วันที่ อังคาร มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

#4 My Novel , My land ที่ดินผืนนั้น ภาคสอง บทต่อ บท เก้า


" " ที่ดินผืนนั้น " " - ภาค สอง
บทที่ เก้า

ที่แปลงนั้น ..กับธุรกิจใหม่

สามเดือนหลังจากนั้น
ข้าพเจ้าก็เปิดธุรกิจของตนเอง และ เป็นเวลาที่เพื่อนหญิงคนสำคัญ ซึ่งเคย
ทำงานอยู่บริษัทโฆษณาที่เดียวกับข้าพเจ้า ณ ถนนคอนแวนต์ ได้มาเป็น
หุ้นส่วนด้วย

คุณแม่ของเพื่อนเป็นคนค้าขาย ทำเงินจากการให้กู้ ช่วงนั้นท่านได้
รับที่ดินที่หลุดการขายฝากมาหนึ่งโฉนด ข้าพเจ้ากำลังตรวจดูหลักฐานการ
จดทะเบียนห้างฯ กับเพื่อนอยู่ คุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนก็ถือโฉนดแผ่นนั้นเดิน
มาให้ข้าพเจ้าดู

"ราคาไม่เท่าไหร่หรอกที่หลุดมาเนี่ย.." คุณแม่คุณติ๋มเล่าให้ฟังอย่าง
อารมณ์ดี ขณะเล่นกับลูกสาวข้าพเจ้าที่นอนดิ้นอยู่ในตะกร้า ข้าพเจ้ามองหน้า
คุณแม่เพื่อนแล้ว เอ่ยปากขอออกไป
"คุณแม่จะขายให้หนูได้ไหมคะ แล้วหนูจะเอาที่เข้าแบงก์ระหว่างนี้
จ่ายผ่อนคุณแม่ไปก่อนนะคะ "

ข้าพเจ้าหยิบแหวนเพชรเม็ดใหญ่ในกระเป๋าออกมา น้ำเพชรแวววับเม็ด
ละกะรัตกว่าซึ่งข้าพเจ้าซื้อให้ตัวเองก่อนหน้านั้น ส่งประกายกลอกกลิ้งอย่างงาม
ยิ่ง ..ข้าพเจ้าวางมันลงบนโต๊ะ
" คุณแม่คะ ราคามันคงไม่ต่ำกว่าแปดหมื่นแล้วนะคะ หนูขอวางเป็น
ดาวน์ให้คุณแม่ไปก่อน คิดเป็นสี่หมื่นห้าพันบาทเท่าที่หนูซื้อมา ตอนนี้หนูไม่มี
เงินสดเลย..แต่ถ้าคุณแม่ไปโอนให้หนูเลยหนูจะเอาโฉนดไปขอกู้แบงก์ค่ะ "
" หนูอยากซื้อที่นี้ไว้ เผื่อให้ลูกสาวหนูได้ดีใจว่า อย่างน้อย ชีวิตนี้จะมี
'ที่อยู่ ' ค่ะ ไม่ต้องเร่ร่อนไปโน่นนี่เหมือนแม่เขา "

ชีวิตของข้าพเจ้าที่โยกย้ายไปมาเป็นประจำ จนได้ฉายาว่า Gypsy
Copy Writer นั้น เพื่อนฝูงในวงการงานรู้ดียิ่งกว่ารู้..และข้าพเจ้าก็มีปมใหญ่
ปมนี้ที่แกะไม่ได้สักที ไม่มีที่ไหนในโลกนี้จะทำให้ข้าพเจ้า รู้สึกว่า เป็น
'บ้าน'เลยสักครั้ง ไม่ว่าบ้านนั้นจะเป็นบ้านคุณแม่ มันก็ไม่ใช่ บ้านของข้าพเจ้า
บ้านนั้นอยู่ที่ไหน ข้าพเจ้าก็ไม่รู้เหมือนกัน

