาศมาที่พระธาตุพนม   (แม่ภรรยา  แต่ผมนับถือเปรียบเสมือนแม่ทุกประการ)    อายุก็เลย  70  แล้วน๊ะ   แต่ยังแข็งแรงอยู่ท่านชอบเที่ยวแสวงบุญไปตามที่ต่างๆ

เราก็ได้ถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึกที่พระธาตุพนม    เป็นเวลาประมาณสองโมงเช้าแสงแดดกำลังส่องตา

เราก็มาถ่ายรูปไว้ดูหลายๆ มุมมอง

มุมนี้ก็อีกด้วยช่วงเช้าๆ คนยังน้อย   อากาศพอดีไม่ร้อน

ก่อนออกเดินทางจากองค์พระธาตุพนม    เราก็รวมกันถ่ายรูปก่อนขึ้นรถอีกครั้งไวเป็นที่ระลึก    ดูสีหน้าทุกคนแล้วสดชื่นเบิกบานสำราญใจในการพร้อมที่จะเดินทางต่อ

อาหารเช้าของเราที่ อ.ธาตุพนม   มื้อนี้อร่อยราคาปกติซึ่งต่างกันกับช่วงมื้อเย็น   เป็นมื้อที่ทำลายนักท่องเที่ยวจริงๆ

ผมและคณะครอบครัวมีความตั้งใจจะข้ามไปสะหวั่นนะเขต   ประเทศลาวแต่จะต้องทำบัตรผ่านแดนก่อน   ที่หน้าด่านตรวจคนเข้า - ออก จว.มุกดาหาร  เด็กอายุ  12  ปีลงมา   เป็นผู้ติดตามไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นอกเสียจากค่าถ่ายรูป

เรากว่าจะทำหลักฐานเสร็จก็เป็นเวลาประมาณ  1000 น. เศษๆ  ก็มุ่งหน้าไปที่หน้าด่าน   สำหรับที่จอดรถที่ทางด่านจัดไว้บริการไม่เสียเงินไม่มีหลังคา    ถ้าเป็นของเอกชนที่จัดไว้มีหลังคาพร้อมคนดูแล      แต่มีค่าบริการจอดมีให้เลือก    แล้วแต่ใครจะตัดสินใจเลือกแบบไหน

เราก็มาถ่ายภาพหมู่ก่อนการเดินทางข้ามไปฝั่งลาว   ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้า - ออก  เมืองมุกดาหาร

เราต้องมานั่งรอรถประจำทางที่วิ่งระหว่าง มุกดาหาร - สะหวั่นนะเขต  ถ้าจำไม่ผิดจะมีรถออกทุก ๆ 30 นาที   แต่แบ่งออกเป็น  2  สาย  สายสั้นจะวิ่งแค่จากด่านไทยถึงแค่ด่านลาวเท่านั้น  ค่าโดยสารประมาณ 30 บาท    ส่วนสายยาวจะวิ่งระหว่างมุกดาหาร - สะหวั่นนะเขต  ค่าโดยสารประมาณ 50 บาท  (ถ้าข้อมูลผิดพลาดขออภัย)

ที่มองเห็นเป็นประตูสู่ประเทศลาว  สะหวั่นนะเขต

ในที่สุดเราก็ได้มาเยือนแผ่นดินลาว เสียค่าเยือนคนละ  50 บาท  ถ้าเป็นวันหยุดคนละ 100 บาท  และจะมีค่าเบี้ยบ้ายรายทางในการตรวจของเจ้าหน้าที่ลาว     จะเรียกเก็บเอง   โดยไม่มีใบเสร็จรับเงินตกคนละเกือบ  200 บาท

