วันที่ พุธ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟังคำพยานชีวิตของนักร้องเพื่อชีวิต เคียส พันตา


ฟังคำพยานชีวิตของนักร้องเพื่อชีวิต เคียส  พันตา

@....ตามที่ทางบริษัทพยายามพลักดันพนักงานให้ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ...

ปีแล้วปีเล่าที่เราได้เรียนรู้กันอยากขอบคุณบริษัทของผม...

แต่ผมทำได้แค่นี้เอง...จากพื้นฐานความรู้แค่ A.. B ..C

 วันนี้ได้ต่อเติมเพิ่มเป็น D... E... F...แม้จะยังเดินทางไม่ถึง Z ...ก็ตาม

@..จบคอร์ดปีนี้ ผมได้รับหนังสือเล่มหนึ่งจากอาจารย์ผู้สอน

ชื่อหนังสือ...การให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ...

@...เป็นหนังสือลักษณะเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์

มีบทเขียนของศิลปินคนดังๆหลายท่านที่นับถือพระเยซูคริสต์

เช่น มอร์ริส เค , อัญชลี  จงคดีกิจ ,ทูน  หิรัญทรัพย์ , ศักดิ์สิทธิ์  เวชสุภาพร ( โต๋ )

เจมส์  เรืองศักดิ์  และอีกหลายๆท่าน..

@..มีท่านหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลเพลงเพื่อชีวิต

พันตา  สุรศิลป์พิสุทธิ์ ( เคียส  พันตา )

ได้ขีดเขียนเรื่องราวชีวิตของเขาเองได้อย่างน่าสนใจ

และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อการเดินทางสายชีวิตอย่าระมัดระวัง

ให้เยาวชนรุ่นหลังๆและบุคคลทั่วๆไป

ได้รับรู้และวิเคราะห์แบบอย่างที่ดีและไม่ดี

นำไปปรับเปลี่ยนประพฤติกรรมชีวิตของแต่ละท่านได้...

@...ผมขออนุญาตนำมาบอกต่อ..โดยนั่ง ( นอน )พิมพ์
แบบไม่ตกหล่นทุกเรื่องราวที่คุณเคียสได้ขีดเขียนไว้...

@...อนึ่ง...ได้เสริชเจอบันทึกบท

บรรยายพร้อมเสียงเพลงจากคุณเคียส

ด้วยความยาวประมาณ 1 ชม.กว่าๆ...

.ก็เหมาะสำหรับท่านที่มีเวลาและสนใจรับฟังกันจริงๆๆๆ

@...ก็เชิญอ่านหรือรับฟัง...ได้ตามสะดวกครับท่าน...

..........................................................................

 

 

@...ผมต้องเขาไปอยู่ในเรือนจำเมื่ออายุ 18 ปี หลังจากถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

พร้อมกับเพื่อนอีกสองคนข้อหาฆ่าคนตายในเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท

และยกพวกตีกันจนมีผู้เสียชีวิต

@..ถ้าปราศจากองค์พระเจ้าผู้เป็นผู้ชีวิตแล้ว  ชีวิตผมก็คงไม่ต่างอะไรกับผงธุลีที่หาค่าอะไรมิได้

คงต้องจบลงด้วยพิษภัยของยาเสพติดเหมือนกับเพื่อนผมอีกหลายคนที่ได้ล้มตายไปก่อนหน้านี้

ผมขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยชีวิตผม  และปลดปล่อยผมเป็นอิสระทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ

@...ผมเกิดที่อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา เป็นคนโตโดยสายเลือด

และเป็นลูกคนโตในพี่น้องทั้งหมด 4 คนครัวครัวผมมีฐานะยากจน 

ตั้งแต่จำความได้ผมเห็นแม่แคะขนมครกขาย 

 ส่วนพ่อก็เป็นลูกจ้างลูกจ้างโรงงานทำขนมปัง

นอกจากนั้นท่านยังเป็นร่างทรงเวลามีทรงเจ้าเข้าผีอีกด้วย...

@...ชีวิตผมเริ่มเป็นเหยื่อของยาเสพติดตั้งแต่เด็ก 

 เริ่มจากลองสูบบุหรี่เพราะถูกน้าใช้ไปซื้อบุหรี่เป็นประจำ

จากนั้นก็ริเริ่มดื่มเบียร์ในงานเลี้ยงสร้างสรรค์วันเกิดของเพื่อน 

 ตามด้วยสูบกัญชาและกินยาเม็ดแวเลี่ยมหรือที่เรียกกันว่าเหล้าแห้ง

แล้วพัฒนาเป็นสูบผงขาวตามลำดับ

@...ชีวิตนักเรียนของผมยุติลงเมื่อตอนอายุย่าง 17 ปี

ตอนเรียนอยู่โรงเรียนช่างเทคนิคแห่งหนึ่งแถบชานเมืองจังหวัดสงขลา 

วันหนึ่งพ่อมาพบผมในสภาพกำลังเมากัญชาอยู่นอกโรงเรียน

พ่อโกรธจัดและพูดกับผมว่า

.... มึงอย่าเรียนเลยว่ะ  เปลืองเงินเปล่าๆเสียดายเวลาด้วย ...