คุณพ่อ คุณแม่ของคุณติ๋ม นัดแนะพาข้าพเจ้าไปดูที่ ข้าพเจ้าขับรถ
ไปรับท่านทั้งสอง เดินทางจาก ตลาดคลองเตย ตรงไปยังเส้นทางจังหวัด
นนทบุรี และเลี้ยวเข้าซอย ' แผ่นดินทอง ' เข้าไปจนถึง ซอยแผ่นดินทอง
๒๔ ในวันนั้น ถนนยังเป็นลูกรัง และ ทางก็ขรุขระมาก จนถึงบึงใหญ่ราว
ทะเลสาบ เย็นชื่นใจมาก เราทั้งหมด กระโดดไปตามทางยกสูงขึ้นมาเป็น
ดินคลุกหินบดข้างบึงจนถึงที่แปลงนั้น

ต้นมะพร้าวสองต้นเป็นตำแหน่งที่วางไว้ ที่ถึงจะต่ำหน่อย แต่ก็ยัง
โล่ง เย็นชื่นด้วยน้ำจากบึงใหญ่ ข้าพเจ้าเดินไปมารอบที่นั้น เกิดความรักและ
ความภาคภูมิใจ บอกกับตัวเองว่า 'ที่นี่แหละ วันหนึ่งฉันจะปลูกบ้านให้ลูก
เราอยู่กันที่นี่ ' และ นั่นเป็นครั้งแรก ที่ความรู้สึกที่ว่า ตนเองมีที่ดินแล้วได้
ให้ความภาคภูมิใจอย่างยิ่งใหญ่แก่ชีวิต...

คุณพ่อของเพื่อนท่านยินดีจะไปทำการโอนล่วงหน้าที่ดินดังกล่าวให้
ในชื่อข้าพเจ้า โดยข้าพเจ้าทำสัญญาไว้กับท่านว่าจะ ผ่อนจ่ายเงินที่เหลือให้
เป็นรายเดือนต่อไป เพราะตอนนั้น คุณติ๋มและ ข้าพเจ้าได้สัญญากันว่าจะ
ทำงานร่วมกัน เงินที่จะต้องลงใช้ในการทำงานคงต้องใช้มากอยู่ คงไม่มีเงิน
ก้อนมาชำระให้ท่าน ซึ่งท่านก็ยินดีช่วยข้าพเจ้าเต็มที่

เมื่อที่โอนมาในชื่อข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าก็ติดต่อธนาคารแถวสี่แยก
บ้านคุณแม่ พาเจ้าหน้าที่ไปดูที่ดิน จำได้ว่า ธนาคารให้เงินมา แปดหมื่นบาท
ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งของราคาที่ตกลงซื้อขายกันเลย แต่ข้าพเจ้าก็ ค่อยนำเงินนั้น
ทะยอยผ่อนไป ให้ท่านตามที่ท่านทำสัญญาตกลงไว้ให้แก่ข้าพเจ้า

วันแรกที่โฉนดอยู่ในมือ และ ถ่ายเอกสารมาทั้งหมด ทั้งโฉนดรวม
ที่ดิน ซึ่งบอกไว้ว่า ตรงไหนเป็นถนนเข้าที่ ข้าพเจ้าพลิกมันไปมาดูด้วยความ
ปลื้มปิติ มีความรู้สึกเหมือนมีที่พึ่งแห่งชีวิตในตอนนั้น ข้าพเจ้าคงจะได้
เข้าไปมีสิทธิ์ปลูกบ้านสักวันหนึ่งดังฝันไว้..

นาน ๆ ครั้ง ข้าพเจ้าเดินเข้าไปดูที่ดินของตนเอง ช่วงหน้าน้ำปีนั้น
น้ำมาก ท่วมหน้าดินไปเกือบมองไม่เห็นทางเข้า ทุกครั้งที่เข้าไป ข้าพเจ้า
นั้งมอง แล้วคิดคำนวณว่า ต้องใช้เงินมากไหม ถึงจะมาปลูกสร้างบ้านในที่
นั้นได้ แต่เมื่อไหร่ล่ะ...เมื่อไหร่

จากคุณ : tiki_ทิกิ - [ 19 มี.ค. 51 23:26:33 ]

