วันที่ จันทร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เอ็นอีซี


ผมกำลังตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าผู้ประกอบกาม
เอ้ย...ผู้ประกอบการ ต่างหากเล่า!

ความจริงก็แค่มาสอบคัดเลือก เข้าโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการของกระทรวงอุตสาหกรรมเขาน่ะครับ แต่สงสัยผมจะดูหนังแอ็คชั่นมากไปเลยเขียนซะเว่อร์

คิดอยากจะมีธุรกิจของตนเอง หรืออยากพัฒนาธุรกิจที่กำลังทำอยู่ เชิญชวนให้มาร่วมโครงการนี้ครับ เขาจะสอนเกี่ยวกับวิธีการทำธุรกิจ สอนแบบไม่เสียเงิน แต่คนเรียนอ่ะต้องเสีย เสียค่ามัดจำ 3,000 บาท เรียนจบแล้วถึงจะได้เงินคืน ถ้าคิดจะมาเรียนจริงจัง รับรองคุ้ม

ผมก็ส่งใบสมัครไปครับ ไอ้เรื่องไม่เป็นเรื่องก็รู้มาเยอะแล้ว ลองไปหาความรู้แบบเป็นชิ้นเป็นอันกะเขามั่งดีกว่า
ส่งใบสมัครเลือกไปอบรมที่ม.สวนดุสิต เพราะใกล้สาวๆ เอ้ย..ใกล้บ้านมากที่สุด
คือโครงการนี้เขามีศูนย์อบรมกระจายอยู่ตามมหาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ยกเว้นศูนย์ทันตกรรม ไม่มีนะครับ ไม่ต้องไปหา

หลังจากส่งใบสมัครไป ก็รอคอยด้วยใจจดจ่อว่าเมื่อไรเขาจะโทรมานัดเสียที อารมณ์คล้ายๆ รอโชคทองจากซองมาม่า

หลายสัปดาห์ หลังจากใบสมัครไปโผล่ที่สวนดุสิต ก็มีเจ้าหน้าที่เสียงสวยโทรมานัดให้ไปดินเนอร์กัน อันนั้นคิดเอาเองครับ เรื่องจริงคือเขานัดให้ไปสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์วันที่ 30 มี.ค.

พอรู้ว่าต้องมีการสอบคัดเลือกสำหรับคนที่จะได้เข้าร่วมโครงการ แฟนผมถึงกับถอดใจทันที เธอถามมั่นใจมั้ย ผมบอก "สบาย"
"เห็นตอนสอบที่จุฬาก็บอกเงี้ย"

ตอนนั้นไปอบรมอะไรสักอย่างที่จุฬาเนี่ยแหละ จำไม่ได้แล้ว
ไปพร้อมกัน 2 คนกับแฟน อบรมสัก 3 เดือนเห็นจะได้ พออบรมเสร็จมีการสอบวัดผล
เรากก็อ่านหนังสือจริงจังอย่างกะจะไปสอบเอ็นฯเลย
แฟนไม่อ่านสักตัว เราก็หยามเลย "เออ..สอบไม่ผ่านจะขำให้ ทำเก่งๆ"
ผลสอบออกมา แฟนสอบผ่าน ผมสอบตก จะบ้าตาย

เช้าวันที่ 30 ผมมานั่งทำหน้าปั้นยากอยู่กลางวงล้อมของผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ บนชั้น 3 อาคารดร.ศิโรจน์ ตรงข้ามสวนดุฯ

ตรงกันข้ามและทางด้านซ้ายของโต๊ะที่ผมนั่งรออยู่เป็นผู้หญิงทั้งคู่
ต่างกันตรงที่คนตรงข้ามแต่งตัวชาวบ้าน ออกแนวเจ้าของกิจการระดับโอทอป
ส่วนทางฝั่งซ้าย แต่งตัวจัดแนวนักธุรกิจหญิงเอสเอ็มอี
ต่างกันที่เสื้อผ้า แต่ทำหน้าตาคล้ายกัน คือทำหน้าเฉยๆ นิ่งๆ เหมือนคนเป็นกามตายด้าน

