วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แล้วเราก็เจอกัน



จะด้วยความที่อายุอานามก็ไม่น้อยแล้ว (ถึงแม้จะคิดว่าตัวเองหน้าเด็กอยู่ก็ตาม) หรือจะด้วยความที่เติบโตมากับโลกอนาล็อกก็ไม่รู้ได้ ฉันจึงไม่ค่อยเชื่อในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลผ่านโลกดิจิตอล

หลายคนคงสงสัยแล้วมาเขียนบล็อกทำไม

บล็อกสำหรับฉันคือที่ทางสำหรับแลกเปลี่ยนทัศนะคติ ความคิดเห็น และเปิดโลกทัศน์ของตัวเองผ่านตัวหนังสือของผู้คนมากหน้าหลายตาที่ตัดสินใจมามีที่ทางในชุมชนดิจิตอลเดียวกัน

กว่าปีที่ผ่านมากับการเข้ามาร่วมวงศ์ไพบูลย์ในชุมชนโอเคนี้ ฉันได้ผันตัวเองจากคนอนาล็อกมาเป็นกึ่งดิจิตอล ได้เรียนรู้ที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าผ่านคอมพิวเตอร์ ได้อ่านและรับรู้ถึงแนวคิดของคนที่ฉันไม่เคยพบหน้าค่าตา และหลายๆ ครั้งก็ได้แสดงความนิยมเจ้าของความคิดเหล่านั้นผ่านตัวหนังสือการคอมเม้นท์ไว้ที่บ้านเขาเหล่านั้น

เราได้เรียนรู้ตัวตน (ที่เขาอยากให้เราเห็น) ของผู้คนร่วมชุมชนผ่านความคิดที่ถูกถ่ายทอดผ่านบล็อกของพวกเขา

และหลายครั้งที่ตัวหนังสือเพียงไม่กี่ตัวที่ผู้มาเยี่ยมเยียนได้มาทิ้งไว้ช่วยทำให้อารมณ์เฉาๆ ของฉันกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ ความรู้สึกเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่ใช้ชีวิตออนไลน์ขนานไปกับชีวิตออฟไลน์ ถึงแม้ฉันจะไม่ได้ห่างไกลหรือไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี แต่ฉันกลับไม่รู้สึกไว้ใจความสัมพันธ์ผ่านสายเหล่านี้

มันจึงเป็นเรื่องอัศจรรย์สำหรับฉันที่ปฏิสัมพันธ์ออนไลน์จะสามารถทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นของ “มิตรภาพ” ขึ้นมาได้

จากความคุ้นเคยและอาการถูกชะตาผ่านการปฏิสัมพันธ์ออนไลน์ ฉันเริ่มจินตนาการต่อว่า ตัวตนในโลกออฟไลน์ของ “มิตร” ใหม่เหล่านี้ของฉันจะเป็นอย่างไร เสียงของเขาจะเป็นอย่างที่เราจิตนาการไว้ไหม ถ้าเขาเล่าประโยคนี้ ภาษากายในเวลาที่พูดคุยกันจะเป็นอย่างไร เขาจะเป็นคนชอบแต่งตัวหรือไม่ เวลาคุยกันเขาจะมองตาฉันหรือเลี่ยงไปมองกำแพงแทน

แล้วฉันก็ให้ข้อสรุปกับตัวเองว่า ฉันขอสนุกกับภาพของ “มิตร” เหล่านี้อย่างที่ฉันสร้างไว้ในจินตนาการน่าจะดีกว่าการที่จะไปพบปะพูคุยกันจริงๆ

แต่ก็จะมี “มิตร” บางคนที่ฉันรู้สึกว่าอาการ “คลิ๊ก” ต่อกันนั้นมันดังและฟังชัดจนอดนึกไม่ได้ว่าถ้าได้นั่งคุยกันคงจะสนุกกว่าที่คุยผ่านบล็อกเป็นแน่

แต่ฉันก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะสานความสัมพันธ์จากโลกออนไลน์ ด้วยกังวลว่าความคาดหวังของทั้งฉันและอีกฝ่ายจะทำให้การพบหน้ากันกลายเป็นความกร่อย

แต่ในที่สุด ด้วยปัจจัยเรื่องงาน ฉันเลยหาเหตุให้ตัวเองได้มีโอกาสพบกับ “มิตร” ออนไลน์ที่ฉันอยากเจอมานานแล้ว

