วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

๑๕.รวมญาติๆ วันไหว้อาม่า กับ คอนเสิร์ตป้าง


มีเรื่องราวอยากเล่า ๒-๓ เรื่อง  ก่อนไป  วันอาทิตย์ที่ผ่านมา....เป็นวันครบรอบ ๑๙ ปี วันตายอาม่า(อาม่าเสีย ๒๓ มีนาคม ๓๒)  ซึ่งตามประเพณีจีน  ทุกๆ ปี จะมีการรวมญาติกัน เพื่อไหว้กระดูก

ปีนี้.....ญาติๆ มากันเยอะกว่าทุกปี เนื่องจากปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ ไม่ค่อยมีใคร ติดภารกิจการงาน อีกทั้งเด็กๆ ก็ปิดเทอมอีกต่างหาก

ที่จริง... อยากเขียนถึงอาม่า  แต่พยายามเขียนมาหลายวันแล้ว  และ ทุกครั้งที่เขียน.....มันเกิดความรู้สึกที่....ตื้นตัน(ไม่รู้จะใช้คำไหนแล้ว) จนเขียนไม่ได้จริงๆ  (ขอเวลาผมสักพักนะครับ จะเขียนให้อ่านกัน)

วันนี้ เลยขอเก็บเรื่องรวมญาติ  มาคุยก่อนนะครับ  อย่างที่เกริ่นไว้เลย อาโก อาแป๊ะ อาเจ๊ก อาอี๊ อาเฮีย ซ้อ เจ๊ ฯลฯ  มารวมกันเยอะเป็นประวัติการณ์  แน่นอน...ครับ สารพันเรื่องคุย เรื่องเม้าท์ ถามไถ่สารทุกข์ สุกดิบ เศรษฐกิจ ปากท้อง ปัญหาบ้านเมือง ครอบครัว

เมื่อ ๕ ปีก่อน ตอนออกมาสู่สังคมมาร่วมกิจกรรมด้วยใหม่ๆ (หลังจากเก็บตัวมา ๑๖ ปี) จำได้ว่า....ผมจะถูกญาติๆ มารุมล้อมรถเข็น  ให้ความสนใจเป็นพิเศษ  อีกทั้งมักจะโดนคำถามทำนองนี้  เช่น เมื่อไหร่จะหายซะที ยกแขนได้บ้างไหม ดีขึ้นบ้างไหม จับตรงนี้รู้สึกไหม เก่งแฮะ ออกมาข้างนอกได้ด้วย ฯลฯ

ผม...ก็ได้แต่ใช้รอยยิ้มตอบภายนอกไป  แต่ในใจ อยากจะถามกลับ ว่า.... โห ถามแบบนี้ ใครจะไปตอบด้าย........ครับ


 ผมเข้าใจนะ...ว่า เวลาเจอ ลูก หลานที่เขารัก ก็ อยากทักทาย แสดงความห่วงใย  แต่สาเหตุ น่าจะ มาจาก  นาน น๊าน.... เจอผมที อาจจะไม่รู้ จะทักทายอะไรเรา  อีกทั้งตัวเราเอง  ยังมาในอีกสถานภาพ  เป็น "คนพิการ" อีกตะหาก

แต่... ครั้งล่าสุดนี่ หลังจาก ผมพยายาม หาโอกาส เข้าร่วมกิจกรรมในหมู่ญาติๆ  บ่อยครั้ง ขึ้น ผมสังเกตได้ว่า คำทักทายเริ่มเปลี่ยนไป....เป็น
 เป็นไง กินข้าวหรือยัง สบายดีไหม วันนี้ไม่ไปไหนเหรอ ออกข้างนอกบ่อยไหม  แล้วก็ปล่อยให้ผมคุยกับพี่น้อง รุ่นเดียวกัน  ไม่ได้ให้ความสนใจพิเศษกว่าหลานคนอื่น  

ที่เก็บเกร็ดเรื่องนี้มาเล่า เพราะ รู้สึกได้ว่า  ถ้า"คนพิการ" ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในสังคม บ่อยๆ สังคมจะไม่รู้สึกว่า"คนพิการ" พิเศษ แปลกแยก แตกต่าง แต่อย่างใด....