 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:2:26:38 น. ลบ comment 

บทที่เก้า
ที่แปลงนั้น ..กับธุรกิจใหม่ (ต่อ)
วันที่หวนคืน

ช่วงนั้นวันใดที่ข้าพเจ้ามีภาระหน้าที่ต้องออกจากบ้าน ข้าพเจ้า
นำลูกสาวน้อยใส่ตะกร้าหวายขนาดใหญ่ให้เธอนั่งไปด้วยในรถ
ลูกสาวคนเดียวตัวน้อยของข้าพเจ้า เธอไปเก็บเงินลูกค้ากับข้าพเจ้า
มาแต่เล็กแต่น้อย เธอเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ทุกคนจะทักทายเธอและ
เธอก็จะยิ้ม ร่าเริงกับทุกคน ในช่วงทารกของเธอ เธอน่ารักมาก
บางขณะที่ขับรถไป เธอนั่งอยู่ในที่นั่งของเด็กด้านข้าง สักพัก เธอก็
เคลื่อนตัวออกมาเสมือนว้าเหว่นักโผมากอดคอข้าพเจ้าที่กำลังขับรถอยู่ ..
ความรู้สึกที่มือน้อย ๆ เล็ก ๆ นั้นเกาะกุมอยู่บนคอข้าพเจ้า
ชีวิตเล็ก ๆ นั้น หวังพึ่งพิงข้าพเจ้าแต่ผู้เดียว

ชีวิตที่เปล่าเปลี่ยวอ้างว้างไร้ทิศทางของข้าพเจ้าค่อย ๆ คลายลง
ที่เหลืออยู่คือความกระตือรือร้น ที่จะทำงานเพื่อที่จะได้เงินมาเลี้ยงดูลูกน้อย
และ ช่วยค่าใช้จ่ายที่บ้าน คุณแม่ ปลายเตียงของข้าพเจ้าเป็นที่ทำงาน
คือเครื่องมืออัดเสียงทั้งหมด เพื่อจะส่งเทปไปยังสถานีวิทยุ หลายสถานีที่
ข้าพเจ้าได้ชั่วโมงออกอากาศ

ข้าพเจ้าทำธุรกิจโดยมีคุณติ่ม เป็นหุ้นส่วนอยู่ได้สักปีกว่า
จ่ายเงินให้ธนาคารค่าที่ดินแปลงนั้นทุกเดือน พอ ๆ กับที่ยังต้องส่งเงินทีละ
ก้อนให้แก่คุณแม่คุณติ๋มเพื่อนรักทุกเดือนด้วยเช่นกัน อีกทั้งเงินค่าสถานี
วิทยุ ที่จะต้องจ่ายล่วงหน้าทุกเดือนก่อนเข้ารายการ ค่าใช้จ่ายในการผลิต
รายการสถานีอีกมาก

ลูกค้ารายใหญ่รายสำคัญของข้าพเจ้าก็มาจากลูกค้าของบริษัท
โฆษณาที่ข้าพเจ้าเคยทำด้วยทั้งนั้น ยกเว้นอีกรายที่เป็นเพื่อนของ ห้วหน้า
กลุ่มงานโฆษณาของข้าพเจ้า ที่เป็นเจ้าของห้างใหญ๋ณ ถนนวิทยุ ซึ่งยอม
ลงทุน จ่ายค่าเวลาวิทยุเต็มชั่วโมงให้ข้าพเจ้ามาก่อนเพื่อให้ข้าพเจ้าไปหา
สปอนเซอร์ร่วมในรายการอีกครึ่งชั่วโมง และ นำเงินส่วนที่ได้มาคืนให้เขา
ครึ่งชั่วโมง นั้น ข้าพเจ้ายังรำลึกถึงอีกหลายคนที่ข้าพเจ้ารู้จักและ น้บถือ
ซึ่งได้ให้การช่วยเหลือ นำโฆษณามาให้รายการจนเต็มทุกรายการ