เรามาถึงสุดระยะของรถประจำทางแล้ว    ก็ติดต่อหารถรับจ้างไปไหว้พระธาตุอิงฮังซึ่งออกไปจากสะหวั่นนะเขตประมาณ  10 - 12 กม.  ใช้เวลาเดินทางประมาณไม่เกินครึ่งชั่วโมง  ค่าเหมารถไปกลับประมาณ  400 - 500 บาท  แต่ผมสนทนาภาษาเดียวกับชาวลาวได้เลยได้ราคา  400  บาท  น้ำมันที่ลาวแพงกว่าบ้านเรา 40 กว่าบาท/ลิตร

เก็บภาพในระหว่างการเดินทาง    ในถนนหนทางประเทศลาวแต่เขาขับรถชิดด้านขวากันน๊ะครับ   ตามผมมาจุดมุ่งหมายปลายทางคือพระธาตุอิงฮัง

ภาพบรรยากาศบริเวณรอบๆ พระธาตุอิงฮัง    เราได้รับคำแนะนำให้ไปหาซื้อเครื่องสัการะบูชาองค์พระธาตุก่อน

หลังจากนั้นเราก็ไปซื้อมา    ราคาไม่แพง 10 - 20 บาท  เงินไทยสามารถใช้ได้  แต่อากาศร้อนไปหน่อย  1 บาทไทยเท่ากับ  250 กลีบเงินลาว

ทั้งแม่และคณะครอบครัวของผมก็นมัสการองค์พระธาตุอิงฮ้ง   ซึ่งมีอายุพอๆกันกับองค์พระธาตุพนม

เป็นไงภาพนี้หลานผมดูแล้วอุทานออกมาว่า " จำปา. อ้ายพิน " นึกถึงละครเรื่อง  เพลงรักริมฝั่งโขง     เราทั้งสองได้อธิฐานตรงกันว่า  " ขอให้องค์พระธาตุอิงฮ้งดลบันดาลให้เรามีความสำเร็จสมหวังในสิ่งที่ดีงามทุกประการ "

ที่เห็นคือพี่หมาเป็นชื่อคนจริงๆน๊ะครับ    กำลังจะตีฆ้องเพื่อแสดงตัวว่าได้มาเยือนถึงพระธาตุอิงฮ้งแล้ว    หลานชายน้องภูมิกำลังจะตีเป็นคนต่อไป

เราทั้งหมด  6  คน  ก็เหมือนเดิมครับ    ไปที่สวยๆงามๆ ที่ไหนๆ  ก็อดที่จะถ่ายภาพไว้ไม่ได้  มุมนี้ของพระธาตุอิงฮังใครๆ ที่ได้มาเยือนแล้ว    จะต้องถ่ายภาพในมุมนี้เกือบทั้งนั้น   เป็นมุมที่สวยงาม 

พระธาตุอิงอังเมืองสะหวั่นนะเขตประเทศลาว

เราทุกคนก็ร่วมกันทำบุญ   และให้หลวงพ่อผูกข้อมือด้วยด้ายสายสิน   เพื่อเป็นสิริมงคลที่ไดมาเยือนบ้านพี่เมืองน้อง   แผ่นดินลาวและคุ้มครองการเดินทางไปแห่งหนที่ต่างๆ   ตามผมมาอ่านให้จบน๊ะครับ.....

หลังจากนั้นเราทั้งหมดก็เดินออกมาทางด้านหลังองค์พระธาตุ    นึกภาพตามน๊ะครับ   เพื่อเราจะได้มาเดินตลาดขายของด้านข้างองค์พระธาตุอิงฮัง   พอดีจังหวะเป็นช่วงมีงานเลยไม่เงียบเหงา

ตลาดขายของข้างๆ รอบรั้วพระธาตุอิงฮัง   คล้าย ๆ กับตลาดนัดสวนจัตุจักรในเมืองไทยเมื่อ  20 - 30  ปี  ที่ผ่านมา

เราก็เดินดูเรื่อยๆ ตรงนี้ที่ตรงโน้นที่   ก็ได้ซื้อมะขามหวานและมันแกวมากินกันระหว่างทาง

