วันที่ จันทร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของโอซิม


ไม่ได้เปลี่ยนแนวมาเขียนเรื่องการตลาดแต่อย่างใด  
ถึงแม้จะเคยลงทะเบียนเรียนการจัดการการตลาด
(Marketing Management)
ในระดับปริญญาโทมาบ้าง (แต่ความรู้ข้าพเจ้ายังด้อยเร่งศึกษา...)

ในยุคที่สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่งที่สูงกว่าเดิมมากๆ
ทั้งนี้เป็นผลมาจาก
flattener 10 ประการ ทำงานสอดประสานกัน
ส่งผลให้ชีวิตเราได้รับข้อมูลข่าวสารจนแทบล้นทะลักหัวสมอง
(ผู้ใดสงสัยว่าเจ้า
flattener คืออะไร ความรู้อยู่ที่ปลายนิ้วของคุณบนแป้นคีย์บอร์ด)
ผู้รับข่าวสารอย่างเราๆ (เนื่องจากเอนทรีในบล็อกคงจะถูกอ่านในอินเตอร์เน็ต ดังนั้นคำว่า เราๆ
หมายถึงผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นประจำและเสพย์สื่อหลายๆประเภทแบบออนไลน์ โอเค๊
!)
จะต้องเผชิญกับการตลาดในรูปแบบต่างๆ รวมถึงพื้นที่ในไซเบอร์สเปซด้วย
Kotler กล่าวว่าไซเบอร์สเปซคือ place (1 ใน 4P) ด้วยเช่นกัน
แม้กระทั่งมาเขียนบล็อกก็ยังเจอการขายตรงทั้งแบบ ฮาร์ดเซลส์ และ ซอฟท์เซลส์ ต่างกันไป
เช่น "เชิญมาคลายเครียดที่บล็อกของผม" โอว
! มายก๊อดอ่านแล้วเครียดทันทีว่ะ ฮ่า ฮ่า

การตลาดในทะเลสีแดงเดือดคงไม่มีหน่วยธุรกิจใดที่อยากอยู่ในวังวนนี้
การตลาดในทะเลฟ้าสีครามต่างหากที่ผู้ประกอบอยากจะเข้าไปเวียนว่ายให้สุขสำราญ
ปัจจัยที่เป็นตัวถีบส่งให้เฟิร์มเหล่านี้เข้าไปว่ายน้ำใน
blue ocean ได้หนีไม่พ้น
นวัตกรรม ล่ะครับ ถึงแม้นวัตกรรมจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวแต่เป็นปัจจัยที่สำคัญ
(critical)
นวัตกรรมครอบคลุมกว้างมากกว่าเรื่องเทคโนโลยีนะครับ วิธีคิด วิธีการจัดการที่ดีกว่า
ภายใต้เทคโนโลยีของตัวสินค้าที่พอๆกันก็จัดอยู่ในนวัตกรรมเช่นกัน

"คนขี้เมื่อยที่ชอบฟังดนตรี" โจทย์นี้ได้รับการตีความจากนักการตลาดออกมาเป็นสินค้าคือ
เก้าอี้นวดที่มีฟังค์ชั่นนวดตามจังหวะเพลงที่เปิดได้ด้วย โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็น
ตัวผสาน เคสของผลิตภัณฑ์ในลักษณะทำการตลาดแบบบลูโอเชี่ยนแล้วสำเร็จ
เท่าที่เคยอ่านมาบ้างมักจะต้องผนวกฟังค์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการอย่างน้อย
สองอย่างเข้าไว้ด้วยกัน อย่างกลมกลืนถูกที่ถูกเวลา เช่น เครืออีจีวี เครื่องบินเจ็ทให้เช่าส่วนตัว
มีอีกหลายเคสจำไมได้แล้ว (แต่ก่อนจะโม้ได้เยอะกว่านี้)

ผมไม่มีความสามารถพอหรอกครับที่จะทำนายว่าสินค้าตัวนี้จะประสบความสำเร็จในบ้านเรา
หรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเมื่อพิจารณาจากรายได้ที่จะซื้อเจ้าเก้าอี้ตัวนี้
ภาษาเศรษฐศาสตร์เรียกว่าผมไม่เป็นพวก "
effective demand" คือมีดีแมนด์แต่ไม่มี
purchasing power (ฮ่าๆ) และที่สำคัญไม่มีงานวิจัยเบื้องต้นในมือที่พอจะคลำๆได้ว่า
ความน่าจะเป็นของความสำเร็จของสินค้าตัวนี้จะเป็นเท่าใด คือยังเป็นคนเชื่อเรื่องรีเสิรช์ที่ดี
(ย้ำว่าที่ดีนะ) เปรียบได้กับการเดินก้าวแรกไปถูกทางแล้วระดับหนึ่ง

แต่ที่เจ้าสินค้าตัวนี้สร้างความสนใจให้กับผมก็คือผู้ที่มาเป็น "แบรนด์แอมบาสเดอร์" นี่ล่ะ
คือช่วงนี้มีธุระต้องคุยกับพี่แหม่มเป็นระยะๆ จึงทราบกำหนดการว่าจะมีงานเปิดตัวสินค้าตัวนี้
เลยแว่บไปที่ เซ็นทรัลเวิร์ลด์ ชั้นหก เมื่อวัน 4 เม.ย. ที่ผ่านมา ก็เลยถือโอกาสไปเปิดหูเปิดตา
ไม่อุดอู้อยู่กับโลกส่วนตัวมากเกินไป จนกระทั่งมีเพื่อนบล็อกเกอร์บางคนมองออกว่าเป็นคนแบบนั้น
เมื่อไปถึงก็ตั้งใจเก็บรายละเอียดของงาน โดยเฉพาะดู 
workflow ของ organizer ว่าเขาจัดงาน
กันอย่างไร ก็ดีครับได้เห็น วิธีการทำงาน การนำเสนอ แล้วรู้สึกว่างานสายนี้น่าสนุกดีนะ
(แต่คงแก่เกินกลับลำแล้ว)

พี่แหม่มร้องโชว์สองเพลง คือ "ผู้หญิงวนซ้ายผู้ชายวนขวา" และ
"You’ve got a friend"
ถามพี่แหม่มว่ามาเป็น พรีเซ็นเตอร์ เอ๊ย
! (เชยๆ) แบรนด์แอมบาสเดอร์สินค้าตัวนี้ได้อย่างไร
ได้รับคำตอบว่า
"ไม่รู้ว่ะ" เลยไม่รู้ว่าพี่เขาตอบจริงหรือตอบเล่น แต่ผมขำนะพี่ ฮ่าๆ
สุดท้ายเจ้าหน้าที่ของสินค้าก็มาเฉลยบนเวทีว่าเหตุใดจึงเลือก พัชริดา วัฒนา
- วอยซ์เทรนเนอร์
มาเป็นแอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์

คุณผู้อ่านที่ทนอ่านมาจนจบก็คงได้ทราบอิทธิพลของการตลาดแบบหนึ่งแล้วล่ะครับ
น่าจะเรียกว่า บล็อกมาร์เก็ตติ้ง ที่ผมช่วยไอด้อลของผมโปรโมทแบรนด์ แต่เป็นมาร์เก็ตติ้งแบบ
ที่ไม่ได้มีผลตอบแทนในมิติของต้วเงินน่ะนะ เป็น
passion ล้วนๆ เลย ที่ได้เขียนเอนทรีนี้

สวัสดี


โดย kilroy

 

กลับไปที่ www.oknation.net