วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าจากคนทำประกัน...รู้ไว้ใช่ว่า...


ณ ที่นี้คงมีหลายท่านที่รู้สึกไม่ค่อยดีกับการประกันภัย

รู้สึกไม่ดีกับบริษัทประกันภัย อาจรวมไปถึงตัวแทนประกันด้วย

ก่อนหน้านี้ ภัทรเองก็เคยรู้สึกแบบนั้น

จนกระทั่งมีเหตุที่ต้องทำให้เข้ามาทำงานในบริษัทประกันภัย

ทัศนคติที่มีการประกันภัยค่อยๆ เปลี่ยนไป

ในช่วงเวลาประมาณ 3 ปี

ภัทรได้มีโอกาสเรียนรู้ทั้งงานประกันวินาศภัยและประกันชีวิต

ถามว่า..ภัทร...เป็นตัวแทนประกันหรือเปล่า

คำตอบ คือ ไม่ใช่คะ

ภัทร เป็นพนักงานประจำ (ทั้งประกันชีวิตและวินาศภัย)

ทำให้มีโอกาสได้สัมผัสภาพรวมทั้งระบบของการประกันภัย

ทั้งในส่วนของบริษัท ตัวแทน และลูกค้า

ในฐานะที่ทำงานในบริษัทประกันภัย

เพื่อนๆ จึงชอบตั้งคำถามเสมอว่าประกันชีวิตกับประกันวินาศภัยต่างกันอย่างไร

และประกันวินาศภัยหมายถึงอะไร

อธิบายกันตามภาษาบ้านๆ ประกันวินาศภัย คือ ประกันภัยทุกชนิดที่ไม่ใช่ประกันชีวิต

(เพื่อนยังทำหน้างงอยู่)

วินาศภัย ก็เช่น การประกันภัยรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันอัคคีภัย ฯลฯ

ประกันชีวิต ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าประกันชีวิต ก็คือจะคุ้มครองเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลเท่านั้น

บริษัทประกันชีวิต ไม่สามารถรับประกันวินาศภัยได้

เช่นเดียวกับบริษัทประกันวินาศภัยก็ไม่สามารถรับประกันชีวิตได้

(เป็นข้อกำหนดตามกฎหมาย)

แต่มีประกันอยู่ประเภทหนึ่งที่ทั้งบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย

สามารถรับประกันได้ทั้งคู่ นั่นคือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลนั่นเอง

ซึ่งภาษาประกันภัยจะเรียกกันว่า PA (Personal Accident)

แม้หลายคนจะไม่ชอบประกันภัย

แต่เคยสังเกตกันไหมคะว่า..ทุกวันนี้การประกันแทรกซึมอยู่ในชีวิตประวันของเรา

ถ้าใครเป็นสาวกของบัตรเครดิต บัตรสินเชื่อ ต่างๆ

คงเคยได้รับโทรศัพท์โทรมาเสนอให้ซื้อประกันใช่ไหมคะ

หรือกระทั่งธนาคารพาณิชย์ก็หันมาให้ความสำคัญกับการทำประกันมากขึ้น

และหลายธนาคารก็ทำธุรกิจประกันภัยไปเรียบร้อยแล้ว

ถึงจะไม่ชอบประกันแต่เราก็ต้องทำประกัน

อย่างน้อยก็ประกัน พรบ.รถ ตามที่กฎหมายกำหนด

แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าเราจะได้รับสิทธิ์ใดบ้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ในขณะที่บางคนก็ทราบแต่ก็ไม่เคยใช้สิทธิ์นั้น

วันนี้จะขอเล่าในส่วนของประกันวินาศภัย

(ขออนุญาตใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อความเข้าใจนะคะ)

ประกัน พรบ.

จะคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือ อนามัยของผู้ประสบภัย

หมายความว่า พรบ.ให้ความคุ้มครองชีวิตของบุคคล (เสียชีวิต พิการ บาดเจ็บ)

ไม่คุ้มครองทรัพย์สินคะ

เมื่อเกิดเหตุความคุ้มครองที่จะได้รับจาก ประกัน พรบ. คือ

ค่าเสียหายเบื้องต้น (บริษัทประกันต้องจ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิด)

กรณีบาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

กรณีเสียชีวิตหรือพิการ ค่าปลงศพ 35,000 บาท

เมื่อพิสูจน์ความผิดแล้ว บริษัทที่รับประกันภัยรถฝ่ายผิด ต้องชดใช้ค่าเสียหาย
(ทั้งนี้รวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นแล้ว)

กรณีบาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท

กรณีเสียชีวิตหรือพิการ ค่าปลงศพ 100,000 บาท

**ทั้งนี้มีสรุปคดีแล้วต้องดูว่าใครเป็นฝ่ายผิด และผู้ประสบภัยเป็นใคร
(ผู้ขับขี่   ผู้โดยสาร  หรือบุคคลนอกรถ)

ดูได้จากตารางคำนวณของกรมการประกันภัย
http://www.oic.or.th/opmv/cal2

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ ประกันประเภท 1, 2, 3 นั่นเอง

และในปัจจุบันบริษัทประกันออกประกันแบบใหม่ๆ

มาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหลายแบบ

เบี้ยประกันภัยแต่ละบริษัทก็จะแตกต่างกันไป

ทำไมทุนประกันเท่ากัน แต่เบี้ยประกันถึงต่างกัน

อะไรที่ทำให้เบี้ยประกันต่างกัน  ?

ชื่อเสียงของบริษัทเป็นส่วนหนึ่ง

แต่ส่วนสำคัญอยู่ที่รายละเอียดความคุ้มครอง

จากประสบการณ์การทำงาน พบว่าประกันประเภท 1

เป็นแบบที่ค่อนข้างจะมีปัญหาระหว่างลูกค้ากับบริษัทประกัน

สาเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ตัวแทนนำเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วน

ลองดูตารางความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ประเภท 1

บริษัท A

บริษัท B

ระหว่างบริษัท A และ บริษัท B เห็นความแตกต่างไหมคะ

เริ่มจาก ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

บริษัท A คุ้มครอง 500,000 บาท/คน

ในขณะที่บริษัท B คุ้มครองที่ 1,000,000 บาท/คน

ความคุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้

ความเสียหายต่อรถยนต์ ก็คือ ทุนประกันนั่นเอง

(เวลามีตัวแทนมาเสนอเราก็จะบอกแค่ทุนตรงนี้กับเบี้ยประกัน)

อยากให้ดูที่ความเสียหายส่วนแรก (Deduct)

บริษัท A ไม่มี ส่วนบริษัท B มี 1,000 บาท

ซึ่งตอนที่เราทำประกัน ค่าความเสียหายส่วนแรก

จะถูกนำไปหักออกเบี้ยประกันภัยทำให้เบี้ยประกันภัยต่ำ

กรณีที่รถเกิดเหตุแล้วเราต้องการนำรถเข้าซ่อม เราจะต้องจ่ายเงินเท่ากับจำนวนที่ระบุไว้

ในช่องความเสียหายส่วนแรกนี้ก่อน จึงจะนำรถเข้าซ่อมได้

ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย

จะเห็นว่าทั้งสองบริษัทให้ความคุ้มครองไม่เท่ากัน ซึ่งมีผลกับเบี้ยประกันภัย

ไม่เฉพาะประกันประเภท 1 นะคะ

ยังรวมถึงประเภท 2 ประเภท 3 และแบบใหม่ๆ ที่ปรับปรุงขึ้น

ที่นำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่ออยากให้ทุกคนรักษาสิทธิ์ของตนเอง

เสียเงินทำประกันไปแล้ว พอถึงเวลาเคลมขึ้นมา จะได้ไม่เสียความรู้สึก

สละเวลาดูใบเสนอราคา หรือถามตัวแทนสักนิดถึงความคุ้มครองที่จะได้รับ

ขอพูดถึงในส่วนของประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) นิดหนึ่ง

สิ่งที่อยากให้สังเกตในทำประกัน PA คือ ความคุ้มครอง

ความต่างจะอยู่ที่ ความคุ้มครองการเสียชีวิตและสูญเสียอวัยวะเนื่องจากอุบัติเหตุ (อบ.)