ที่เล่ามาเป็นแค่ "น้ำจิ้ม"น่ะครับ เพราะ แค่เกร็ดในหมู่ญาติของตัวเอง 

ทีนี้ ลองดูในสังคมใหญ่  พอดี วันที่ ๒๖ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ต "ป้าง" (ในรูป เจ้าของเพลง โปรดผม  หัวล้านใจน๊อย....น้อย) ที่สวนอาหารแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ บ้าน ตอนที่ผู้ช่วยเหลือ เข็นรถเข็นผม เข้าไป  เหมือนกับที่ชุมชน เกือบทุกที่ครับ.... 

ทุกสายตาจะมองมาที่ผม  วันนั้น ผมรู้สึกว่า มากกว่า ตอนที่ ป้าง เดินผ่านโต๊ะผม ไปขึ้นเวทีซะอีก เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหน เจอแต่ ลูกตา ของแขกในร้าน (ตกลง เรามาขโมยซีน พี่ป้างหรือเปล่าเนี่ย)

แต่เหมือนทุกที่ที่ไปเช่นกัน....พอเวลาผ่านไปสักพัก คนก็เริ่มไม่ให้ความสนใจผมแล้ว  แถมบางคน  พอเพลงมันเข้าหน่อย  ลุกขึ้นยืนเต้น บังเราอีกต่างหาก (ในรูป)  แต่ไม่เป็นไรครับ(ผมให้คนช่วยเข็น ย้ายมุมหนีได้) เข้าใจว่า กำลังมัน ผมยังอยากลุกเต้นด้วยเลย   555

ที่นำทั้ง 2 เรื่อง นี้มาเล่า...  เพียงแต่ อยากสื่อกับสังคม ว่า"คนพิการ"ก็อยากมีชีวิตเป็นเหมือนคนทั่วๆ ไป   เรามีชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแหละครับ   เราไม่ได้ต้องการความใส่ใจ ที่เกินความจำเป็น แต่อย่างใด 


ผมแอบฝันบ่อยๆ ว่า...อยากเห็น เหมือนในประเทศที่พัฒนาแล้ว  ที่มีคนพิการ นั่งรถเข็นไป ทำงาน เรียนหนังสือ กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้ง เป็นเรื่องปกติ  ถ้าจะ มีคนมองบ้าง เพราะเรา สวย หล่อ บ้าง ก็ โอเค อ่ะนะ (อนุญาตให้หมั่นไส้ได้ครับ )  

แต่เล่นจ้องจนเหลียวหลัง หัวจรดเท้า นี้ ก็ไม่ไหวอะ  เห็นใจคนพิการที่เพิ่งออกจากบ้านน่ะครับ เขาลำบากใจตรงนี้กันมาก  (เคยเป็นมาก่อน เลยรู้)

 เขียนจาก เรื่องรวมญาติวันตายอาม่า  มาจบที่พี่ป้างได้ไงเนี่ย
แต่หวังว่า...เรื่องที่นำมาเล่า คงจะไม่ ทำให้เกร็ง เวลาพบเจอ คนพิการนะครับ  พบเจอเขาก็พูดคุย ทักทาย ได้นะครับ  ที่ผ่านมา ผมพอเดาจากสายตาได้ว่า มีหลายคน  มีใจ  อยากช่วยเหลือ แต่ไม่กล้าถาม 


ที่จริงแล้ว...เวลา ไปข้างนอก  พบเห็น คนพิการกำลังต้องการความช่วยเหลือ  สามารถสอบถามดูได้นะครับ
"มีอะไรให้ช่วยเหลือไหมครับ(ค่ะ)" 
แล้ว "ให้ช่วยอย่างไรครับ(ค่ะ)"
ผมเชื่อว่า....คนพิการเรา ส่วนใหญ่ยินดีครับ

ที่จริงผมเขียนบทความนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 27 ก่อนไปต่างจังหวัด แต่ไม่มีเวลาพอจะตรวจทาน เลยไม่ได้นำออกเผยแพร่ครับ

โดย chai14

 

กลับไปที่ www.oknation.net