มิสนอราห์เริ่มเข้ามาทิ้งคอมเม้นต์ในบล็อกที่ฉันเขียนตั้งแต่ช่วงกลางๆ ปีที่แล้ว ฉันแอบถูกใจกับคอมเม้นต์ของเธอที่ไม่ใช่ประเภท แวะเข้ามาทัก ไปเยี่ยมบ้านเราบ้างนะ สวัสดีจ้า แต่สิ่งที่มิสเขียนแสดงถึงความตั้งใจอ่านและสนใจในเรื่องที่เธอแสดงความคิดเห็นจริงๆ

ฉันเริ่มไปเยือนบ้านมิส แล้วก็ได้พบกับหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ ผู้ร่ำรวยอารมณ์ขัน ทุ่มเทกับงานการที่เธอทำอยู่ แต่ยังคงแวะเวียนออกมาดอมดมดอกไม้ เสพย์ความสุนทรีย์ของหนังและเพลงที่เธอชอบ

แต่สิ่งที่ทำให้ฉันกลับมาที่บ้านของเธออย่างสม่ำเสมอคือวิธีคิดของมิส

ใครอยารู้ว่าเธอคิดและมองโลกอย่างไรคงต้องตามไปอ่านกันที่บล็อกของเธอเอง เพราะฉันคงไม่สามารถถ่ายทอดได้ดีเท่ากับการสัมผัสด้วยตัวเอง

เรามีการพูดคุยกันหลังไมค์บ้างเป็นครั้งคราว เริ่มมีการบอกกล่าวว่าอยากเจอตัวกัน แต่ถึงจะอยากเจอมิสอยู่ แต่ฉันก็ยังอยากรักษาระยะห่างของความสัมพันธ์ กลัวว่าทั้งเธอและฉันจะผิดหวังกันไปเปล่าๆ

คงเหมือนกับที่เพื่อนคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า ความรู้สึกของความคิดถึง บางครั้งก็สวยงามกว่าการได้พบเจอกันเสียอีก และฉันเองก็คิดว่ามันจริงเหลือเกิน

จนเมื่อเช้าวันนี้ หลังจากการนัดหมายกว่าสองอาทิตย์เชื้อเชิญให้มิสนอราห์มาเป็นวิทยากรให้กับเวิร์คช้อปที่ NJ จัดขึ้น ฉันก็จะได้เจอกับมิสนอราห์แบบตัวเป็นๆ แล้ว

ถ้าถามว่าตื่นเต้นมั้ย ก็คงตอบว่ามีบ้าง คงเป็นความรู้สึกเหมือนกับกำลังจะมีนัดบอด

ฉันไปถึงงานเมื่อการบรรยายจบพอดี มิสนอร่าห์เข้ามาทักทายสวัสดีอย่างน่ารัก แรกๆ ฉันก็อึดอัดเล็กน้อยว่าจะชวนน้องเขาคุยอะไรดี ถ้ากันเองเกินไปน้องจะคิดยังไงไหม แต่ฉันก็ปล่อยทุกอย่างเป็นไปธรรมชาติ

เรานั่งคุยกันโดยมี tootoomama ร่วมวงด้วย แล้วก็เรื่อยเลยไปถึงกินอาหารกลางวันด้วยกัน เรื่องราวที่คุยก็มีตั้งแต่การเมือง นินทานักการเมือง ดารา เรื่อยมาจนถึงนินทาเพื่อนๆ บล็อกเกอร์ (อยากรู้มีใครบ้าง โปรดติดต่อหลังไมค์)

ฉันพบว่ามิสนอราห์ตัวจริงกับคนในบล็อกไม่ได้เหมือนกันไปซะทุกกระเบียด เธออาจจะไม่โปกฮาอย่างที่ฉันคาดไว้ หรือไม่สูงเท่าที่ภาพถ่ายลวงตา แต่ฉันก้ไม่รู้สึกผิดหวังกับการนัดบอดครั้งนี้แม้แต่น้อย จนความไม่เชื่อในความสัมพันธ์ผ่านโลกดิจิตอลนั้นเป็นอันต้องตกไป เพราะประสบการณ์ที่เพิ่งพบมา ทำให้ฉันเชื่อว่ามิตรภาพที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์นั้นชื่นมื่นไม่แพ้กับมิตรภาพแบบตัวต่อตัวเลย

ขอบคุณมิสนอราห์สำหรับประสบการณ์และมิตรภาพที่มอบให้

หวังว่าส้มตำมื้อหน้าจะออกรสออกชาติมากกว่าสุกี้แห้งในวันนี้นะ

 

โดย aoikrub

 

กลับไปที่ www.oknation.net