วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ผู๋โถวซัน (ตอนที่ 1)


ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ผู๋โถวซัน (ตอนที่ 1)

 

อย่างที่เคยบอกไว้ว่าปีนี้จะพาไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ ผู่โถวซัน(Putuo Shan) ซึ่งผมไปเกือบทุกปี มีสองปีนี้ที่ไม่ได้ไปไหว้เลยเพราะเวลาและจังหวะไม่ให้ บางครั้งพอจะไปดันเจอพายุเข้าประเทศจีนซะอีก เรือเดินทางออกทะเลไม่ได้ ปีนี้ดูแล้วเป็นปีฤกษ์ดีนามชัยเลยยอมทนหนาวไปตั้งแต่ตันปี

 

ผู่โถวซัน เป็นเกาะหนึ่งที่ขึ้นกับเกาะโจวซัน (Zhou Shan) ในมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) ติดกับเมืองหนิงโป (Ningbo) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลนี้ สันนิษฐานว่า เจ้าแม่กวนอิมได้มานั่งสมาธิและบำเพ็ญตนจนบรรลุเป็น พระโพธิสัตว์ ณ.บนเกาะแห่งนี้ จึงมีประชาชนชาวจีนมากราบไหว้ที่เกาะแห่งนี้เป็นจำนวนมากทุกๆปี

 

การเดินทางไปเกาะแห่งนี้ไปได้หลายทางทั้งทางบกแล้วไปต่อเรือ ทางเรือและทางอากาศ ส่วนผมเลือกการเดินทางโดยทางเรือ โดยจากบ้านผมที่พักอาศัย นั่งรถไฟฟ้าสาย 4 จากย่านผู่ตง ไปเปลี่ยนรถไฟ BTS แบบบ้านเราสาย 3 ที่สถานี เป่าซัน (BaoShan) จากรถไฟฟ้าสาย 3 ไปลงที่สถานี เป่าหยาง (Baoyang) จากนั้นจับ Taxi ไปยังท่าเรือ อู๋ซ้ง (Wusong Matou) ราคาไม่เกิน 10กว่าหยวน ซึ่งมีเรือกลางคืนจาก เซี่ยงไฮ้ ไป ผู่โถวซัน เที่ยว 19.20 น.และ 20.00 น.และไปถึง ผู่โถวซัน 7.00 น.และ 8.00 น.ตอนเช้าตามลำดับ

 

95

 

สภาพเกาะตอนเช้าจะเห็นเรือตรวจการของประเทศจีนลอยลำอยู่ที่ผมเห็นมี 3 ลำ เกาะนี้เป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือจีนด้วย ครั้งหนึ่งเคยเห็นเรือดำน้ำของประเทศจีนจอดอยู่ริมฝั่ง เมื่อเรือเทียบฝั่ง ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมขึ้นเกาะคนละ 160 หยวน หลังจากเข้าเกาะแล้วเราก็ไปเดินหาโรงแรมที่พักในราคาวันเสาร์ประมาณ 300 หยวน ถ้าเป็นวันธรรมดาจะตกอยู่ประมาณ 200 หยวน หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายและเก็บข้าวของทิ้งไว้ในโรงแรม เราก็ออกเดินทางไหว้พระตอน 9.00 น. โดยไม่กินข้าวเช้ากัน พอดีกับวันนี้ที่มามีฝนตกพรำๆลงมาตลอดเวลาตั้งแต่เช้ามืด

 

98

 

การเริ่มต้นไหว้พระที่นี่แห่งแรกจะเริ่มจาก วัดภูจิ (Puji Temple) ซึ่งอยู่ตรงกลางเกาะตรงจุดที่ดีที่สุดของเกาะผู่โถวซัน การจัดวางผังของวัดคล้ายกับวัด หลงฮัวซื่อ ที่เมือง เซี่ยงไฮ้ ที่ผมเคยนำเสนอไปแล้ว แต่ที่แตกต่างกับที่อื่น คือวัดในเกาะนี้ทั้งหมด พระประธานของวัดแทนที่จะเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เป็น เจ้าแม่กวนอิม ในปางนั่งสมาธิบ้าง นั่งประทานพรบ้างแล้วแต่วัดนั้นๆ อย่างไรก็ดีที่นี่เก็บเงินเข้าวัด คนละ 5 หยวน

 

00

 