วันนั้นถือเป็นวันสิ้นสุดชีวิตนักเรียนของผม

@...หลังจากนันไม่กี่วันผมกับเพื่อนก็ชวนกันเข้ากรุงเทพ

โดยมาสมัครทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง

บนถนนราชดำเนินใกล้ๆอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  ทำงานได้เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น

ก็มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับวัยรุ่นเจ้าถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน

และบาดเจ็บสาหัส 1 คน จนถูกและถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

การถูกจองจำในคุกเป็นช่วงเวลาที่ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองในหลายเรื่อง

 ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยคิดถึงคุณค่าของชีวิตเลย ผมเริ่มถามตัวเองว่า

..ชีวิตคนเราเกิดมาเพื่ออะไร ?

...เกิดมาเพียงเพื่อทำสิ่งเหลวไหลเลวร้ยเสร็จแล้วก็มานั่ง

รอคอยความตายอยู่ในโลกแคบๆแค่นี้หรือ

@...คำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตไม่เหลือความหวังอะไรให้แก่ผมมากนัก

ยิ่งเห็นภาพผู้ต้องขังซึ่งถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิตและคิดมากจนเสียสติ

ระหว่างรอผลการทูลเกล้าขอลดโทษยิ่งทำให้ผมรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก

ในที่สุดผมจึงเริ่มเข้าหาธรรมะ  ผมเริ่มศึกษาหลักปรัชญาคำสอนของศาสนาต่างๆ

ไม่ว่าลัทธิเซน  ลัทธิเต๋าพลังจิต รวมทั้งฝึกนั่งสมาธิในคุก

ซึ่งก็ช่วยให้ผมลืมปัญหาต่างๆของตัวเองได้ชั่วคราวในเวลานั้น

@...ต่อมาผมได้พยายามต่อสู้คดีเนื่องจากมิได้เป็นผู้ลงมือแต่ติดร่างแหในเหตุการณ์ชุลมุน

ในที่สุดศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลดโทษผมจากจำคุกตลอดชีวิตเหลือเพียงจำคุก 2 ปี 6 เดือน

@...หลังพ้นโทษออกมาผมก็ตัดสินใจบวชเป็นพระตามธรรมเนียมลูกผู้ชายไทย

เนื่องจากอายุเข้าเกณฑ์บวชพอดีคือ 21 ปี

ระหว่างที่บวชผมพยายามศึกษาและฝึกปฏิบัติรรมอย่างจริงจัง

ผมได้พบสัจธรรมซึ่งเป็นหลักธรรมข้อสำคัญ

คือ มนุษย์เราทุกคนคนนั้นล้วนเกิดมาพร้อมกับความบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณ 

 ความบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณที่ว่านั้นก็คือ..อัตตา..

ซึ่งหมายถึงความเย่อหยิ่งผยองในตัวเองไม่มีสักคนเดียวที่ไม่หลงตัวเอง

หรือยึดตัวเองเป็นศูย์กลาง มันเป็นธรรมชาติอยู่ในสันดานมนุษย์ทุกคน

และเป็นสาเหตุแห่งปัญหาและทุกข์ทั้งปวง

@...ตลอดระยะเวลา 6 ปีหลังจากออกจากเรือนจำและสึกจากความเป็นพระ

ผมมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปที่ต่างๆและได้แต่งเนื้อร้องและทำนองเพลงขึ้นมาหลายเพลง

ด้วยความฝันว่าวันหนึ่งอยากเป็นศิลปินเพลงเพื่อชีวืตและมีอัลบั้มของตัวเอง

ความฝันเกือบเป็นความจริงเมื่อผมได้มาเป็นนักร้อง

และนักดนตรีเพลงเพื่อชีวิตที่ผับแห่หนึ่งแถวเดอะมอลล์รามคำแหง 

แต่ไม่นานความฝันก็ต้องพังทลายลงเมื่อผมหันกลับไปหายาเสพติดอีก

ผมพ่ายแพ้ต่อสิ่งชั่วร้ายและไม่มีกำลังใจที่จะเอาชนะมัน 

ผมเสพจนร่างกายเริ่มรับไม่ไหว  จนมาถึงจุดที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย

@...ในคืนวันหนึ่งหลังจากเดินทางกลับจากเล่นดนตรีถึงที่พักประมาณตี 3

 ผมทิ้งตังลงนั่งบนโซฟาร์เก่าด้วยหัวใจที่อ่อนล้าและสิ้นหวัง 

ผมพูดบอกต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผมไม่รู้จักในใจว่า..

