วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พาแม่เที่ยวเหนือ ตอน 2


พาแม่ทัวร์ภาคเหนือ  4  คืน  5  วัน  เพื่อท่องเที่ยวแสวงบุญ      

ตอนที่ 2         วันที่  13  สิงหาคม  2550

คืนแรกนั้น   เรานอนหลับสบายดีกันทุกคน   ตื่นเช้ามาเราก็เตรียมตัวออกจากที่พักประมาณ  0800 น.   จุดแรกที่เราจะเดินทางไปคือ  พระตำหนักดอยตุง  ซึ่งจะต้องเดินทางขึ้นไปอีกประมาณ  50 - 60  กม. จากเชียงราย

หลังจากที่เราทานอาหารเช้ากันแล้ว   ก็มุ่งหน้าไปทาง อ.แม่ฟ้าหลวง  เส้นทางก็มีการขึ้นเขาช่วงเลย อ.แม่ฟ้าหลวงไปแล้ว   แต่ไม่ลาดชันมาก   ตลอดเส้นทางวิวทิวทัศน์   สองฝั่งทางเป็นธรรมชาติสวยงามมาก

ในที่สุดเราก็ได้มาถึงพระตำหนักดอยตุง    ใช้เวลาในการเดินทางประมาณชั่วโมงกว่ารวมตอนเราทานอาหารมื้อเช้าด้วย     เราจอดรถด้านล่างตามที่เขาได้จัดไวให้   และเราจะต้องเดินขึ้นไปเอง

เมื่อเรามาถึงด้านบนแล้ว   เราต้องรอคิวเพื่อเข้าชมในพระตำหนักเป็นชุด ๆ ละ  20 - 30  คน   ใช้เวลารอไม่นานให้ชุดเก่าออกก่อน   ชุดใหม่จึงจะเข้าไปได้   เขาห้ามถ่ายรูปภายในพระตำหนัก   ยกเว้นภายนอก

ด้านซ้ายมือที่เห็นคือ ห้องบรรมทมของสมเด็จย่า   จะมีระเบียงชมวิวและเดินอยู่ด้านหลัง

มุมนี้ได้รับความนิยมมาก   ในการถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวที่มาชมในพระตำหนัก

มองอีกมุมจากระเบียงชมวิวพระตำหนัก  ( นี่แห่ละ....สวิทเซอร์แลนด์เมืองไทย  ผมยังไม่เคยไปเลย  ช่วง  กค.51 นี้  ผมอาจจะมีโอกาสได้ไป )

อีกมุมหนึ่งของด้านหลังระเบียงพระตำหนัก  วิวทิวทัศน์สวยงามมาก ๆ  เป็นครั้งแรกที่แม่ยายผมเคยมา

แม่ยายผมเห็นดอกไม้สวยๆ งามๆ  ก็อดที่จะบอกให้ผมถ่ายรูป   ไว้ดูเป็นที่ระลึกไม่ได้

นี่คือด้านหน้าพระตำหนักตอยตุง   เป็นครั้งแรกของเราทั้ง  4  คน   ที่ได้ขึ้นมาด้านบนพระตำหนัก

เมื่อปี 2545  ผมและภรรยามาที่นี่   แต่ไม่ได้ขึ้นมาในพระตำหนัก   ชมแค่สวนดอกไม้แม่ฟ้าหลวง

เราเดินชมกันจนพอใจแล้วก็ลงมา   เพื่อเข้าไปชมสวนดอกไม้แม่ฟ้าหลวงต่อ

พอถึงป้ายหน้าสวนแม่ฟ้าหลวง   ก็เหมือนเดิมครับ....ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน

สะพานทางลงสวนแม่ฟ้าหลวง   เขาจะทำพื้นพิเศษคล้าย ๆ กับกระดาษทรายเอามาวางไว้   ให้เดินเพื่อกันลื่น