ช่วงที่เข้ามาไหว้ประมาณ 9.30 น.มีฝนตกออกมาเรื่อยๆ ที่เห็นอยู่เป็นโบสถ์พระประธานประดิษฐานองค์ เจ้าแม่กวนอิม ปางนั่งสมาธิ สังเกตเห็นคนจีนบางคนถือร่มจุดธูปไหว้ บางคนใส่เสื้อกันฝนจุดธูปไหว้ และมาออกันหน้าประตูเพื่อชะโงกหน้าขอพรให้ องค์เจ้าแม่กวนอิม เห็นหน้า

 

03

 

รูปสลัก องค์พระอวโลติเกศวร หินอ่อน ซึ่งอยู่หลังองค์พระประธาน องค์เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นองค์หล่อทองสัมฤทธิ์ ปั้นในศิลปจีนผสมอินเดีย

 

09

 

วัดนี้ในยามปกติ เป็นวัดที่สวยร่มรื่นงดงามมาก แต่เนื่องจากฝนตก และวันที่มาเป็นวันชิวอิก หรือ คนจีนเรียกว่า ชูอี่วันพระจีนทำให้คนจีนมาขอพรกันมากจนแน่นวัดไปหมด เลยมีภาพสวยๆมาฝากได้น้อย

 

11

 

เมื่อเดินออกมาหน้าวัด จะพยสระน้ำ 3 สระ ศาลากลางน้ำและสะพานข้ามสระซึ่งสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เฉียนหลงฮ่องเต้ ซึ่งเคยเสด็จประพาสมาที่เกาะนี้

 

13

 

จากนั้นเราออกเดินทางไปยังวัดฮุยจิ (Huiji Temple) ซึ่งอยู่บนยอดเขา การเดินทางโดยใช้รถประจำทางในเกาะไปถึงที่ตั้งรถกระเช้าไฟฟ้าซึ่งอยู่ทางเหนือของเกาะ ราคาประมาณ 6 หยวน จากนั้นซื้อบัตรรถกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปบนยอดเขา ราคาค่าตั๋วเที่ยวเดียว 25 หยวน ถ้าซื้อตั๋วไปกลับราคา 40 หยวน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาต้องเดินเข้าวัดไปอีก 800 เมตร โดยประมาณ แล้วก็ต้องเสียเงินซื้อตั๋วเข้าวัดอีก คนละ 5 หยวน

 

15

 

ที่วัดฮุยจิ การจัดผังเหมือนกับวัดอื่นๆ ที่นี่มี พระศรีศากยมุนี เป็นองค์พระประธาน และโบสถ์ด้านข้างทางขวา เป็นที่ประทับของ เจ้าแม้กวนอิม สร้างในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งถือว่า เป็นพระพุทธศิลปที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะผู่โถวซัน หลังคาของโบสถ์มุงด้วยกระเบื้องหลายสี เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบสีของหลังคาจะสะท้อนแสงออกมาอย่างสวยงาม

 

17

 

จากวัดฮุยจิ ผมลงรถกระเช้าไฟฟ้าและต่อรถเดินทางต่อมายัง วัดฟ่าหยี่ (Fayu Temple) ค่าโดยสารประมาณ 4 หยวน ก่อนจะเข้าวัดก็หาของเติมใส่ท้องเพราะมาถึงตอนเที่ยงเกือบจะบ่ายโมง ตรงท่ารถก่อนถึงวัดจะมีร้านอาหารเรียงรายให้เลือกอยู่หลายร้าน ใครชอบร้านไหนเชิญตามสดวก เพราะอาหารจะคล้ายๆกัน ทานไม่ค่อยอร่อยเพราะรสชาติจืดชืด ทานอาหารกลางวันเสร็จก็เริ่มต้นเที่ยววัดกันต่อ โดยซื้อตั๋วเข้าวัด คนละ 5 หยวนตามเคย

 

20

 

เมื่อเข้ามาภายใน วัดฟ่าหยี่ จะพบกับป้ายมังกร 9 ตัว ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่พระเจ้าคังซี ปู่ของจักรพรรดิเฉียนหลง ในสมัยราชวงศ์หมิง เสด็จมาบูรณะและเปลี่ยนชื่อวัดเป็น วัดฟ่าหยี่ ในปัจจุบัน เนื่องจากวัดอยู่บนเชิงเขา พระองค์ทรงโปรดให้สร้างโบสถ์และวิหารเป็น Step ไล่ไปตาม Slope ของภูเขา วัดหลังนี้เป็นอีกวัดที่มีความสวยงามตามศิลปของจีน