...ถ้าโลกนี้มีศักดิ์สิทธิ์จริง  ขอช่วยลูกด้วย 

 ลูกไม่ไหวแล้วลูกไม่อยากตาย...

พอตื่นขึ้นมาก็พบแผ่นพับใบหนึ่งอยู่บนโซฟาร์ข้างที่ผมนั่งอยู่

เมื่อเปิดอ่านดูพบข้อความซึ่งเป็นคำพูดของพระเยซูคริสต์ตรัสว่า

...บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อย  และแบกภาระหนัก  จงมาหารับ 

 เราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข...

และตอนท้ายของใบปลิวบอกว่า

...ถ้าท่านต้องการได้รับชีวิตใหม่ 

ขอให้ท่านอธิษฐานสารภาพความผิดบาปกับพระเจ้า...

@....พออ่านจบผมบอกกับตัวเองว่าเจอแล้ว 

 นี่คือคำตอบสำหรับชีวิตผม ผมรู้สึกว่านี่คือข่าวสารที่พระเจ้าส่งมาถึงผมโดยตรง

  ผมรีบเข้าห้องคุกเข่าอธิฐานทันทีข้อความที่บอกว่า

ขอให้ท่านสารภาพบาปนั้นทำให้ผมนึกถึง...อัตตา...

หรือความหยิ่งผยองในจิตใจของลูกคือความบาป 

ลูกขอสารภาพบาป ลูกไม่อยากทำตามใจตัวเองอีกต่อไป...

หลังจากนั้นผมก็พบตัวเองนอนร้องไห้เหมือนเด็กอยู่ในห้อง

แต่เวลานั้นผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนมีคลื่นบางอย่างมาโอบล้อมร่างกายผมไว้

หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมหันหลังให้กับยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง

@...เมื่อผมมองชีวิตตัวเองย้อนไปดูอดีตจากวันนั้นมาจนถึงวันนี้

 ชีวิตผมได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่จากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างอัศจรรย์

  จากอดีตนักโษเดี๋ยวนี้ผมเป็นนักวิทยากรพูดกับผู้หลงผิดในเรือนจำถึงภัยยาเสพติด

และการดำเนินชีวิตแบบไร้สติ 

จากนักร้องในบาร์เดี๋ยวนี้ผมร้องเพลงในโบสถ์

และตามที่ต่างๆเพื่อให้กำลังใจคนที่ท้อแท้สิ้นหวัง 

จากเด็กเกเรเดี๋ยวนี้ผมแต่งงานมีครอบครัว

และรับอุปการะเลี้ยงดูเด็กด้อยโอกาสอีกหลายคนภายใต้การอุปถัมภ์ของมูลนิธิบ้านนกขมิ้น 

ยิ่งกว่านั้นพระเจ้ายังให้ผมได้เป็นพ่อคนโดยมีลูกสาวตัวเองสองคน

@...ท่านนักบุญเปาโล  กล่าวไว้ตอนหนึ่งในคัมภีร์ว่

...ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว  ข้าพเจ้าเองไม่มีชีวิตต่อไป 

 แต่พระคริสต์ต่างหากที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า 

ชีวิตที่ข้าพเจ้าดำเนินอยู่ในร่างกายขณะนี้ 

ข้าพเจ้าดำเนินอยู่โดยศรัทธาในพระบุตของพระเจ้าผู้ทรงรักข้าพเจ้า

  และได้ทรงสละพระองค์เองเพื่อข้าพเจ้า...

@...ผมขอเป็นพยานว่าพระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ 

พระองค์ฟังคำอธิษฐาน

 และสามารถประทานชีวิตใหม่ใหคุณได้...

................................................................................

 

@..ขอขอบคุณ

-          เนื้อหาจากหนังสือ...การให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ

-          ฟังคำพยานชีวิตของนักร้องเพื่อชีวิต เคียส  พันตา

         http://www.sanrak.com/panta.html

-และรูปภาพบางส่วนจากเน็ต...     

 

 

 

 

โดย ความทรงจำเก่าๆ

 

กลับไปที่ www.oknation.net