วันที่ เสาร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

๑๒.แผลกดทับ....ภัยของคนพิการ วิธีป้องกัน และรักษา



เรื่องนี้ จะเขียนรวมๆ กันทั้งคนที่ต้องนั่งนานๆ และคนที่นอนมากกว่านั่งเลยนะครับ(บางที เป็นคนพิการนี่..... ก็ดูเป็นคนมีบุญเน้อะ นั่งกิน นอนกินเลยนะเนี่ย)

เริ่มเลยนะครับ คนพิการ หรือผู้ช่วยเหลือต้องคอยสังเกตผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูกที่นอน หรือนั่งทับเป็นประจำ ถ้ามันแดงเป็นวง แสดงว่าเป็นอาการเริ่มต้นของแผลกดทับแล้ว(แบบที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้เลย)



วิธีป้องกัน

-พยายามเปลี่ยนท่าทางการนอน(พลิกตัว)ทุก ๒-๓ ชั่วโมง หรือถ้าต้องนั่งทำงานก็พยายามยกตัวให้ก้นลอย บ่อยๆ

-นอนบนที่นอนลม เมื่อก่อนนี้ แพงมาก พ่อไปแสวงหาซื้อมาให้ (เพราะเห็นจากในทีวีเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน จำได้ไหมครับ ข่าวดัง....ที่มีช้างป่วย ยืนไม่ได้ นอนจนเป็นแผลกดทับน่ะครับ)
แต่ปัจจุบัน ถูกลงเยอะ มีเงิน ๗-๙๐๐๐ บาทก็หามาใช้ได้แล้ว (ในรูป)

เวลานั่งก็ควรมีเบาะรอง ซึ่งวัสดุที่นิยมใช้เป็นเบาะรอง ก็มีหลากหลาย ตามสภาพความพิการ และงบประมาณของแต่ละคน ตั้งแต่ ฟองน้ำ เบาะลูกโป่ง ผ้าขนแกะ ห่วงยางเล่นน้ำเด็ก ไปจนถึงเบาะลมใบละหมื่นกว่าบาท(สีดำๆ ในรูป ปีที่แล้ว ทำหายไปใบหนึ่ง น้ำตาเล็ดเลย)
-ใส่กางเกงที่มีเนื้อผ้านุ่ม(จะใส่ยีนส์บ้างก็ได้ ถ้าอยากเท่ห์ แต่ควรใส่แพมเพอร์สนะครับ) ใส่ถุงเท้า รองเท้า(ควรจะหลวมเล็กน้อย) เพื่อป้องกันการกระแทก กับสิ่งของต่างๆ หรือเสียดสีจากที่วางเท้ารถเข็น

-ใข้รถเข็นที่เหมาะกับสภาพความพิการ สำหรับผมเอง ล่าสุดไอ้วงแดงๆ ที่เล่าให้ฟัง ก็น่าจะ เป็น เพราะนั่งรถเข็นคันใหม่ ป้ายแดง ที่เพิ่งถอยออกมา แล้วไปนั่งประชุมที่ กทม.มานั่นแหละครับ
คาดว่า...รถคงจะไม่เหมาะกับผมครับ (หรือก้นผมมันไม่มีบุญพอจะได้ใช้ของใหม่มั๊ง ต้องกลับมานั่งเจ้าคันเก่าผู้ซื่อสัตย์ของเราอีกจนได้)

-รักษาสภาพร่างกาย ไม่ให้ผอมมาก เพราะไขมันจะช่วยทำหน้าเป็นเบาะอีกชั้นหนึ่ง แต่อย่านั่งกิน นอนกิน จนอ้วนมากไปนะ
เพราะอาจมีเสียงบ่นจากผู้ช่วยเหลือ ว่า "ถ้าหนักกว่านี้ จะยกไม่ไหวแล้วนะ"(ตอนที่ผมเป็นแผลหนักๆ ผมเหมือน หนังหุ้มกระดูกเลย แต่ตอนนี้เริ่มไว้พุงเป็นเสี่ยแล้วครับ ออกมานอกบ้าน อะไรๆ มันก็อร่อยนี่ครับ แฮ่....)

-เวลาผิวแห้ง ทาโลชั่นในจุดที่เสี่ยง เช่น ก้น สะโพก

ข้อแนะนำเมื่อเป็นแผล


-ถ้าแผลมีขนาดเล็ก ตื้นๆ ไม่เป็นโพรงหนองข้างใน สามารถรักษาด้วยตัวเองได้ แต่ต้องพยายามไม่นั่ง และไม่นอนกดทับบริเวณที่เป็นแผล และชำระล้างแผลให้สะอาดทุกวัน จนกว่าแผลจะหาย

-ถ้าแผลลึก กว้าง เหม็น หรือผิวหนังตาย ด้านแข็ง ใช้กรรไกรตัดผิวหนังที่ตายทิ้ง และทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือล้างแผล และน้ำยาฆ่าเชื้อ ทายาใส่แผล ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ

-แผลกดทับที่มีขนาดใหญ่ เรื้อรัง(มักจะมีขอบขาวที่แผล ด้านแข็ง) อย่างนี้รักษายาก ต้องใช้เวลาในการรักษานาน สิ้นเปลืองทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายมาก เพราะฉะนั้นควรรีบรักษาตั้งแต่เริ่มพบ

-ไม่นอน นั่งทับบริเวณที่เป็นแผล โดยเปลี่ยนท่านอน พยายามนอนคว่ำบนเตียง อาจใช้หมอนหนุน หรือนอนตะแคง และเปลี่ยนท่านอนทุก 2-4 ชั่วโมง

-เมื่อแผลเริ่มสะอาดและตื้นขึ้น แพทย์อาจพิจารณาแก้ไขด้วยการผ่าตัดซึ่งมีหลายวิธี เช่น คว้านเนื้อเสียออก แล้วเย็บปิดแผลเลย หรือเอาหนังส่วนอื่นมาปิดทับ

-ขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ คนพิการรุ่นพี่ เป็นวิธีหนึ่งที่ผมใช้บ่อย แต่ต้องปรึกษาจากคนที่มีประสบการณ์ตรงนะครับ เพราะคนเป็นอัมพาตทุกคนจะเคยเป็นแผลกดทับกันมาแล้ว ทั้งนั้น(บางคนโชกโชนมาก เสียทั้งสุขภาพกาย ใจ เงินทอง) หลายคน อาจจะให้คำแนะนำที่ดี และเหมาะสมได้ แต่จะตัดสินใจทำอย่างไรต่อไป คนพิการต้องตัดสินใจเองครับ

-ถ้าดูอาการ แล้วไม่ค่อยดี ไปโรงพยาบาล เพื่อปรึกษาแพทย์

คนพิการและผู้ช่วยเหลือ ควรมีความรู้เรื่องแผลกดทับอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นเรื่องอันตรายมาก บางคนจะหวังพึ่งแต่หมอ ทำให้สายเกินไป หลายชีวิตที่มีคุณค่า(แม้ในร่างที่พิการ) ต้องสูญเสียไป

บางที ถ้าตัวเราเอง ดูแผลเองไม่เป็น หรือดูไม่เห็น ผู้ช่วยเหลือดูให้ก็ไม่มั่นใจ(เพราะส่วนมากจะเป็นที่ก้น สะโพก) ก็ใช้เทคโนโลยี่มือถือแหละ ถ่ายรูปก้นไปเลย เอามาดูให้ชัดๆ อาจจะส่งเมลหรือ mms ให้คนที่มีประสบการณ์ช่วยดูให้ก็ได้ (ผมก็ทำอยู่บ่อยๆ )

คนพิการบางคนที่มีอาชีพ ทำงานประจำ พอเป็นแผลใหญ่แล้ว ไปหาหมอรักษา หมอก็มักจะบอกว่า ห้ามนั่ง ไม่งั้นจะเป็นแผลอีก โห พูดง่ายครับ.....
แต่ในความเป็นจริง คนพิการก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ยังต้องกินต้องใช้ โอกาสจะมีงานทำก็ยากเย็น กว่าเขา แถม ..ไอ้ที่ต้องใช้จ่ายประจำ ในสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ก็มากกว่าคนไม่พิการอีกครับ
ฉะนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้คนพิการ กินๆ นอนๆ อยู่แต่ในบ้าน

ส่วนวิธีที่ผมรักษาแผลนั้น ใช้วิธีให้ผู้ช่วยเหลือทำเผลเองที่บ้าน
เนื่องจาก ตอนนั้นยังรับสภาพความพิการไม่ได้ ทำแผลวันละ ๒ ชั่วโมงอยู่ ๒ ปีเต็ม กว่จะหาย (แผลใหญ่ขนาดไหน นึกดูครับ)บางที นอนตะแคงให้ทำแผลจนเผลอหลับ พอน้ำลายหด เอ๊ย หก ทีนึงก็ตื่นทีนึง

อันนี้ แถมครับ คงไม่มีใครหรือหมอ คนไหน เคยแนะนำ แต่สำหรับผมสำคัญที่สุดครับ
เพราะใช้ได้ผลมาแล้ว คือ รักษาสุขภาพจิตใจให้ดี สดชื่นเสมอ มั่นใจว่า ตัวเรามีคุณค่ากับครอบครัว ด้วยตัวเราเอง ไม่จำเป็นต้องหาจากใครอื่น วันใด....ที่เรารู้สึกด้อยค่า ไร้ค่า สารพัดโรคจะรุมเร้าเข้ามาเลย


ข้อมูลบางส่วน จากอรัญญา สุทธิกุล

โดย chai14

 

กลับไปที่ www.oknation.net