วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหตุเกิดหลังสน.สุทธิสาร.... กับข้าวแช่ชาววังมื้อพิเศษ!!!!



วันนี้ ขอนำท่านมารู้จักกับสถาบันที่มุ่งสอนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ โรงเรียนน้ำมันหอมระเหยเพื่อสุขภาพ

ก่อนอื่นต้อแวะหาอาหารอร่อย ยามร้อนตอนเที่ยง...เราสั่งข้าวแช่ทานมื้อเที่ยงค่ะ….อร่อย ชื่นใจ คลายร้อน

ไปกันเลยค่ะ โรงเรียนอยู่หลังสน.สุทธิสารนี่เอง



การประยุกต์ ทางตะวันออกกับตะวันตก ธาตุต่างๆ กับ Aroma therapy

การใช้น้ำมันหอมระเหยเพื่อสุขภาพ

กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยจากแหล่งต่างๆ มีอิทธิพลต่อจิตใจและอารมณ์ของมนุษย์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในน้ำมันหอมระเหยส่วนใหญ่จะมีองค์ประกอบที่มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส บางชนิดมีฤทธิ์เป็นยากระตุ้นหรือยานอนหลับ หากเลือกใช้ให้ถูกวิธีจะให้ผลในการบำบัดรักษาโรคได้

ในปัจจุบันมีการบำบัดโรควิธีหนึ่งโดยการใช้กลิ่นน้ำหอมของน้ำมันหอมระเหย เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า อโรมาเทอราปี (Aromatherapy) ซึ่งมีผู้แปลเป็นภาษาไทยว่า “สุวคนธบำบัด”

ในทางวิทยาศาสตร์ พบว่ากลิ่นหอมมีผลต่อสมองของคนเราเวลาเราได้รับกลิ่นหอม โมเลกุลของกลิ่นหอมจะผ่านเข้าไปทางจมูกไปกระตุ้นเซลล์ประสาทรับความรู้สึกที่อยู่ในโพรงจมูก ทำให้เกิดกระแสประสาทวิ่งไปยังศูนย์รับรู้กลิ่นในสมอง แล้วผ่านไปยังส่วนของสมองที่เรียกว่า ลิมบิกซิสเต็ม (limbic system) ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการเรียนรู้ ความจำ อารมณ์ ความหิว และอารมณ์ทางเพศ




คลิกเพื่อชม คลิปสัมภาษณ์สด ดร.จงกชพร

แห่งโรงเรียนน้ำมันหอมระเหย เพื่อสุขภาพ ประเทศไทย
ความยาว ๒๖.๒๖ นาที
โปรดโหลดคลิป ๑รอบก่อนเพื่อความราบรื่นในการชม

กลิ่นที่เข้ามากระตุ้นลิมบิกซิสเต็มจะทำให้สมองปล่อยสารเอนดอร์ฟิน (endorphins) เอนเซปฟาลีน (encephaline) และ เซโรโทนิน (serotonin) ออกมา เอนดอร์ฟิน จะช่วยลดความเจ็บปวด เอนเซปฟาลีนจะส่งเสริมให้มีอารมณ์ดี และ เซโรโทนิน จะช่วยทำให้สงบเยือกเย็นและผ่อนคลาย

สุวคนธบำบัดจึงถูกนำมาใช้ในการคลายความเครียด และเหนื่อยล้า กลิ่นหอมที่ทำให้ง่วง นอนหลับสบายได้แก่ กลิ่นลาเวนเดอร์ มาจอแรม และกลิ่นดอกส้ม ทั้งสามกลิ่นนี้ใชบำบัดอาการเครียด นอนไม่หลับ กังวลโกรธ รำคาญ และความดันโลหิตสูง กลิ่นหอมเหล่านี้จะทำให้ร่างกายผลิตเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ขาดในเด็กที่มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีพฤติกรรมรุนแรง

กลิ่นที่ทำให้มีความสุขใจได้แก่กลิ่นกุหลาบ และคลารี่ เสจ กลิ่นนี้จะไปกระตุ้นทาลามัสและการผลิตเอนเซปฟาลีนซึ่งช่วยผ่อนคลายอารมณ์ที่ตึงเครียด

