วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พริกขี้หนูกับหมูแฮม (2532)




เอนทรี counterpart ต่อจากเรื่องก่อนหน้า รีบเขียนก่อนที่อินสไปเรชั่นจะดับมอดไป
สร้างจุดเชื่อมโยงไว้ในประเด็นที่ว่า "พริกขี้หนูกับหมูแฮม" ที่นำ ขจรศักดิ์-จันทร์จิรา
มารับบทคู่กันอีกครั้ง ด้วยโปรดั๊กชั่นที่มีงบประมาณสูงกว่า อันนี้ใช้ตรรกะว่าไปถ่ายทำที่
ซานฟรานซิสโก และค่าตัวของดาราทั้งคู่ก็น่าจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าเรื่องแรกด้วย
แต่ความประทับใจโดยส่วนตัวจะเป็นรองเรื่อง "รักแรกอุ้ม" ทั้งนี้วัดจากความเป็นออริจินัลนั่นเอง

เอนทรีนี้จะเขียนถึงเรื่อง "จุดตั้งต้น" (
entry point) ของการเสพย์งานบันเทิงประเภทภาพยนตร์
ว่ามีผลต่อความประทับใจในตัวงานแต่ละเรื่องอย่างไร ความชอบ ความไม่ชอบ ในหนังเรื่องเดียวกัน
ของแต่ละคนนอกจากจะขึ้นอยู่กับความต่างใน รสนิยม ประสบการณ์ ฯลฯ แล้ว "จุดตั้งต้น" นี่ล่ะ
เป็นตัวทำให้ปัจเจกประเมินคุณค่าของหนังแต่ละเรื่องต่างกัน (โอว
! ชักเครียดแล้ว)

เมื่อดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์เมื่อ 19 ปีที่แล้วจบ รู้สึกหงุดหงิดกับพล็อทที่
คิง นำ "รักซึมลึก" (2530) นำแสดงโดย บิลลี่ โอแกน และ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์
มาเขย่ารวมเข้ากันกับ "ดอกไม้กับนายกระจอก" (
An Autumn’s Tale) หนังปี 1987 ของฮ่องกง
นำแสดงโดย โจวหยุนฟะ และ จงฉู่หง และจริงๆแล้ว "รักซึมลึก" ก็ดัดแปลงมาจาก
"The Goodbye Girl" (1977) หนังของ Herbert Ross นำแสดงโดย Richard Dreyfuss
แต่เนื่องจากไม่เคยดู "The Goodbye Girl" (แต่รู้จากแหล่งข้อมูลว่าดัดแปลงมา)
เวลาดูหนังเรื่องนี้จบจึงนึกถึงหนังไทยกับหนังจีนสองเรื่องที่ว่า

ที่อ้างอิงมาก็เพราะว่าที่ดู "พริกขี้หนูกับหมูแฮม" สนุกน้อยลงก็เนื่องมาจากผมมี
"จุดตั้งต้น" โดยการได้ดูสองเรื่องต้นแบบที่ว่ามาก่อน จึงเหมือนมานั่งดูงานก็อปปี้แค็ท
ความประทับใจมันเลยไม่เกิด ในขณะที่คนที่เดินออกจากโรงตอนหนังจบจะชื่นชมกับความ
โรแมนติคของหนังเรื่องนี้มาก ไม่แปลกครับ ไม่แปลก เชื่อว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะคนที่ชอบเรื่องนี้
คงไม่ได้ดู "รักซึมลึก" กับ "ดอกไม้กับนายกระจอก" มาก่อนค่อนข้างแน่ จึงทำให้ดูหนังเรื่องนี้สนุก
และชอบมากกว่าที่ผมดู (อันนี้พูดถึงภาพรวมกว้างๆ นะ)



การประเมินคุณค่าว่าหนังเรื่องใด "โดน" หรือ "ไม่โดน" เรามากเพียงไหน "จุดตั้งต้น" ที่ว่าเป็น
ตัวแปรสำคัญมากนะครับที่ทำให้เราตัดสิน หนัง เพลง ศิลปะประเภทต่างๆ แตกต่างกันไป
นอกเหนือไปจากองค์ประกอบต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เอาอย่างล่าสุดกรณีเทียบเคียงที่เห็นชัดๆ
คือ
"The Departed" ฉบับรีเมคของ มาร์ติน สกอร์เซซีส์ ที่ทำจากต้นฉบับหนังฮ่องกง
"
Infernal Affairs" เท่าที่ทราบข้อมูลมาร์ตินไม่ได้ดูหนังต้นฉบับแต่ยึดบทภาพยนตร์ดั้งเดิม
เป็นหลักและดัดแปลงความสัมพันธ์ของบทนำรวมถึงเพิ่มบทตัวอื่นเข้ามาด้วย ผลลัพธ์เรื่องนี้คว้า
Best Director รางวัลอคาเดมี่ อวอร์ด ในปี 2006 สมใจ มาร์ติน สกอร์เซซีส์ เสียที
(เรื่องนี้ได้รับรางวัลอื่นด้วยรวมถึง Best Picture)

ส่วนตัวผมและเชื่อว่าอีกหลายๆคน ที่ได้ชม "Infernal Affairs" มาก่อนก็คงจะชมหนังเรื่องนี้
สนุกน้อยลงไปในแง่ประเด็นของความสดใหม่ แต่ถ้าไม่ได้ชมมาก่อนล่ะ จะเป็นเช่นใด
ผมอาจจะทึ่งกับอารมณ์ของหนังที่สื่อออกมาผ่านพลังการกำกับของมาร์ตินได้มากกว่านี้ก็ได้
เสียดายที่ว่าประสบการณ์ดังกล่าวคงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เนื่องจากผมมี "จุดตั้งต้น" จากหนัง
ต้นฉบับมาแล้ว


ไม่ได้เขียนถึง "พริกขี้หนูกับหมูแฮม" ตรงไปตรงมาแต่ก็มีข้อสรุปในตัวอักษรด้านบนเรียบร้อยแล้ว
เขียนถึงเพลงประกอบสักนิด "เติมใจให้กัน" เป็นงานแต่งของ ศุ บุญเลี้ยง ทำนอง-เรียบเรียง
โดย สินนภา สารสาส และขับร้องโดย มัม-ลาโคนิค แต่เพลงที่นำมาประกอบเอนทรีเป็นเวอร์ชั่น
ของ กิติกร เพ็ญโรจน์ (ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการทรูแฟนตาเชีย) ซึ่งบันทึกไว้ในงานรวมเพลง
ของประกอบภาพยนตร์และโฆษณาของบัตเตอร์ฟลาย เพลงนี้เป็นเพลงหนึ่งที่มีการคัฟเวอร์บ่อย
มากที่สุดเพลงหนึ่ง

โดย kilroy

 

กลับไปที่ www.oknation.net