เดินจนเกือบทั่วตลาดวกไปวนมา   ตามประสาคนต่างถิ่นเพื่อสำรวจ   ท่องเที่ยวแบบนี้คุณแม่ผม  (แม่ภรรยา) ชอบมาก   ท่านทำงานหนักมาตลอดเพื่อลูกๆ ทุกคน   ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องตอบแทนพระคุณ

เราใช้เวลาอยู่ที่พระธาตุอิงฮังประมาณ  1  ชั่วโมง    รถรับจ้างก็ยังรอเราอยู่   เพราะเรายังไม่ได้จ่ายค่าโดยสาร  เราให้เขาก่อนส่วนหนึ่งเขาปฏิเสธ   บอกว่ารอพร้อมกันครั้งเดียว   ซึ่งต่างกับรถรับจ้างบ้านเรา  เก็บเงินก่อนเผลอๆ มีทิ้งเชิดของหนี   ตัวอย่างก็มีให้เห็นตั้งมากมาย   ผมเคยขับแท็กซี่มากว่า  10  ปี  ไม่เคยทอดทิ้งผู้โดยสาร   มีแต่ถูกผู้โดยสารทอดทื้งแถมไม่จ่ายค่าโดยสารอีกต่างหาก.......เบื่อ....

ถนนหนทางจากสะหวั่นนะเขตมุ่งสู่พระธาตุอิงฮัง   เป็นถนน  4  ช่องจราจร   เดินรถชิดทางขวา

วงเวียนอนุเสาวรีย์ไดโนเสาร์เมืองสะหวั่นนะเขตประเทศลาว   เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมให้จอดเพื่อรถถ่ายรูป   แต่ผมไม่ได้ให้เขาจอด   ถ่ายในรถขณะที่รถยังวิ่งอยู่  ชัดไหมครับ   จุดมุ่งหมายตอนนี้คือตลาดสะหวั่นนะเขต   เพื่อหาร้านอาหารในมื้อกลางวัน   (ผมคนเดียวไม่ยากเลยข้าวเหนียว - ไก่ย่าง  อยู่ได้เกือบทั้งวันแล้ว)

คณะของเรารู้สึกหิวกันแล้ว   เพราะเลยบ่ายโมงมาแล้ว  เดินสำรวจตลาดสะหวั่นนะเขต   พร้อมกับหาร้านอาหารด้วย

เดินหากันสักพักใหญ่   เดินวกไปวนมา  พวกเด็กๆ มีสีหน้าเริ่มบอกอาการว่า หิวแล้ว

ในที่สุดเราก็เลือกเอาร้านนี้   เพราะพี่หมาคนเสื้อเหลืองไม่ทานเนื้อ  มื้อนั้นก็มี  ก๋วยเตี๋ยว,ก๋วยจั๊บ,ขนมจีน   ก่อนหน้านั้นผมได้บอกกับทุกคนแล้วว่า   เรามาต่างเมืองอาหารการกินนี้อย่าไปสนใจกับรสชาด   เอาให้อิ่มท้องไม่ทรมานร่างกายเท่านั้นก็พอแล้ว   เราทั้ง  6  คน  กินคนละ  1  ชาม  ไม่มีใครสั่งต่อเลย  เพราะกินมันแกวมากันก่อนแล้ว

หลังจากอิ่มหน่ำสำราญแล้ว   เราก็มุ่งหน้าเตรียมตัวไปที่ท่ารถ บ.ข.ส. เมืองสะหวั่นนะเขต   ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณไม่เกิน  500  เมตร  ถ้าขึ้นรถเขาคิดคนละ  20  บาท   แต่ถ้าเหมาอาจจะมีสิทธิ์โดนหลอกได้  ผมเคยโดนมาแล้ว   ขนาดส่งภาษาเดียวกันน๊ะแหม่.....ลาวต้มลาว....