อึดอัด ทำหน้าไม่ถูกจังครับ เมื่อต้องตกอยู่ในวงล้อมของคนที่เป็นกามตายด้าน
จะมองหน้า สบสายตาก็ไม่กล้า กลัวติด
มองหาของเล่นบนโต๊ะก็ไม่มีไรให้เล่น โทรศัพท์มือถือเรารึก็โคตรเชย โทรออกกะรับสายเข้าได้ก็ต้องอนุโมทนาให้มันแล้ว
เอาว่ะเข้าเมืองเซ็กซ์เสื่อม ต้องเสื่อมตาม เลยจำใจนั่งทำหน้าย่นๆ แววตาคล้ายคนเซ็กซ์เสื่อมรอเข้าห้องสอบ

ข้อสอบมี 50 ข้อ ส่วนใหญ่จะถามเกี่ยวกับการทำธุรกิจ, การตลาด อะไรทำนองนั้น
อาทิ ขายอุปกรณ์แต่งรถในโชว์รูมรถ กับ ขายโปรแกรมคอมพ์ในร้านขายอะไหล่คอม ข้อไหนถูก
นั่งลังเลอยู่นานก็จิ้มส่งๆ ไป ในใจนึกทำไมไม่ถามอะไรที่มันง่ายกว่านี้ ประเภท หอยทอดต้องขายคู่กะอะไร น้ำเต้าหู้ร้านไหนอร่อยที่สุด

เสร็จจากข้อสอบแบบตัวเลือก 50 ข้อแล้วยังมีข้อสอบแบบเขียนตามมา
เอา.. เอากันให้พอ ทำไมไม่ให้ทำวิทยานิพนธ์กันด้วยเลย จะบ้าตาย
เขาให้เราอธิบายว่าเราต้องการทำธุรกิจอะไร, ทำยังไง, เป้าหมายเป็นใคร, ใช้เงินทุนเท่าไร, จะจ้างคนกี่คน

เข้าสอบ 9 โมง ผมออกจากห้องเป็นคนที่ 8 ตอนประมาณ 9 ครึ่ง ถ้าเขาวัดผลจากคนที่ไม่เข้าใจเรื่องการทำธุรกิจเลย ผมคงติดอันดับต้นๆ

เสร็จจากนั้นเขาก็ให้มานั่งรอจิบน้ำส้มแกล้มคุกกี้ย้อมใจรอเข้าห้องสัมภาษณ์
คราวนี้คนที่มานั่งข้างๆ ผมเนี่ย เซ็กซ์เสื่อมของแท้ครับ เพราะเป็นคุณลุง ลักษณะคล้ายมัคทายกตามวัดแถวบ้านยาย ทีแรกที่แกเดินตรงมาหา ผมยังหวั่นๆ กลัวแกจะมาบอกบุญ แต่พอแกบอกว่าจะมาขอนั่งตรงที่ว่างข้างๆ ผมเลยโล่งใจ

ทีแรกที่เห็นคุณลุงต่อมเดาส่งเดชผมเริ่มทำงานทันที
ผมเดาว่าลักษณะวัยอย่างนี้ จะทำธุรกิจอะไรไม่ได้นอกจากเปิดท้ายขายเสื้อสายเดี่ยว
จะบ้า...แก่ปานนั้นใครจะซื้อ
จริงๆแล้ว คุณลุงอยากจะขายเมล็ดกาแฟอาราบิก้า เพราะที่จังหวัดที่คุณลุงอยู่ (จ.น่าน) ปลูกกันเยอะ
คุณลุงเล่าให้ฟังพร้อมกับตัวเลขทางการตลาดเป็นชุด
อืมม์..มัคทายกสมัยนี้เขาพัฒนาแล้วจริงๆ

กำลังคุยกันเพลินๆ ก็ถึงคิวผมเข้าไปสอบสวน
สารวัตรเป็นเด็กนักศึกษา
จะตลกไปถึงไหน
คนสัมภาษณ์เป็นเด็กนักศึกษา เลยสบายๆ ชิวๆ ครับ
ผมคุ้นเคยกับการคุยกับเด็กอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับเด็กนักศึกษาสาว
พูดน้ำไหลไฟดับเลยทีนี้ แต่ดูหน้าน้องคนสัมภาษณ์เขาออกจะงงๆ และโล่งใจเมื่อผมพูดจบ

ขณะที่เดินออกจากห้องสอบ ก็กึ่งลังเล กึ่งทำใจครับ
เพราะพูดพรั่งพรูราวกับคนเก็บกดขนาดนั้น
ได้ก็บ้าแล้ว..

ประกาศผลผู้โชคดีอาทิตย์หน้าครับ จะได้รู้กันว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือเปล่า

โดย บอมส์

 

กลับไปที่ www.oknation.net