วันที่ จันทร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สงครามกับอิรักของบุชทำเศรษฐกิจสหรัฐฯพัง



แม้จอมเผด็จการ ซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก โดนแขวนคอแดดิ้นสิ้นฤทธิ์หมด เดชแล้ว แต่มิคสัญญีบนดินแดนอาหรับราตรี ที่เคยรุ่งโรจน์โชติช่วงก็ยังคงสภาวะ “ทะเลเลือด” ไร้วี่แววสงบสันติสุข ทุกชีวิตต้องเผชิญความตายและหายนะรายวัน รายชั่วโมง รายนาที

อภิมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา หัวโจกผู้นำเปิดฉากสงครามถล่มอิรักและ โค่นรัฐบาลซัดดัมเมื่อเดือนมีนาคม 2546 กาลเวลาผ่านพ้นไปห้าปีแล้ว อเมริกันก๊อใช่จะแฮปปี้มีสุขกับการยึดครองแล้วเจ้ากี้เจ้าการจัดเลือกตั้ง จนอิรักได้รัฐบาลที่นัยว่าเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย

เพราะฝ่ายต่อต้านเดินหน้าทำศึกก่อกวนไม่หยุดยั้งรั้งรา ใช้ยุทธวิธีก่อการร้าย ลักพาตัว ระเบิดรถยนต์ วางกับระเบิดตามสถานที่ต่างๆ ระเบิดฆ่าตัวตาย คร่าวิญญาณผู้คน ทำลายทรัพย์สินเป็นประจำ เหตุร้ายรุนแรงอุบัติทุกบ่อยกระทั่งแทบไม่เป็นข่าว

สหรัฐฯต้องทุ่มเทสรรพพลังเพื่อรับมือ นั่นหมายถึงงบประมาณค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล ถูกละลายควบคู่กันไปด้วย...จากพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐฯมูลค่ารวมราว 14 ล้านล้านดอลลาร์ (448,000,000 ล้านบาท...เฮ้อ!...ไล่ตัวเลขซะเหนื่อย) รัฐบาลกรุงวอชิงตันต้องอัดเงิน ใส่สงครามอิรักปีละ 100,000 ล้านดอลลาร์ (3,200,000 ล้านบาท) มากกว่างบประมาณแผ่นดินไทยแลนด์ราวสามเท่า

ปัจจุบันอาจดูเหมือนจิ๊บจ๊อยน้อยนิด เทียบกับยอดตัวเลข “หน้าตัก” รวมทั้งหมด ไม่มากมายอะไร มหาอำนาจเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งของโลกเกทับสบาย ขนอุยหน้าแข้งร่วงไม่กี่เส้น

แต่ข้อความจริงบิลค่าสรรพสิ่งของอันจำเป็นต้องชำระ “ชักดาบ” เบี้ยวมิได้นั้นหนาขึ้นๆ เพราะรัฐบาลสหรัฐฯใช้นโยบาย “ซื้อวันนี้เฉ่งชำระเงินวันหน้า...buy-now-pay-later” ซึ่งเหล่าเกจิเศรษฐกิจล้วนเชื่อว่าในระยะยาวจะเกิดปัญหาสาหัสแหงแก๋

อีตอนประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประกาศกร้าวแกร่งสั่งกรีธาทัพลุยอิรักเมื่อห้าปี ที่ผ่านมานั้น เรื่องจำนวนเงินมิใช่ประเด็นสลักสำคัญนัก เนื่องจากทุกสายตาจับจ้องตรงข้อ กล่าวหาอุกฉกรรจ์ “ซัดดัม ฮุสเซน ประธานาธิบดีอิรัก มีอาวุธอานุภาพทำลายล้างร้ายกาจ สามารถใช้ถล่มโจมตีสหรัฐอเมริกาพินาศย่อยยับได้นะวุ้ย!?” แต่เอาเข้าจริงโบ๋เบ๋บ่มี หาไม่เจอะจั๊กกะดุ้น!!