เราเดินกันมาไม่ไกลเท่าไรเพื่อย่อยอาหาร   ก็ถึงท่ารถ บ.ข.ส.เมืองสะหวั่นนะเขตแล้ว   อย่าไปเปรียบเทียบกับบ้านเราเลย   ประเทศของเขากำลังพัฒนา

ภาพบรรยากาศด้านในอาคารที่ผู้โดยสารรอรถ   ผมก็เดินไปเดินมาดูโน่นดูนี่   และสนใจรายละเอียดในการเดินทางไปนครเว้และนครดานัง    ประเทศเวียดนาม   สักวันหนึ่งจะต้องหาโอกาศไปเยือนให้ได้   ผมมีความตั้งใจ

รอรถประมาณครึ่งชั่วโมง   รถก็มาอากาศก็ร้อนแถมตอนกลับยังเจอรถมีแอร์   แต่แอร์ไม่เย็นแต่ก็ไม่เป็นไร   เรานั่งระยะสั้นๆ เดี๋ยวก็ถึงฝั่งประเทศไทยแล้ว

เมื่อเรามาถึงแผ่นดินไทยแล้ว   ผ่านขั้นตอนต่างๆ ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง   เราก็ทำธุระส่วนตัวกันทุกคนแล้ว    ก็มุ่งหน้ามาที่รถตู้ทันที   จุดหมายปลายทางต่อไปคือ  อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ   จว.มุกดาหาร

ระยะทางจากด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย - ลาว มุกดาหาร   มาที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ  ประมาณ  30  กม.เห็นจะได้   ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง   เส้นทางวิ่งสบายๆ

เหมือนเดิมนั่นแหละ....เรามาถึงอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบแล้ว   ก็จะต้องถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อย

นี่....ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ  จว.มุกดาหาร  เด็กๆ และคุณแม่ต่างก็มีความสุข   ทำท่าทาง

  

เราอยู่กันที่ภูผาเทิบประมาณ  1  ชั่วโมง   ต่อมาเราก็มาพักเหนื่อยกันที่ตลาดอินโดจีนริมฝั่งแม่น้ำโขง   มองวิวทิวทัศน์ ไทย - ลาว  ในขณะนั้นแดดร่มลมตก   โอ้.....ช่างสุขใจจริงๆ มุกดาหาร

การเดินทางจากมุกดาหาร - สะหวั่นนะเขต   เดินทางโดยเรือก็ได้   มีจุดทำเอกสารเช่นเดียวกันที่ท่าเรือบริการ

แล้วเราก็หามุมถ่ายรูปเพื่ออ้างอิงว่าได้มาแล้ว

เด็กๆของคณะเราเริ่มหน้ามุ้ย..... มารู้ภายหลังว่าสาเหตุมาจากความหิว....

ผู้อ่านอย่าเพิ่งเบื่อน๊ะครับ......ตามผมมา   ในที่สุดเราก็ได้ร้านอาหาร   แก้ปัญหาปากท้องในมื้อเย็นได้

และแล้วเราก็ได้หาสถานที่พักผ่อนได้ราคาไม่แพง    ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากริมฝั่งโขงเลย   คืนนั้นหลังจากอาบน้ำเสร็จกันหมดแล้ว    ตั้งใจกันไว้ว่าจะต้องไปนั่งริมฝั่งโขงเพื่อชมวิวกัน    แต่ละคนก็มีความเหมื่อยล้าเลยต้องยกเลิก       และอีกอย่างทุกคนก็ให้ผมพักผ่อนเลย   เพราะตอนเช้าจะต้องขับรถทางไกล   จากมุกดาหารเข้ากรุงเทพ

เราตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น   อากาศสบายๆ ไม่หนาว   หลังจากเที่ยวกันมา  2  วันเต็มๆ แล้ว    เหลืออีกภาระกิจสุดท้ายคือผมจะต้องนำคณะทั้งหมดกลับกรุงเทพ   ถึงบ้านด้วยความปลอดภัยทุกคน   เราออกเดินทางจากมุกดารหารประมาณช่วงสายๆ  แปดโมงครึ่ง  0830 น.

