วันที่ อังคาร มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึก....ของแม่ กับมะเร็งปอดระยสุดท้าย


ปีใหม่ 2551 ควรจะเป็นปีที่ดีๆ และตั้งต้นอะไรใหม่ๆได้...แต่แล้ว แม่ก็ล้มป่วยลง...มีการอาการไอเรื่อยตั้งแต่ปลายเดือน มกราคม 2551 แม่ก็ไปหาหมอ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรหนักมากมาย หมอจ่ายยามา แต่ก็ไม่ทุเลาเลย  ไปหาหมอครั้งที่สอง ก็ไม่ดีขึ้น

จนถึงวันที่ 14/2/51 แม่มีอาการไอหนักมาก นอนไม่ได้ ต้องนั่งหลับไป ปวดซี่โครงว้าย เพราะไอมาก....ช่วงบ่ายๆ แม่อาการดีขึ้น....เช้าวันที่ 15/2/51 ยกแขนไม่ไหว แต่สายๆก้อดีขึ้นตามลำดับ   ช่วงเย็นเลยพาแม่ไปหาหมออีกครั้ง รพ.เอกชน ใกล้บ้าน เพราะมีบัตรทองที่นั่น   หมอขอให้ X-ray ปอด ทำให้เราใจไม่ดีเลย  ผล คือ ปอดบวม  หมอขอให้นอน พักดูอาการหนึ่งคืน

วันที่ 16 - 17 อาการแม่ ก็ดีอยู่บ้าง แต่ไอยังไม่หาย  หมอไม่จ่ายยาช่วยเลย จึงต้องบ่นกับ หมอ และ รพ. ให้ดูแลดีกว่านี้ ไม่ใช่มีเพียงน้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อ วันที่ 17 หมอขอให้ X-ray ปอดอีกครั้ง ( วันรุ่งขึ้น ดูแล้วปอดใหญ่ขึ้น แน่ละ ไอทั้งคืน ) แล้วก็หายตัวไป

วันที่ 18 หมอขอเจาะปอด เดิมเราจะไม่ยอม เพราะกลัว.....แต่ก็ต้องยอม อยากให้แม่หาย หากเป็นวัณโรค  เจาะแล้ว ไม่พบอะไรนอกจากเลือด หมอก็ไม่ทำไรไรต่อด้วย  (ก่อนหน้านี้ เก็บ เลือด เสมหะ ไปตรวจ ไม่พบเชื้อใดๆ )

วันที่ 19  วันนี้ หมอยอมให้แม่ออก เพราะอาการดีขึ้น จากการที่ให้น้ำเกลือ แต่ยังมีอาการไอ  หมอเรียกเราไปเพื่อขอจ่ายยา รักษาวัณโรค  เราถามว่าแน่ใจหรือ  หากช่าย และไม่ใช่ หมอจะทำยังไง  หมอตอบวนไปวนมา

ช่วงนี้เราปรึกษาแฟน จะพาแม่ไป รพ.ทรวงอก เพื่อตรวจให้ชัดเจนกว่านี้ 

วันที่ 23  เราพาไปรพ.ทรวงอก คลีนิกพิเศษ  หมอขอ X-ray ทั้งด้านหน้า และด้านข้าง  พบปื้นๆ เหมือนกับที่ รพ.แรก  หมอขอนัดตัดชื้นเนื้อ และCT scan พร้อมฉีดสีเข้าเส้นด้วย

วันที่ 25/2  เราพร้อมแม่ แม่แฟน ไปรพ. เพื่อตัดชิ้นเนื้อ และส่งเสมหะ ไปตรวจ  รอนานพอควรเลย กว่าจะเสร็จ แม่บอกว่า หมอเจอ  เสมหะติดเต็มไปหมดในปอด หรือหลอดลม เลยทำการดูดออก  แม่รู้สึกว่าโล่ง  ทานข้าวเที่ยงได้มากเลย ดีขึ้น เราภาวนาให้เป็นแค่นัน้

วันที่ 26/2 บ่ายนี้มีนัดทำ CT Scan  เรามารอแต่บ่ายสอง เพราะกว่ามาไม่ทันนัด  นั่งรอคิวสี่โมง แต่โชคดีอยู่บ้าง  ที่คิวมาไม่ทัน แม่เลยเข้าไปทำก่อนตั้งแต่ บ่านสามเศษๆ  ดูแม่สีหน้าไม่ดีเลย  อาจเพราะป่วยหรือกลัว.....หมดการตรวจแล้ว   รอผลวันที่ 8/3 นี้