 

22

 

ชั้นแรกที่เห็นเป็นที่ประทับของพระศรีอริยเมตไตย และ ท้าวจตุโลกบาท ที่วัดดีอย่างคือห้ามจุดธูปภายในโบสถ์และวิหารของวัด แต่จะมีกระถางธูปใหญ่ๆ ไว้ด้านนอกของโบสถ์และวิหารสำหรับคนที่อยากจุดธูปไหว้ถวาย

 

24

 

องค์จตุโลกบาท ซึ่งอยู่ด้านหลังของ พระศรีอริยเมตไตย ประจำอยู่ด้านละ 2 องค์

 

25

 

องค์จตุโลกบาท อีก 2 องค์ซึ่งประจำอยู่อีกด้านหนึ่ง หน้าตาดุ น่ากลัวทั้งนั้น ใครชอบองค์ไหนขอพรกันเอาเอง

 

23

 

หลังออกจากวิหารแรก ต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังโบสถ์ด้านบน ตอนที่มาวัดนี้ฝนก็เริ่มตกมาอีก ตกๆหยุดๆไม่รู้เทวดาอำนวยพรหรือทำโทษที่สองปีนี้ไม่เคยมาไหว้เลย

 

27

 

รูปสลักหินอ่อน เจ้าแม่กวนอิม องค์นี้แต่งองค์แบบชาวบ้าน อยู่ในซุ้มกระจก

 

 

 

34

 

องค์เจ้าแม่กวนอิมปางพันมือ ประดิษฐานอยู่ในวิหารเดียวกัน

 

38

 

กลับลงมาด้านล่างเพื่อจะเดินทางไปยังวัดต่อไป ที่เห็นเสาสลักนี้อยู่หน้าวัดตรงข้ามกับแผ่นป้ายมังกร 9 ตัว ช่วงไหนที่คนมากราบไหว้กันเยอะ ทางวัดจะจัดทางออกให้เดินออกทางด้านหลังตรงข้างป้ายมังกรอีกด้านหนึ่ง

 

40

 

หลังจากนั้น็เดินทางโดยรถโดยสารมายังที่เขาเรียกว่า หนานไฮ่กวนอิม เสียค่าโดยสารรถไปอีก 4 หยวน จากนั้นผมก็ตีตั๋วอีก 5 หยวนเพื่อเข้าไปวัดจือจูหลิน (Zizhulin Temple) และ วัดเจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป (Bukenqu Guanyin Temple หรือ Reluctant to Go Guanyin Temple) ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่ผมไม่เคยพลาดที่จะมาไหว้ทุกครั้งที่มาที่นี่

 

45

 

นี่แหละครับ คือ วัดเจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป ปีแรกๆเมื่อ 2000-2003 ผมมาที่นี่ วัดนี้ยังเป็นโบสถ์ไม้เก่าๆ ผุกร่อนไปตามกาลเวลา แต่ที่เห็นนี้คือโบสถ์ที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 2004 ถ้าผมจำไม่ผิด โดยรื้อโบสถ์เดิมทิ้ง และสร้างขึ้นใหม่ ถ้าเป็นประเทศไทยป่านนี้สร้างครอบโบสถ์เก่าไปแล้ว วัดนี้สมัยก่อนดูขลังกว่านี้ และผมเคยเจอคนจีนมากราบไหว้แล้วองค์เข้ารำพันสมัยตัวเองเป็นลูกศิษย์ของเจ้าแม่กวนอิมอยู่นานสองนาน อันนี้แล้วแต่ความเชื่อ

 

42

 

วัดแห่งนี้ที่คนจีนชอบมากราบไหว้ เพราะมีตำนานเกี่ยวกับ เจ้าแม่กวนอิม ที่มาบำเพ็ญเพียรที่วัดนี้ แล้วมีชาวญี่ปุ่นมาเชิญ เจ้าแม่กวนอิม ไปประเทศญี่ปุ่น โดยจับ เจ้าแม่กวนอิม ลงเรือ แต่เจ้าแม่กวนอิม ก็กระโดดจากเรือที่ออกทะเลแล้วขึ้นฝั่งตรงโขลดหินข้างๆวัดถึง 3 ครั้ง จนชาวญี่ปุ่นยอมแพ้ต่อความตั้งใจของ เจ้าแม่กวนอิม แล้ว เจ้าแม่กวนอิม จึงบรรลุเข้าสู่พระโพธิสัตว์