ปี พ.ศ.๒๕๒๓ ทั้งปีผ่านไป ถึงกลางปี พ.ศ.๒๕๒๔ แต่แล้ว....
การเงินก็ติดขัดอย่างยิ่ง เพราะเงินที่ลงทุนไปนั้น กว่าข้าพเจ้าจะเบิกออก
จากบริษัทฯ โฆษณาแต่ละแห่งได้ เกินสองเดือนไปแล้วถึงสามเดือนก็ยังมี
ข้าพเจ้าหมุนเงินจนตัวหมุนติ้ว เท่าไหร่ที่ทุ่มลงไปก็ไม่พอค่าดอกเบี้ย
ตอนนั้น ติดลบอยู่กว่าห้าแสนแล้ว.. กู้ยืมนอกระบบมาเพื่อให้ทำงานผ่าน
ไปได้ ช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าเข้าไปเก็บเงินลูกค้าที่บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งที่
ถนนวิทยุ ครีเอทีฟว์ไดเรคเตอร์ฝรั่งได้เห็นข้าพเจ้า และ ทราบว่าข้าพเจ้า
เคยทำงานด้านครีเอทีฟว์มาก่อน จึงได้ติดต่อให้ข้าพเจ้ากลับไปทำงานใน
อัตรา หมื่นกว่าบาทเท่าที่ข้าพเจ้าเคยได้รับ สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ตอนที่
หมุนเงินไม่ท้น เงินหมื่นกว่าบาทนั้น เหมือนฟางชิ้นหนึ่งซึ่งลอยมาใน
มหาสมุทรที่ข้าพเจ้ากำลังว่ายอยู่อย่างไม่เห็นฝั่ง ข้าพเจ้าต้องกลับไป
ทำงาน เพื่อจะได้มีเงินเดือนหมื่นกว่าบาทหาเลี้ยงตัวเอง

และในที่สุด รายการวิทยุ ทุกรายการก็ต้องปิดตัวลง ตามที่ม้นต้องเป็นไป

คนที่มาขอให้ข้าพเจ้าปิดรายการทั้งหมด ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณแม่
ของข้าพเจ้าเอง ท่านลงทุนนั่งกราบที่พื้น บอกให้ข้าพเจ้าเลิกทำ ว่าตอนนี้
ลูกเป็นหนี้แค่ครึ่งล้านนี้ แต่หากทำต่อไป มันจะเป็นล้านและ หลายล้าน
ขอให้หยุดลงทุนทำรายการวิทยุเสีย ก่อนที่จะหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง..

@@@@@                                                                 @@@@@

 ต่อ-

แต่ก็มีบางอย่างที่ผุดขึ้นมาระหว่างปีนั้น...เสียงของข้าพเจ้าที่ออก
อากาศไป ช่วงกลางวันอาจไม่มีอิทธิพลอันใด แต่ รายการเพลงยามดึก
ณ สถานีทหารแห่งหนึ่งนั้น ..ได้นำจดหมายและไปรษณียบัตรส่งไปหาอย่าง
ต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นมีจดหมายฉบับเล็ก ๆ ฉบับหนึ่ง มีลายมือตัวเล็ก ๆ ตรง
และประณีต ซึ่ง ทักทายข้าพเจ้าว่า เป็นใครคนหนึ่งที่เคยรู้จัก และ เมื่อได้
ยินเสียง อันคุ้นเคย และ ได้ยินชื่อของข้าพเจ้า ก็ต้องรีบเขียนไปหา...เมื่อ
มองไปที่ชื่อข้างล่างนั้น ปิดเทปสีเงินเอาไว้ และมีถ้อยคำเขียนล้อเลียนไว้ว่า
" หากอยากรู้ว่าใครก็ต้องเปิดดูนะ "

ข้าพเจ้าเปิดดู พอเห็นชื่อก็ยิ้มขำ นอกจากชื่อ ก็เหมือน ๆ ผู้ฟังทั่วไป
ซึ่ง เขียน เบอร์โทรศัพท์มาด้วย.. และ ข้าพเจ้าก็คงจะโทรฯ ไปทักทายเขา
อย่างไม่ได้เห็นเป็นการพิเศษอันใด ..ก็เหมือน ๆ ผู้ฟังอื่น ๆ ที่ให้เบอร์มา แต่
ครั้งนี้ เป็นการเปิดทางชีวิตสู่เส้นทางหนึ่ง อีกเส้นทางที่พันธนาการร้อยรัด
ข้าพเจ้าไปอีกนาน