อยากให้ดูตรงนี้ จะมีบอกในกรมธรรม์นะคะ ให้ดูว่าเป็น อบ.1 หรือ อบ.2

ความต่างระหว่าง อบ.1 กับ อบ.2 สรุปแบบง่ายๆ คือ อบ.2 ให้ความคุ้มครองมากกว่า

ตรงนี้จะมีความคุ้มครองให้ในกรณีสูญเสียอวัยวะมากกว่า อบ.1

อบ.1 คุ้มครองการสูญเสีย มื้อ เท้า แขน ขา และสายตา

อบ.2 จะเพิ่ม หู นิ้วมือ นิ้วเท้า (สูญเสียนิ้วมือก็จ่ายแล้ว แต่ อบ.1 จะไม่จ่าย)

***อบ.1 มีความคุ้มครองในส่วนนี้ 9 ข้อ  อบ.2 มี 19 ข้อ

นอกจากนี้ให้ดูด้วยว่ากรมธรรม์คุ้มครองอุบัติเหตุอะไรบ้าง

ซึ่งกรมธรรม์มีข้อยกเว้นที่ไม่คุ้มครอง

เช่น อุบัติเหตุการรถจักรยานยนต์ ถูกฆาตกรรมลอบทำร้าย

กรณีศึกษา

เคยเจอกรณีที่ลูกค้าถูกยิงแล้วแขนพิการ แพทย์ระบุว่าพิการ 80%

กรมธรรม์ที่ลูกค้าทำ คุ้มครองฆาตกรรมลอบทำร้าย 50% ของทุนประกัน

แต่ต้องไม่เกิดจากการทะเลาะวิวาท (ต้องใช้สำนวนจากตำรวจด้วยคะ)

ตามกรมธรรม์ที่ระบุคือต้องพิการ 100% แต่แพทย์ระบุ 80%

เพื่อนๆ คิดว่ากรณีนี้บริษัทประกันจะจ่ายไหมคะ

เคสนี้บริษัทจ่ายที่ 120,000 บาท ซึ่งตามกรมธรรม์ถ้าพิการ 100%

บริษัทจะต้องจ่ายที่ 250,000 บาท

ฝ่ายเคลมให้เหตุผลว่าคือสินไหมกรุณา คือ จะไม่จ่ายก็ได้

อีกเคสหนึ่งลูกค้าทำประกันอุบัติเหตุในวงเงิน 1,000,000 บาท

ต่อมาลูกค้าล้มศีรษะฟาดพื้นแล้วเสียชีวิต

กรณีนี้บริษัทไม่จ่าย เพราะจากขอประวัติจากโรงพยาบาล

พบว่าลูกค้าเสียชีวิตจากความดันโลหิตสูงเส้นเลือดในสมองแตก

ซึ่งเหตุที่ทำให้เสียชีวิตไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ

มีอีกเคสเป็นเคสล่าสุดคือลูกค้าประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เสียชีวิต

กรมธรรม์คุ้มครองสูงสุดคือ 500,000 บาท แต่เงื่อนไขความคุ้มครองระบุว่า

กรณีเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์จะคุ้มครอง 50% ของทุนประกัน

บริษัทจึงจ่ายสินไหมแก่ทายาทของลูกค้าเพียง 250,000 บาท

แต่ทายาทไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่จ่าย 500,000 บาท

ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับญาติของผู้เสียชีวิตอยู่นาน

ทั้งหมดนี้จากประสบการณ์ที่ทำงานประกันภัย

อาจไม่ได้รู้ครอบคลุมทุกเรื่องแต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้าง

อย่าลืมนะคะ สละเวลาสักนิด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง

(จะมีใครอดทนอ่านมาจนถึงตอนนี้บ้างไหมนะ)

++ภัทรนภา++

โดย ภัทรนภา

 

กลับไปที่ www.oknation.net