มาแวะพักทานอาหารเช้าที่ อ.หนองพอก จว.ร้อยเอ็ด  ราคาอาหารที่นี่ไม่แพงรสชาดก็ดีด้วย

เราก็พักเข้าห้องน้ำกันตลอดทางที่มีคนร้องขอ   แต่พอมาถึงปั้มระหว่างทางของ จว.ร้อยเอ็ด   ทุกคนต้องรอลังเลยังไม่กล้าเข้าไป   เพราะมีหมาไทยตัวใหญ่ 2 ตัว   มันนอนขวางทางเราไล่ก็ไปแค่ตัวเดียว    ต้องให้คนขายของในปั้มมาจัดการให้ถึงจะได้ใช้ห้องน้ำกัน    ดูหน้าตาหมามันแล้ว   ไม่พอใจพวกเรามากๆ ที่ไปรบกวนมันเวลานอน

จากนั้นเราก็พักทานอาหารกลางวันที่โคราชในปั้มน้ำมันทางผ่าน

ผมก็พักรถเป็นช่วงๆ ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น    ตอนนี้ได้เดินทางมากว่าครึ่งทางแล้ว

และพอมาถึงสีคิ้ว   ตำรวจก็ให้รถทุกคันหยุดเข้าในปั้มน้ำมันให้หมด   เพราะมีขบวนเสด็จฯ เราก็เลยได้พักในปํมนี้อีก   ประมาณ  20  นาที   ก็ได้ที่พักในรูปนี้แหละ.......ตามผมมาอีกครับ   ใกล้จบแล้ว

แม่ยายผม   ถ้ามีโอกาศผ่านมาทางนี้  ลำตะคลอง - ปากช่อง   จะต้องแวะซื้อหมูป่าเจ้านี้   เป็นของฝากและติดไม้ติดมือประจำอยู่เสมอ   หมูป่าร้านนี้เลี้ยงเองในฟารม์

คุณแม่ยายซื้อเยอะ   เลยต้องซื้อลังโฟมสำหรับแช่เนื้อหมูป่าใส่น้ำแข็งที่ร้านเขาเลย   ตอนนั้นก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว

ในที่สุดผมก็ได้พาคณะทัวร์แดนอีสาน   มาถึงยังจุดเริ่มต้นคือที่บ้านก็เกือบๆ สองทุ่มเห็นจะได้   ก็เอาน้ำใส่ถังมาทำความสะอาดพื้นรถ   เพราะเด็กๆ เล่นกันได้ทำน้ำสตอเบอรี่ปั่นหกลงในรถ   เหนียวๆ ก็มดจะขึ้นมาแทน

สุดท้ายนี้เราก็ได้ร่วมรับประทานอาหารในบ้านกัน   เป็นปลาทูทอดน้ำพริกกะปิ , แกงจืดหมูสับเต้าหู้ไข่ , ผัดผักกะเฉดไฟแดงหมูกรอบ , ไข่เจียวหมูสับ......อร่อย....อิ่ม     หลังจากไปทัวร์ท่องเที่ยวแสวงบุญมา 2 คืน 3 วัน  ในแดนอีสาน ไทย - ลาว   และต่อไปกลางเดือน ก.พ.51 จะพาแม่และครอบครัวไปขึ้นเขาคิชฌกูฏ จว.จันทบุรี    ท่านผู้อ่าน...ที่ เคารพ    ถ้าเรื่องราวที่กระผมเขียนมาทั้งหมดในเรื่องนี้   ถูกใจท่านมากน้อยประการใด   กรุณาแสดงความคิดเห็นมา  เพื่อเป็นกำลังใจให้กระผม   ในการที่จะได้สร้างผลงานแบบนี้ต่อไปด้วยครับ....และคอยติดตามเรื่องต่อไป    ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาศนี้ด้วย ขอให้ทุกท่านจงโชคดี      มีความสุขความเจริญตลอดไป.....สวัสดี

คนชอบเดินทาง

โดย ทิดใหม่

 

กลับไปที่ www.oknation.net