ลงมาจากสะพานแล้ว   นี่คือด่านแรกของสวนแม่ฟ้าหลวง   ซึ่งเป็นเส้นทางบังคับให้เดินผ่านมีข้อมูลต่างๆมากมายบรรยากาศถายในสวนแม่ฟ้าหลวงร่มรื่นมากๆ  ถ้ามีเวลาเดินได้ทั้งวัน

      เป็นไง....บ้างครับ....เห็นแล้วให้นึกภาพตาม....อย่าเพิ่งนึกอิจฉา...น๊ะครับ...ตามผมมา        ภายในสวนนั้น    มีดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิดสวย ๆ มากมาย   ช่วงที่ผมไปเป็นหน้าฝนยังไม่หนาว

คิดดูกันนะครับว่า   ในฤดูหนาวแล้ว   ภายในสวนแม่ฟ้าหลวงจะสวยงามมาก....แค่ไหน

สังเกตุดูแม่ยายแล้ว   ท่านมีความสุขมาก ๆ   และเป็นครั้งแรกด้วยที่ได้เดินทางมาเที่ยวไกลๆ แบบนี้

เป็นเช่นไรบ้าง....ภาพนี้สวยงามสดชื่นไหมครับ   คนยังน้อยอยู่เพราะเป็นเวลาประมาณ  1000 น. กว่าๆ

ผมและครอบครัวพากันถ่ายภาพกันจนเพลิน   มุมโน้นที   มุมนี้ที   เดินเพลินกันจนลืมเหนื่อย   วันนี้เราโชคดีกัน     ท้องฟ้าอากาศแจ่มใสไม่มีฝน   แถมแสงแดดยังอ่อนไม่ร้อน

พอตกประมาณเที่ยงกว่า ๆ   จะเห็นว่าเริ่มมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น   สังเกตุน๊ะครับ...มุมนี้สวยงามมาก

เราเดินไปเดินมา   ถ้ามีที่นั่งดี ๆ เราก็ให้แม่พักผ่อนเสมอ   ทั้งที่แม่บอกว่าไม่เหนื่อย  อายุแม่กว่า  70  แล้ว               ในวันนั้น   สภาพลมฟ้าอากาศเอื้ออำนวยมาก ๆ

ตรงนี้มองดูจะเป็นอุโมงค์น้ำพุ

หลังจากนั่งพักผ่อนพอแล้ว   เราก็เดินเที่ยวต่อ   อากาศภายในสวนบริสุทธิ์มาก ๆ

เดินชมสวนจนลืมความหิวไปได้เลย   ทั้ง ๆ ที่เลยมื้อเที่ยงมาแล้ว

ทางเดินภายในสวนจัดได้สวยงามมาก

ต้นกุหลาบมีต้นใหญ่ ๆ หลายต้น   เขาบอกว่าถ้าฤดูหนาวดอกไม้จะสวยงามกว่านี้

ในที่สุดเราก็พักอีกครั้ง   ก่อนพากันออกจากสวนดอกไม้แม่ฟ้าหลวง

และแล้ว...เราก็ขึ้นมาด้านบน   หาเครื่องดื่มแก้กระหายกันบริเวณนี้

ก่อนที่เราจะกลับขึ้นรถ   เราก็แวะเข้าชมหอพระราชประวัติ  เสียดายไม่มีรูปให้ดู   เพราะเขาไม่ให้ถ่ายรูป

และสถานที่ต่อไปที่เราจะไปก็คือ  สวนกุหลาบพันปี   มีป้ายบอกไว้ว่าไปอีก  20  นาที

และเราก็มาที่รถเริ่มออกเดินทางกันเลย   ตอนนั้นก็ประมาณบ่ายสองโมงเห็นจะได้

ไม่ได้จอดทำอะไรหลอกครับ....แค่จอดถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานเท่านั้นเอง

                ถึงแล้วสวนกุหลาบพันปี   ใช้เวลาเดินทางประมาณ   30   นาที   ทางคดเคี้ยวพอสมควร                          

เราก็จะต้องซื้อตั๋วก่อนการเข้าชมคนละ  50  บาท

ด้านหลังที่เห็นดอกสีแดงอ่อน ๆ นั้นแห่ละครับ....กุหลาบพันปี  ต้องมาช่วงฤดูหนาวถึงจะสวยงาม