กลิ่นเปปเปอร์มินท์ และโรสแมรี่ จะกระตุ้นการผลิตอะดรินาลินซึ่งจะทำให้มีพลังงานมากขึ้นและลดการเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ

กลิ่นเจอราเนี่ยมจะช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สู่สมดุลย์ซึ่งจะทำให้จิตใจเป็นปกติกลิ่นนี้จึงใช้ประโยชน์ได้ดีในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีอารมณ์ปรวนแปรและหดหู่

ความรู้สึกที่เราได้กลิ่นรู้รสสัมผัสได้ หรือได้ยินจะถูกส่งไปเก็บไว้ที่สมอง สั่งสมเป็นประสบการณ์ของชีวิตและจากประสบการณ์ของมนุษย์ที่หลากหลาย เราจึงชอบสิ่งต่างๆ ไม่เหมือนกัน รวมทั้งกลิ่นหอมต่างๆ ด้วยดังนั้นการตอบสนองทางอารมณ์ต่อกลิ่นในแต่ละบุคคลจึลแตกต่างกันได้

ก่อนที่ชาวตะวันตกจะบัญญัติคำว่า “Aromatherapy” ขึ้นมาใช้ ชาวเอเชียก็รู้จักการใช้กลิ่นหอมในการบำบัดโรคมานานแล้ว ในประเทศไทยเรานิยมใช้ยาหอม ยาดม เมื่อมีอาการวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย รวมไปถึง การอบสมุนไพรหลังคลอดบุตรกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ชาวจีน ญี่ปุ่น และ อินเดีย นิยมจุดกำยานในที่อยู่อาศัยเพื่อให้เกิดอาการผ่อนคลาย นอกจากนี้กลิ่นและไอของกำยานยังทำให้อากาศสดชื่นและฆ่าเชื้อโรคอีกด้วย


การประยุกต์ ทางตะวันออกกับตะวันตก ....ธาตุต่างๆ กับ Aroma therapy

วิธีการใช้น้ำมันหอมระเหยในทางสุวคนธบำบัด

เนื่องจากว่าน้ำมันหอมระเหยนั้นมีราคาแพงมาก และระเหยหมดไปอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิ 30-40C ดังนั้นในการใช้น้ำมันหอมระเหยควรใช้แต่เพียงบางเบา และที่สำคัญการใช้น้ำมันหอมระเหยยังมีข้อห้ามสองประการคือ ห้ามสูดดมโดยตรง และห้ามถูกหรือสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงอีกด้วยเพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง เพราะฉะนั้นก่อนที่จะนำหัวน้ำมันหอมระเหยมาใช้ในทางสุวคนธบำบัด จะต้องทำให้เจือจางเสียก่อนโดยการผสมตัวพา (Carriers) เข้าไปด้วย ตัวพาที่ว่านี้หมายความถึง น้ำ หรือ น้ำมันต่างๆ เช่น น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง ฯลฯ

ห้องสุดท้ายที่ข้าพเจ้า เยี่ยมชมค่ะ...สวยดี

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก

Aromatherapy...สุวคนธบำบัด กับความหอมแบบไทยๆของดิฉัน

การพัฒนาสู่อุตสาหกรรมย่อมๆประกายความหวังของผู้รักกลิ่นกรุ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย...°  

Basil (Ocimum basilicum)

Chamomile (Anthemis nobilis)

Geranium (Pelargonium graveoloens)

Jasmine (Jasminum officinalis)

Lavender (Lavandula augustifolia)

Myrrh (Commiphora myrrha) 

 

Patchouli (Pogostemon cablin)

Peppermint (Mentha piperita)

Rose (Rosa centifolia)

Rosemary (Rosmarinus officinalis)

Vetivert (Vetiveria zizanoides)

http://www.aromatherapy.com/essentialoils.html

http://clgc.rdi.ku.ac.th/product/distiller/distiller.html

ส่วนหนึ่งของบทความเรียบเรียงจากเอกสารการอบรมการแปรรูปและ

การควบคุมคุณภาพสมุนไพรฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตร กำแพงแสน โดย ดร. สุรัตน์วดี

http://fengshuioknation.imeem.com/music/-xnH8OgK/thai_traditional_song_kiew_khao/

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net