วันที่ ศุกร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จับ แฮกเกอร์อัจฉริยะ ฉกรหัสเติมเงิน เอไอเอส พังกว่า 100 ล้าน!


โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์15 พฤษภาคม 2550 12:37 น.

ตำรวจกองปราบปรามจับกุมหนุ่มไทยใช้ความเป็นอัจฉริยะเข้าไปเจาะฐานข้อมูลของ เอไอเอส  ขโมยรหัสผ่านแก้ไขวงเงินบัตรเติมเงิน ทำบริษัทเสียหายนับร้อยล้านบาท พบประวัติเคยเจาะฐานข้อมูลของ ทรู พังพินาศมากว่าร้อยล้านเช่นเดียวกัน แถมเคยเจาะฐานข้อมูลของ นาซา ที่ว่าแน่ๆ มาแล้ว สุดท้ายต้องเข้าไปใช้ความอัจฉริยะในกำแพงสี่เหลี่ยม แต่เจ้าตัวยังปฏิเสธ
       
       
วันนี้ (15 พ.ค.) ที่กองบังคับการกองปราบปราม ตำรวจกองกำกับการ 1 กองปราบปราม แถลงการจับกุม นายทวีทรัพย์ หรือภูมิพัฒน์ ลลิตศศิวิมล อายุ 34 ปี ที่ห้องพักเลขที่ 2918 วงศ์เจริญแมนชั่น หรือแกรนด์ แมนดาริน ซอยลาดพร้าว 130 เขตบางกะปิ พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ฮาร์ดดิสก์ บัตรเอทีเอ็ม บัตรวีซ่า และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หลังได้รับการร้องเรียนจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ว่าถูกคนร้ายเจาะฐานข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ เพื่อขโมยรหัสผ่านในการใช้เข้าไปแก้ไขวงเงินในบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือให้กับลูกค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยใช้วิธีจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารในชื่อของบุคคลอื่น สร้างความเสียหายให้แก่เอไอเอสนับร้อยล้านบาท
       
       นอกจากนี้ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่านายทวีทรัพย์น่าจะเป็นคนเดียวกันกับผู้ต้องหาที่เคยเข้าไปเจาะฐานข้อมูลของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2548 จนทำให้ทรูฯ ได้รับความเสียหายมาแล้วเป็นมูลกว่า 100 ล้านบาท กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้และอยู่ระหว่างการประกันตัวต่อสู้คดี แต่กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก
       
       สำหรับ นายทวีทรัพย์ นับว่ามีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ในขั้นอัจฉริยะ ก่อนหน้านี้เคยเจาะฐานข้อมูลของสถาบันการเงินหลายแห่งเพื่อขโมยรหัสบัตรเครดิต และเจาะฐานข้อมูลขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา มาแล้ว อย่างไรก็ตาม นายทวีทรัพย์ให้การปฏิเสธ แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม โดยสอบสวนสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป เพราะไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะลงมือเพียงคนเดียว
       
       ทั้งนี้ ผู้เชื่ยวชาญเกี่ยวกับการเจาะข้อมูลอันดับต้นๆ ของเมืองไทยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านตรวจสอบระบบ ทำให้ทราบว่าการเจาะระบบฐานข้อมูลของบริษัทมือถือ มีการกระทำมานาน โดยเฉพาะค่ายมือถือ 2 ยักษ์ใหญ่ ซึ่งสูญเงินไปกว่า 1,000 ล้านบาท โดยในขั้นตอนดังกล่าว ต้องมีพนักงานที่ทำงานในบริษัทรู้เห็นเป็นใจ และอยู่ในกลุ่มขบวนการเพื่อคอยประสานงานด้านแก้ไขข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น หากมีลูกค้าซื้อบัตรเติมเงินไปจำนวน 1,000 บาท ขบวนการมิจฉาชีพนี้ก็จะมีการแก้ไขในคอมพิวเตอร์เพื่อหักเงินส่วนต่างไป
       
       นอกจากนี้จะมีการนำบัตรเติมเงินที่มีการคีย์ข้อมูลนั้น ไปตั้งโต๊ะประกาศขายในแหล่งชุมชนต่างๆ เช่น ตามศูนย์การค้า หรือสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งในตรงจุดนี้ขบวนการมิจฉาชีพจะมีการใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขข้อมูลในบัตรเติมเงินไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะหักเอาเงินส่วนที่เกินเข้ากระเป๋า และค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะเกิดกับบริษัทเจ้าของมือถือ ส่วนกรณีซิมการ์ด จะมีหน้าม้าคอยเอาซิมไปตั้งโต๊ะให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการโดยไม่ต้องเสียค่าจดทะเบียน ซึ่งในจุดนี้ ขบวนการมิจฉาชีพจะหารายได้ ด้วยการแก้ไขโปรโมชันในซิมการ์ด และหักเงินค่าส่วนต่างเข้ากระเป๋า เช่นโปรโมชัน 1,300 จะถูกแก้เป็น 1,000 บาทเป็นต้น

   
โจรกรรมสุดไฮเทค แฮ็กข้อมูล "ทรู" เชิดเงินกว่า 200 ล้าน

กองปราบรวบแฮกเกอร์หนุ่ม เจาะรหัสบัตรเติมเงิน เสียหายนับร้อยล้าน

โดย aristotle

 

กลับไปที่ www.oknation.net