จุดชมวิวภานในสวนกุหลาบพันปี   ดอยช้างมูบ

จากนั้นเราก็เดินทางต่อ   มาที่วัดพระธาตุดอยตุง  ตอนนั้นก็ประมาณเกือบ ๆ สามโมงเย็นแล้ว

เป็นธรรมเนียมของแม่ยายผม   ไปที่ไหนถ้ามีสื่งศักดิ์สิทธิ์   ก็ต้องไหว้แบบนี้ทุกๆ ครั้งไป

เราก็เหมือนเดิมครับ....ถ่ายรูปภายในวัดไว้เป็นที่ระลึก

นี้แหล่ะ...มื้อเที่ยงของเรา   ร้านอยู่หน้าวัดพระธาตุดอยตุง....อร่อย...ราคาไม่แพง

ภาพที่เห็นเป็นเวลาสามโมงเย็นกว่าแล้ว   หมอกลงเยอะมาก  ขนาดขับรถมาบางช่วงต้องเปิดไฟหน้ารถวิ่ง

ต่อไปหล้งจากทานอาหารแล้ว   เราก็จะต้องไปที่พระธาตุดอยตุง  ซึ่งห่างออกไปอีก  1  กม.

นี้คือทางขึ้นครับ....ยังอยู่ในช่วงการปรับปรุง

แม่ยายผมเดินตีและนับระฆ้งตลอดทางเลย   ช่างมีแรงดลบันดาลใจจริง ๆ

เมื่อถึงแล้วแม่ยายผมก็ที่เห็นแหล่ะครับ....มุ่งหน้าไปหาเครื่องสักการะบูชาก่อนเลย

ตอนนี้พระธาตุดอยตุงยังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม   ปรับปรุงพัฒนา

แม่ยายก็ซื้อล็อตเตอรี่เสี่ยงโชค   และบอกกับพระธาตุดอยตุงไว้ว่า  " ถ้าถูกรางวัลที่  1  จะมาบูรณะบำรุงที่นี้ " 

ขนาดแม่เดินลงมา   ยังตีและนับระฆังฝั่งที่เหลืออีกด้านหนึ่งด้วย   ท่านศรัธาจริง ๆ

บรรยกาศพระธาตุดอยตุงนั้น   ร่มรื่นแบบธรรมชาตืมาก ๆ   และต่อไปเราจะไปกันที่ อ.แม่สาย  เชียงราย

เมื่อมาถึงแม่สายแล้ว   แม่ยายผมก็ยังมีแรงเดินชมตลาดแม่สายอีก   ส่วนผมขอเฝ้ารออยู่ที่รถ

นี่คือ....ร้านอาหารมื้อเย็นของเรา  ที่ริมฟุตบาท อ.แม่สาย จว.เชียงราย

พลังจากทานอาหารเย็นแสร็จสิ้น   เป็นเวลาประมาณกว่าห้าโมงเย็นกว่าแล้ว    เราก็หาที่พักซึ่งไม่ไกลจากตลาดมากนัก   เป็นห้องปรับอากาศเตียงคู่   ห้องใหญ่ในราคา  500  บาท   เรานอนรวมกันทั้งหมด 

เราก็พักผ่อนชมภาพถ่ายทางกล้อง....ต่อผ่านโทรทัศน์   สนุกสนานกันใหญ่เลย

แม่ไม่บ่นเลยว่าเดินเหนื่อย....แต่ลูกทั้งสอง   นวดขานวดแข้งให้เอง   เพื่อเอาแรงคืนกลับมา....ท่องเที่ยวต่อในวันพรุ่งนี้อีก...จะไปที่....ประเทศพม่า....สามเหลี่ยมทองคำ..เชียงราย....วัดร่องขุน....เชียงใหม่..

..โปรดติดตามต่อตอน 3  น๊ะครับ

โดย ทิดใหม่

 

กลับไปที่ www.oknation.net