ครั้งหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังขับรถโตโยต้าคันที่ข้าพเจ้าใช้สวัสดิการ
คุณพ่อซื้อมาอย่างที่เขียนไว้ตอนก่อน ขับไปตามถนนงามวงศ์วาน ใกล้สี่แยก
พงศ์เพชร ในวันนั้นยังไม่มีสะพานลอยอย่างวันนี้ ...รถแลนเซอร์สีเงินไฟซี
คันหนึ่ง ก็โฉบตัดหน้า พร้อมทั้งบีบแตรให้ข้าพเจ้า ลูกสาวซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้า
กับข้าพเจ้าหันหน้าไปดูนิดหนึ่ง พร้อมกับข้าพเจ้าที่หันไปเห็น ยิ้มกว้างขวาง
ที่ส่งมาให้ เขาละเจ้าของจดหมายฉบับนั้น มาพบกันบนท้องถนนโดยบังเอิญ
เจ้าของรถ ไขกระจกลง และ โบกมือให้ข้าพเจ้าอย่างร่าเริง


จากนั้น เขาก็ได้ขอนัดเจอกันครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าอย่างไม่สนใจรูปร่าง
หน้าตาของตัวเอง แต่งตัวในชุดเสื้อยืดตัว กางเกงขาสั้น อย่างที่ทำงาน
อยู่กับบ้าน อัดเสียงตามธรรมดาของข้าพเจ้า แวะไปพบครั้งหนึ่ง ที่ โรงแรม
โกลเด้นดราก้อน ถนนงามวงศ์วาน และเขาก็ตามมาที่บ้านเพื่อจะมาเห็น
"ห้องทำงานปลายเตียง " ที่บ้านคุณแม่ของข้าพเจ้า ลูกสาวน้อยนอนหลับ
ในเตียงคอกเด็ก อยู่ข้างเตียง ข้าพเจ้าไม่เคยมีฟอร์มอะไรกับใครเขาเลย
อย่างไรก็อย่างนั้น ต่อให้พระอาจารย์ทั้งหลายจะ สอนสั่งแล้วสั่งอีก ว่า
หากจะนัดพบเจอกับใคร ให้นัดที่ " ดุสิตธานี " ข้าพเจ้าก็ไม่เคยจดจำ...
และภาพลักษณ์ของข้าพเจ้า คงทำให้ ผู้ใหญ่ของเขาสะดุดหู สะดุดใจ
และเริ่มติดตามดูความเป็นไปอย่างเงียบ ๆ เพราะ เมื่อเขากลับบ้านจนดึก
ครั้งใด เขาจะเปิดเสียงรายการวิทยุของข้าพเจ้าฟังทันที นั้นคือผลพวงของ
รายการวิทยุวันนั้น ที่ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ !

 : tiki_ทิกิ - [ 19 มี.ค. 51 23:27:20 ]

หมายเหตุ
* โรงพยาบาลพหลโยธิน ซอยราชครู..
บัดนี้กลายเป็นศูนย์ธุรกิจขนาดย่อม เข้าซอยราชครูไปสักสามสิบเมตร ประมาณนั้น...


บางเรื่องของชีวิต ที่เราไม่อยากจะเขียนถึง แต่ก็จำเป็น
เพราะมันโยงใยเกี่ยวกับที่ดินผืนดังกล่าว.. บางอย่างที่เหมือนไม่สลักสำคัญ
แต่มันรื้อขึ้นมาก็กลายเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน..
ยอมรับว่า ม้นเป็นเรื่องยาว ที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะเขียนได้มาก่อน
เพราะไม่มีสมาธิพอนะคะ

แต่วันนี้ มันเกิดขึ้นแล้วที่นี่ ที่หน้ากระทู้พันทิปนี้ค่ะ
จะยากเย็นก็ตรงที่ต้องพยายามเขียนมิให้กระทบกระเทือนผู้ใดทั้งสิ้น
หรือ ต้องกระเทือนน้อยที่สุด เพราะสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เราไม่สามารถย้อน
กลับไปแก้ได้ ได้แต่ มองเหมือนฉากละครฉากหนึ่ง ซึ่งกำลังผ่านไป


%%%%%                                                                          %%%%%%

..............ที่ดินผืนนั้น...........

    ตอนหนึ่ง My Novel...My Land ;-from pantip dot com 

    #2 My Novel - My land (in Thai) form pantip dot com

    #3 MY Novel : My land ที่ดินผืนนั้น ภาคต่อ 3

    #4 My Novel , My land ที่ดินผืนนั้น ภาคสอง บทต่อ บท เก้า

    # 5 My Novel , My land ที่ดินผืนนั้น ภาคสอง บทต่อ บท เก้า


โดย tiki_ทิกิ

 

กลับไปที่ www.oknation.net