วันที่ จันทร์ มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คอลัมน์รู้ไว้อนามัยดี๊ดี - ตอนที่ 1 - ทางออกสำหรับเด็กอ้วน


 

แต่ก่อนนี้เด็กอ้วนใครๆก็จะว่าจ้ำม่ำ น่ารัก น่าอุ้ม น่ากอด ทว่าในปัจจุบัน “เด็กอ้วน” กำลังกลายเป็นเป็นปัญหาที่สังคมได้เริ่มตระหนักและตื่นตัวกันมากขึ้น เพราะอาจมีปัญหาตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ขาดความคล่องแคล่วในการทำกิจกรรม ปัญหาการเข้ากลุ่มเพื่อน อาจถูกเพื่อนล้อเลียน ทำให้เกิดปมด้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน

            องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ขณะนี้มีคนอ้วน 1,000 ล้านคนทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุเพียง 0-5 ปี ถึง 22 ล้านคน สำหรับประเทศไทยมีเด็กอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนองค์การอนามัยโลกยกตัวอย่างว่าเป็นประเทศที่มีเด็กอ้วนเพิ่มเร็วที่สุดประเทศหนึ่ง โดยช่วงปี 2547-2549 เด็กไทยอายุ 5-12 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินเพิ่มถึงปีละเกือบ 1 แสนคน ซึ่งรวมแล้วปัจจุบันเด็กวัยเรียนเป็นเด็กอ้วนถึง 1 ล้านคน งานวิจัยยังพบว่าเด็กอ้วนจะมีไขมันในเลือดสูงกว่า 50% และ 25% ของเด็กที่มีน้ำหนักปกติก็มีไขมันในเลือดสูงเช่นกัน

            หากเด็กที่อ้วนไม่ได้รับการดูแลแก้ไขแล้ว โอกาสที่จะโตเป็น “ผู้ใหญ่อ้วน” นั้นมีสูง !!!

            สำหรับสาเหตุโดยทั่วไปที่ทำให้เกิดสภาวะน้ำหนักเกินมาจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง หรือเกิดจากต่อมไร้ท่อที่ทำงานผิดปกติ แม้ว่าสาเหตุทางพันธุกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีสภาวะน้ำหนักเกิน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเด็กอ้วนเสมอไป  

            อย่างไรก็ตามปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงต่อน้ำหนักตัวเด็กและทำให้เด็กอ้วน คือ “พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องและการไม่ออกกำลังกายหรือออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม” โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่มีแคลอรี่สูง แต่ให้คุณค่าทางโภชนาการน้อย เช่น ขนมกรุบกรอบ ลูกอม ช็อกโกแลต อาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลม และหากเด็กใช้เวลาดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ยิ่งส่งผลทำให้เวลาในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลักายน้อยลง โอกาสที่เด็กจะมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์อ้วนจึงมีมาก

            อันตรายจากความอ้วนจึงเป็นเรื่องพ่อ แม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งคุณครู ต้องหันมาใส่ใจกับปัญหาดังกล่าว เพราะความอ้วนมีผลต่อพัฒนาการที่ล่าช้าของเด็ก เวลาพลัดตกหกล้มจะเจ็บมากกว่าเด็กธรรมดา ขณะที่กระดูกและข้อต่ออาจเสื่อมเร็วกว่าวัยอันควร เนื่องจากต้องรับน้ำหนักตัวที่มาก เด็กบางคนมีผลการเรียนที่แย่ลง เนื่องจากถูกเพื่อนล้อเลียนจนเกิดความอาย หรือเข้ากลุ่มไม่ได้ สมาธิในการเรียนจึงลดลง นอกจากนี้ “โรคเบาหวาน” ยังเป็นภัยร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ หากอ้วนมากๆ ก็จะทำให้หายใจไม่สะดวกซึ่งอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวโดยฉับพลันได้

              ทางออกสำหรับเด็กอ้วนก็คือการใช้หลักในการลดน้ำหนัก 3 อย่าง คือ อาหาร ออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรม...

             การลดน้ำหนักตัวในเด็กจำเป็นต้องดำเนินการอย่างยั่งยืน ให้เด็กรู้จักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง แม้อาจจะเห็นผลช้า แต่จะทำให้เกิดผลดีต่อการลดน้ำหนักและมีความยั่งยืน สามารถปรับใช้ได้ตลอดชีวิต  อย่างการกินอาหารที่มีสูตรตายตัว  หากไม่ได้ปรับให้เหมาะสมสำหรับแต่ละคน จะทำให้เด็กเบื่อ ควรสอนแนะนำให้เด็กรู้จักการกินที่เหมาะสม  และสร้างเงื่อนไขลดการกินขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม และส่งเสริมการกินผักผลไม้ให้มากขึ้น

            สำหรับการออกกำลังกายนั้นต้องไม่บังคับกะเกณฑ์ แต่ต้องปล่อยให้เด็กได้วิ่งเล่นออกกำลังชนิด ต่าง ๆ ตามความชอบและเด็กรู้สึกสนุกที่จะทำอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง ยิ่งมากยิ่งดี พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างและร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก นอกจากการออกกำลังแล้ว การสร้างเงื่อนไขเพื่อลดเวลาการอยู่นิ่ง ๆ หรือการทำกิจกรรมที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวออกกำลัง เช่น เล่นเกมคอมพิวเตอร์  ดูโทรทัศน์  เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน โดยเบี่ยงเบนความสนใจและกระตุ้นให้เด็กได้ออกไปเคลื่อนไหววิ่งออกกำลังให้มาก    ซึ่งยังจะช่วยลดการกินขนมจุบจิบด้วย  ทั้งนี้  การออกกำลังไม่เพียงแค่ใช้พลังงานออกไป ทำให้ลดและตวบคุมน้ำหนักเท่านั้น หากแต่ยังจะทำให้เด็กมีสุขภาพและร่างกายแข็งแรง กระตุ้นการเจริญเติบโตอีกด้วย

            การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลา  ไม่สามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว  สิ่งสำคัญคือการปรับพฤติกรรมและสร้างเงื่อนไขให้เด็กกินอาหารที่เหมาะสม  เคลื่อนไหวออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ไม่อยู่  นิ่งเฉย  ซึ่งจะติดกลายเป็นนิสัยจนเป็นผู้ใหญ่ สามารถป้องกันและลดน้ำหนักได้ในอนาคต  หากน้ำหนักไม่ลดเพราะสาเหตุของกรรมพันธุ์  การมีพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้เป็นเด็กอ้วนที่แข็งแรง ห่างไกลโรคภัย

 

*** กรมอนามัยส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี***

โดย ศุภฑิต_สนธินุช

 

กลับไปที่ www.oknation.net