 

43

 

รูปสลักหินหน้าวัดเล่าเรื่อง เจ้าแม่กวนอิม กระโดดขึ้นฝั่งตามตำนานที่กล่าวขานกันมา จะเห็นเรือของชาวญี่ปุ่นอยู่ในภาพห่างออกไปตรงกลางภาพ และวัดเจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป อยู่มุมล่างซ้ายมือ

 

44

 

ภาพสลักอีกภาพกลาวตำนานที่กล่าวขาน จะเห็นชาวญี่ปุ่นมาอัญเชิญ เจ้าแม่กวนอิม ถึงหน้าวัด

 

48

 

บริเวณโขลดหินซึ่งสันนิษฐานว่า เป็นบริเวณที่ เจ้าแม่กวนอิม กระโดดจากเรือของชาวญี่ปุ่นมายังโขลดหินบริเวณนี้ จากทะเลที่เห็นอยู่ในภาพ

 

50

 

ต่อจากนั้นเราก็ไปไหว้ เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว อยู่ที่วัดจือจูหลิน ซึ่งอยู่ด้านหลังของ วัดเจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป ธรรมดาผมจะมาประทับตราประจำวัดตรงหัวของผมที่เกาะผู่โถวซันทุกปี บางวัดก็ให้ประทับ บางวัดก็ต้องต่อรองอยู่นาน เพราะที่ประเทศจีนไม่มีประเพณีนี้ มีแต่ที่ประเทศไทย ใครอยากประทับตราวัดตรงหัวไม่มีใครห้าม

 

51

 

หน้าบันของวัดนี้ออกแบบสวยงามมาก แต่เนื่องจากฝนตกเลยไม่มีเวลาเก็บรายละเอียด และเวลาใกล้จะเย็นแล้ว เพราะที่นี่ห้าโมงเย็นก็จะมืดแล้ว จึงรีบหนีไปนมัสการ เจ้าแม่กวนอิมตรงทะเลใต้ หรือ หนานไฮ่กวนอิม

 

55

 

เราเดินย้อนขึ้นมาผ่านสวนไผ่ม่วง เพื่อไปซื้อตั๋วเขาไปนมัสการ หนานไฮ่กวนอิม ซึ่งค่าตั๋วก็เหมือนเดิม คือ 5 หยวน ภาพนี้คือ ภาพเจ้าแม่กวนอิมที่ถ่ายจากทางด้านข้าง

 

57

 

เจ้าแม่กวนอิมทะเลใต้ มองจากทางด้านหน้า ซึ่งถ้าคนไหนไม่มีเวลาไหว้วัดทั้งหมดบนเกาะนี้ไหว้ที่นี่ที่เดียวก็พอ พระพักตร์ของพระองค์ท่านหันหน้าออกสู่ทะเลใต้ จึงเป็นที่มาของชื่อ หนานไฮ่กวนอิม หนานไฮ่ เป็นชื่อภาษาจีนกลางแปลว่า ทะเลใต้

 

63

 

จากที่ประทับของ เจ้าแม่กวนอิมทะเลใต้ มองเห็นวัดสุดท้ายที่จะไปไหว้ในวันนี้ อยู่ริมทะเล และสันนิษฐานว่า เจ้าแม่กวนอิมมากระโดดขึ้นจากเรือของญี่ปุ่นที่โขลดหินหน้าวัดนี้เช่นกัน

 

70

 

ทางเข้าวัดสุดท้ายนี้ ค่าตั๋วเข้าวัดนี้ถูกหน่อยราคา 2 หยวน และมีเจ้าแม่กวนอิมหยกให้กราบไหว้เช่นเดียวกัน

 

71

 

ทิ้งท้ายด้วยภาพ พระศร๊อริยเมตไตยหยก จากทางวัดนี้ แล้วอาทิตย์หน้าจะมาต่อภาคสองของวันที่สอง ที่บอกค่าใช้จ่ายเพื่ออยากให้รวมค่าใช้จ่ายว่าถ้าจะไปที่เกาะนี้เอง จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร และที่อยากให้มาเพื่ออยากให้เห็นกับตาว่า ทะเลเหลือง หรือ Yellow Sea หน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าคุณมาเห็น คุณจะรักและหวงแหนทะเลไทยอีกเยอะมาก....

 

โดย Jui

 

กลับไปที่ www.oknation.net