วันที่ 8/3 และแล้ววันนี้ก็มาถึง เราและแม่ สองคนมาฟังผล  .....คุณแม่ถามแม่เรื่องอาการ..งแล้วขอคุยกะเราสองคน  เราตกใจมาก....แล้วหมอก็บอกว่า ผลการตรวจ สรุปว่า เป็นมะเร็งปอด ระยะสุดท้าย  ไม่มีโอกาสหาย  เริ่มกระจายไปที่ต่างๆแล้ว  ทำคีโม ก็ช่วยยืดได้แค่ 2-5 เดือน แล้วแต่ผู้ป่วยด้วย แม่เราอาจอยู่ได้อีก 6-12 เดือน

เราออกมา แม่ถาม เราไม่รู้จะตอบอะไร แม่ถามว่าแม่เป็นมะเร็งใช่ไหม   หนักมากแล้วใช่ไหม  เราก็พยักหน้า  เราไปสำเนาเอกสารผลตรวจ ไปเอายากะแม่ รอนานมากๆ  แม่บอกว่า แม่เสียดายเวลาไม่ได้อยู่ดูลูก แม่ปลงๆ สั่งเสีย  แต่ยังไงจะไปหาหญ้าปักกิ่งมาทาน เห็นในทีวี เค้ามีคนหายระยะสุดท้าย

เราบอกแม่ว่า วันหลังไปหาแล้วกัน เพราะไม่รู้แหล่งฯ วันนี้เราไปทานข้าวกันที่ ดอนหอยหลอด ไปนั่งทานได้ไม่นาน เราก็กลับมา กทม  พอดีช่วงอยู่รพ. แม่แฟนว่ามีหนังสือจากเพื่อนมาพอดี  เค้ามีคนทาน ย่านาง  แล้วหาย เรากะแม่เลยไปซื้อที่ตลาด มาตำบด กับน้ำ ดื่ม สามเวลา

วันที่ 9/3  วันอาทิตย์ของการดำเนินไปกับมะเร็ง  แม่เพลียๆ ไปบอกเพื่อนบ้าน จะยกต้นไม้ที่ปลูกให้ เพราะแม่ไม่อยู่ ไม่มีใครดูแลมัน เลอะด้วย  ไม่อยากให้เราลำบาก  แต่เราออกไป เจเจ ไปหาหญ้าปักกิ่ง  แต่ไม่พบ......กลับมาพาแม่ออกไปทานข้าว แม่อยากไปมากๆ  แต่พอไปห้าง  แม่ก็ปวดท้อง เดินไม่ไหว แต่ยังทานข้าวได้  ค่ำๆ แม่ทนไม่ไหว เรากล่อมจนยอมไป รพ.เอกชน ไปฉีดยา และเอายามาทาน  แต่ยานั้น ไม่ช่วยแม่เลย เพราะปวดอยู่  ห้าทุ่มเลยไป รพ.ใหม่ พร้อมกะคุยกะหมอแบบละเอียดอีกครั้ง ( เดิมบอกไปแล้วว่าเป็นมะเร็งปอด)  แม่เวร ก็ฉีดยาใหม่ให้ พร้อมยาเม้ด อย่างแรง  ยอมให้เราเปลี่ยนยาที่เอาไปได้ด้วย ทำให้เราลดเงินไปบ้าง แม่นอนดูอาการอีกประมาณ ครึ่ง ชม. อาการดีขึ้นมาก เราพากลับบ้าน  ให้แม่นอนหลับพักผ่อน

วันที่ 10/3  เราไม่ได้ไปทำงาน เพราะเพลีย และยังเป็นห่วงแม่ วันนี้อาการดีขึ้น  มีญาติสนิทเรามาเยี่ยม  เราปล่อยแม่ให้กะญาติ เพื่อออกไปเอาสมุนไพร คาวตอง ที่มีคนทานแล้วหาย หรือดีขึ้น แฟนเราส่งลงมา....แล้วไปเปลี่ยน รพ. บัตรทอง เพราะต้องมี รพ.ประจำที่ดี  ( ของเดิม ห่วย  ไม่อยากให้ใช้บัตรทอง กับห้องพิเศษ )  เราพาแม่ไปทานข้าว กันสามคน แม่ดูอารมณ์ดีมากๆ ทานข้าวได้ พอญาติเรากลับไป เราจึงชวนแม่ไป รพ.อีก เพราะยาที่ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น ต้องไปหาหมออายุรแพทย์อีกครั้ง คุณแม่จ่ายยาแก้ปวด  แก้ท้องอืด ยาระบาย แก้อาเจียน ให้แม่เรา