ไอ้ที่ก้าวกระโดดไกลกู่ไม่หันหลังกลับได้แก่... ทำศึกอิรักห้าปี กระเป๋าหมากกะตังค์มะกัน เหือดแห้งลงกับงานนี้ 500,000 ล้านดอลลาร์ (กี่บาทเชิญเอา 32 คูณดูเองตามอัธยาศัย)

“ผลของสงครามต่อเศรษฐกิจระยะสั้นนั้นเบาบางพอบริหารจัดการไหว แต่ผลลบระยะยาว จะใหญ่หลวงน่ากลัว”มาร์ค แซนดี้ หัวหน้าทีมนักเศรษฐศาสตร์สถาบันเศรษฐกิจมูดี้ พยากรณ์ แซนดี้เสริมว่าปัญหาส่วนใหญ่คือสงครามที่ยืดเยื้อทุกๆเดือน เงินจะถูกบวกเพิ่ม เข้าไปในยอดหนี้สินรัฐบาลสหรัฐฯเดือนละกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันที่ต้อง แบกภาระหนี้หลังแอ่น 9 ล้านล้านเหรียญ “หนี้ที่รัฐบาลแบกรับเพิ่มพิเศษอื้อซ่านั้น กระทบต่อการสร้างผลงานเศรษฐกิจในระยะยาวโดยมิต้องกังขา” ดั๊ก เอลเมนดอร์ฟ นักวิชาการอาวุโส สถาบันบรู๊คกิ้งส์และอดีตนักเศรษฐศาสตร์ในคณะกรรมการ ธนาคารชาติสหรัฐฯ แสดงความกังวล

อย่างไรก็ดี งบประมาณรายจ่ายอื่นๆ อาทิ ค่าประกันสุขภาพคนยากจนและ โอสถสำหรับผู้สูงวัยอันเป็นโครงการใหม่ บวกหนี้สินรัฐบาลที่สูงขึ้น ก็ยังเพิ่มในอัตราเร็วกว่างบฯทำสงครามอิรัก

ฝ่ายสนับสนุนการทำสงครามรุกรานอิรักอ้างว่าหลังเหตุการณ์ “11 กันยายน 2544” วินาศกรรมเขย่าโลก หากไม่สามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยของสหรัฐฯได้ มันจะส่งกระทบร้ายแรงต่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอเมริกันยิ่งกว่านี้เสียอีก

หากย้อนไปช่วงต้นปี 2546 ดูเหมือนความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาเศรษฐกิจภายใน สหรัฐฯและภูมิภาคอื่นในโลกช่างห่างไกลเหลือหลาย

ย่างเข้าเดือนมีนาคม 2546 ก่อนศึกระเบิดไม่กี่วัน ราคาน้ำมันดิบแค่บาร์เรลละ 37.21 ดอลลาร์ แล้วเพียงห้าปีผันผ่าน มาสัปดาห์นี้ของเดือนมีนาคม 2551 ราคาน้ำมันดิบกระฉูดสู่ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล!?

วันที่ 29 มกราคม 2546 ก่อนสงครามลุยอิรักไม่ถึงสองเดือน นายโดนัลด์ รัมส์เฟลด์ รัฐมนตรีกลาโหมขณะนั้น บอกทำเนียบขาวจะใช้จ่ายทำศึกอิรักน้อยกว่า 50,000 ล้านเหรียญ แถมงบฯนี้บางส่วนชาติพันธมิตรจะช่วยแบ่งเบา ถึงวันนี้ละลายเกลี้ยง 500,000 ล้านดอลล์

โดยสหรัฐอเมริกา “พี่เบิ้มผู้ยิ่งหญ่าย” ควักกระเป๋าเอง...มันสะใจมั้ยน้อง?


จาก

http://www.thairath.co.th/news.php?section=international&content=82553

ภาพจาก

http://z.about.com/d/politicalhumor/1/0/T/Y/

bush_iraq_plan.jpg

โดย สนต้นที่เก้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net