วันที่ จันทร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ห า ก ฉั น เ ป็ น..!!!


หากฉันเป็นนกตัวหนึ่ง ฉันคงจะบินไปไกล ๆ

ฉันอยากจะบินข้ามน้ำข้ามทะเล

ฉันจะเอามือของฉันหยิบก้อนเมฆ

ฉันจะเอามือของฉันหยิบท้องฟ้า

ฉันจะเอานิ้วทั้งห้า หยิบสิ่งที่ฉันเคยโหยหา

ท้องฟ้า และ ก้อนเมฆ

เธอว่ามันจะมากับฉันไหม?

คุณค่าของเมฆใบหนึ่ง ท้องฟ้าอีกผืนหนึ่ง

ใครจะบอกได้บ้างว่า มันจะมีคุณค่าสักเท่าไหร่กัน

อาจมีมากมายสำหรับคนที่ต้องการมันอย่างจริงใจ

อาจเป็นความรู้สึกเพ้อฝันสำหรับคนที่ไม่เคยคิดสักนิด

ที่จะเงยหน้าขึ้นไปสัมผัสแม้เพียงเสี้ยววินาที

ความว่องไวระหว่างเเสงสีบนโลก

เราคงต้องใช้การจับตามองโดยไม่ขาดระยะ

เพราะสายตาของมนุยษ์นั้น

ช่างช้ากว่าสายตาของนกที่บินบนอากาศ

จากรุ่งเช้าที่ฟ้าได้เปลี่ยนสี

จวบจนพรบคํ่าที่ราตรีเดินย่างกรายเข้ามา

เราเคยใช้เวลามองดูมันอย่างอดทนหรือเปล่า?

.

.

หากฉันได้เป็นเช่นนกตัวหนึ่ง บินผ่านลมฝน

เพื่อหยิบก้อนเมฆ และแตะที่ท้องฟ้า

วันหนึ่งก็คงต้องถึงเวลาที่นกตัวนั้นโบยบินจนอ่อนล้า

เมื่อนั้นนกน้อยคงคิดอยากจะหยุดพัก

 ให้กายและใจได้หายเหนื่อย

มันจึงคิดที่จะลองทอดสองขาที่มีอยู่

ให้มาเดินเเตะพื้นหญ้าที่อบอุ่น ดินที่นุ่มละไม

แต่วันนั้น...นกตัวนั้นจะจับต้องได้ถึงความอบอุ่น และอ่อนนุ่มของสิ่งนั้นไหม?


ในเมื่อ สองสิ่งนี้ได้ถูกสร้างมาเพื่อการจากลา
และเป็นสิ่งที่สร้างมาเพื่อพบกันแค่ชั่วคราว

ความอบอุ่นของพื้นหญ้า และดินที่อ่อนละมุน

มันคงไม่เหมาะสำหรับที่นกตัวหนึ่งจะได้มาอาศัยอยู่

เวลาที่นกมันสามารถสัมผัส มันจะอยู่ได้ถึงตอนไหน?


คงไม่มีใครให้คําตอบได้

เเม้กระทั่งตัวของมันเอง

ก็คงไม่อาจให้คําตอบที่เเน่นอนนั้นได้

คงขึ้นอยู่กับเวลาและโอกาส

ที่จะปลดปล่อยให้นกตัวนั้นได้มาสัมผัสความอบอุ่น

จนกว่าเจ้านกตัวนั้น จะหายเหนื่อย และอยากที่จะจากลา

พร้อมที่จะโบยบินสู่ผืนฟ้า อีกครั้ง

.

.

ขอขอบคุณภาพนกจากบล๊อคเพื่อนเจ Romeoza

ขอขอบคุณเพลง ริมหน้าต่าง กลางเมืองใหญ่

อัลบั้ม  รวมศิลปิน อาร์เอส

โดย BITCH

 

กลับไปที่ www.oknation.net