วันที่ 11/3 -15/3 แม่เรายังทำงานบ้านช่วงเช้าปกติ งานประจำ แต่มีอาการเหนื่อยหอบมาก  ทานข้าวพอไหว  ทานทั้ง ย่านาง และคาวตอง ช่วงแรกทานคาวตองเยอะมาก...อาการมีน่าห่วง คือ ไอ และ หอบเหนื่อย

วันที่ 15/3 เราพาแม่ไปหาแม่แฟน ไปคุยไปทานข้าวกัน แม่ทานได้บ้าง แต่มีอาการอาเจียนตลอด เดินไม่มีแรง เพราะหอบ  อารมย์ไม่ดี เพราะเหนื่อย อยากหาย

วันที่ 16/3 แม่ทำงานบ้านไม่ไหวแล้ว เรามาทำแทน แม่ยังมีอาการเหนื่อยอยู่ เดินขึ้นบันไดบ้านไม่ไหว เดินได้แค่ที่ล่ะครึ่งต้องพัก.....วันนี้ ไม่ได้ไปไหนกันเลย แม่ทานข้างได้น้อย แต่ทานผลไม้มาก แล้วมีอาการท้องผุก ทำให้ทานไม่ได้เท่าไร 

วันที่ 17/3 เช้าวันนี้ แม่ดีขึ้น เดินขึ้นลงได้ช้าๆ แต่เหนื่อยหอบน้อยลง แต่ยังไม่ถ่ายทั้งที่ทานยาระบายไปเยอะ  เย็นๆเราเลยไปหาหมอ เอาทั้งยาระบายและยาสวนมาทำให้แม่  จริงๆแล้วถ่ายได้วันละครั้งแต่ได้น้อยมาก อึดอัด  พอสวนไปแล้วก็มีออกบ้าง แต่แม่เหนื่อยมากๆ  เพราะปวดท้องจะถ่ายทั้งวัน แล้วมีเพื่อนแวะมาถามหา   ดูเครียดกันมากๆทั้งสองคน เราต้องกลับมาทำงานบ้าน  แล้วยังมาเจ็บบั้นเอว เกือบทำอะไรไม่ได้

เช้าวันนี้  แม่เข้าห้องน้ำ บอกว่าถ่ายออกไปพอสมควรแล้ว ธาตุมันแข็ง...แต่ไม่มีแรงเท่าไร เพราะเหนื่อย เพลียจากการเดินทั้งวัน ทานไม่ได้

 หลังจากทำงานเช้าให้แม่จบ แม่ก็ทานข้าวเพื่อทานยาต่อ  ...แม่บอกว่าเพลียมากๆ  หายใจเกือบไม่ออก เพราะเหนื่อยมากจากการเข้าออก ห้องน้ำ ยังมีการปวดท้องอยู่ เราบอกให้แม่นอนพัก วันนี้ก้ดีขึ้นแล้ว เพราะสีหน้าแม่ดีขึ้นหลายวันแล้ว  อาการปวด สามารถทิ้งช่วงทานยาได้ ไม่ทานทุกมื้อแล้ว แม่พร้อมนอนแล้ว....ดูเหมือนจะดีนะ ในสุดท้ายก็ต้องพาไป รพ.เอกชน ไปให้น้ำเกลือ เพราะหอบมาก   ไม่มีแรงเดิน  ดูเครียดมากๆ

วันที่ 19/3  เช้านี้ออกจากบ้าน 05.30 น.  ไปหาแม่ที่ รพ.  แม่บอกว่า นอนไม่หลับ เพราะอาจจะนอนมากวานนี้ หลับมากไป  อาการไอยังมีบ้าง สอบถาม พยาบาล ซึ่งสอบถามหมอ บอกว่าไอธรรมดา ไม่ได้เกิดจาดโรคที่เป็น มีเส้นเลือดฝอยแตก ทำให้มีเลือดออกมา  ส่วนอาการไม่มีแรง น่าจะมาจากการไม่ได้ทานข้าวอย่างมากพอ  แต่แม่ยังหอบเหนื่อย แค่เดินจากเตียงไปห้องน้ำ  หวังว่านะ จะดีขึ้น เราภาวนา  ......ความดันออกต่ำ ( เดิม ความดันสูง )  ทานข้าวได้เยอะ หิวตั้งแต่วานนี้

ช่วง 20-22 แม่ดีขึ้นทุกเช้า เหมือนมีกำลัง  แต่ไม่สามารถเดินได้แล้ว เพราะหอบเหนื่อยมากๆ ต้องมีหน้ากาก Oxygen ตลอดเวลา ผลจากการดู ฟิลม์ X-ray ปอดล่าสุด  หมอบอกว่า Eng of Life แล้ว แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไร  คุยกับคุณหมอให้เราเลือก อยู่ห้อง หรือ ลง ICU  สำหรับตรงกัน อยู่ห้องดีกว่า  มีญาติๆ มาเยี่ยม ดูแลได้  ส่วนการช่วยปั้มหัวใจ  ไม่ทำ เพราะกลัวกระดูกหัก เพราะไม่รู้ว่าแม่ ร่างกายเป็นอย่างไร   เราได้แต่บอกญาติ มาเยี่ยม แต่แม่ยังไม่รู้เลยว่าแก คงไม่ได้ออกจาก รพ. แล้ว 

ถึงแม่ยังคิดว่าจะกลับบ้าน หรือ บ่นกับ ญาติๆ ว่าขอไปตายที่บ้าน  เราเอาแม่ออกไปไม่ได้ เพราะไม่มี Oxygen ที่บ้านพอให้แม่ตลอด 24 ชม.  และคงต้องใช้มากๆ   ช่วงนี้เราคิดเตรียมการบ้างแล้ว เพราะแม่เริ่มปวดท้อง หลัง  ยาที่มีเอาไม่อยู่  หมอให้มอร์ฟืน และสเตอรอยด์ แล้ว

คืนวันเสาร์ 22 เราบอกแม่ว่ากลับไปดู หมาสามตัว ที่แม่รักมันมาก  ไม่คิดเลยว่าคืนนั้น เราหอมแม่ จะเป็นการคุยด้วยเป็นครั้งสุดท้าย

05.00 ของวันที่ 23/3 น้าโทรมาให้เรารีบไป  เรารู้สึกจะหายใจไม่ออก  รีบออกไป รพ.  ถึงหน้าห้อง เห็น หมอเดินเข้าไป และน้าร้องไห้ที่หน้าห้อง   แม่เราจากไปแล้ว     แม่นอนตายตาหลับ  ท้องโต มากกว่าวันก่อนๆ  ขาบวม น้าบอกว่า  แม่เรียกน้าทั้งคืนให้ไปช่วยพัด ช่วงตีสี่ ยังเห้นหันมามองหน้าอยู่  และแม่พนมมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไม่มีใครรู้ว่าแม่คุยอะไร  จน 4.30 น้าเห้นว่าแม่นอนฟุบข้างหมอน แขนตก จึงไปเขย่า แต่แม่ไม่ตื่น  และหน้ากากแม่ อยู่ข้างๆ 

วันที่ 23-27/3  เพื่อนๆแม่ มาช่วยงานกันเยอะไปหมด บางคนมาส่งศพแม่ ร้องไห้กันดังลั่น ห้องอาจารย์ใหญ่ ก่อนย้ายไปศาลาวัดยายร่ม ศาลา 2  ไม่คิดเลยว่าแม่จะมีคนรู้จักเยอะมากมายขนาดนี้  แม่คงดีใจ วันสุดท้าย ยังมีคนมาร่วมพิธีฌาปานกิจ มากมาย  แม่สุดท้ายเหลือแต่เถ้า และกระดูก  เราได้เห้นหน้าแม่คงสุดท้ายก่อนเข้าเตา

28/3  วันนี้ เราไปลอย กระดูกแม่  ที่วัดช่องลม มหาชัย  พาแม่ไปที่ปากอ่าว เราเองเป็นหย่อนผ้าขาวที่ห่อกระดูกแม่ลงไปที่ในน้ำ ให้แม่ไปอย่างสงบ ขอให้แม่ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงลูกแม่นะ  ลูกช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ต้องกังวล

รักแม่.....ถึงแม้ช่วงเวลาที่ผ่านมา เราอาจจะไม่ได้อยู่ร่วมกันตลอด  แต่นี้ต้องไปแม่อยู่กับเราเสมอ........

 

โดย TheHotChoc

 

กลับไปที่ www.oknation.net