วันที่ อังคาร เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บุปผา ธรรมบุตร




เอนทรีนี้ย้อนกลับมาบันทึกเรื่องราวของนักร้องหญิงจากยุค 80 อีกคนหนึ่ง
เธอคนนี้จัดอยู่ในประเภท
Singer-Songwriter ที่มีความสามารถสูงมาก
ทั้งทางด้านเสียงร้องที่ไพเราะ การแต่งเพลง และยิ่งไปกว่านั้นเธอเล่นเปียโนได้ดีมาก ๆ
ในระดับที่ได้รับรางวัลจากการประกวดแข่งขันในระดับนานาชาติ
เธอคือ บุปผา ธรรมบุตร (โอ๋)

จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เริ่มเล่นอิเล็คโทนตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ที่โรงเรียนดนตรี
สยามกลการ เป็นแชมป์อิเล็คโทนสยามกลการและได้ตำแหน่งรองชนะเลิศการแข่งขัน
อิเล็คโทนกรังปรีซ์อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อตอนอายุ 17 ปี

เริ่มหัดแต่งเพลงตอนอยู่ชั้นมัธยม เพลงที่ถูกนำมาบันทึกเสียงในเทปชุดแรกอย่างเพลง "ห่างรัก"
แต่งตอนอยู่ ม.ศ.3 (เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของผู้เขียน) หลังจากจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี
ก็เข้าทำงานในวงการโฆษณา ด้วยความที่เป็นคนชอบร้องเพลง เล่นดนตรี และแต่งเพลง
จึงมีความคิดที่จะออกผลงานของตัวเองสักชุก เธอจึงเข้าไปติดต่อ รถไฟดนตรี โดยตรงพร้อม
กับเพลงตัวอย่างที่ได้แต่งเก็บไว้

2530 เทปชุดแรกชื่อเดียวกับชื่อของเธอออกจำหน่าย รถไฟดนตรีวางภาพของบุปผาเป็น
Singer-Songwriter อย่างชัดเจน นอกจากจะแต่งเพลงในชุดนี้แล้ว เธอมีส่วนร่วมในการบันทึก
เสียงเปียโนในเพลงชุดนี้ด้วย เพลง "เราสองคน" ได้ ภูสมิง หน่อสวรรค์ จากค่ายเดียวกันมา

featuring เพลงนี้ได้รับความนิยมและกลับมาโด่งดังอีกครั้งเมื่อเร็วๆนี้ จากการนำมาคัฟเวอร์ใหม่
และใช้เป็นเพลงนำจากละครเรื่อง "สองเรานิรันดร์" ขับร้องใหม่ พอล-นาเดีย

เมื่อเทปชุดแรกประสบความสำเร็จ รถไฟดนตรีจึงเข็ญชุดสอง "
Every Where’s Music"
ออกตามมาในปี 2531 เป็นงานคัฟเวอร์เพลงสากลที่ตัวบุปผาชื่นชอบ มีแทร็คพิเศษคือเพลง
"Every Where’s Music"
ซึ่ง ฉันทนา กิติยพันธ์ เคยนำไปร้องชนะเลิศในการประกวดมาแล้วนำ
มาบรรจุในชุดนี้ด้วย ในปีเดียวกัน "วันนี้ดีจัง" งานชุดที่สามออกวางขายเป็นงานซึ่งบุปฝาไม่มี
ส่วนร่วมในงานและขาดฟีลในการผลิตงานชุดนี้ด้วย แต่เนื่องจากติดสัญญากับค่ายจึงต้องทำออก
มาตามแผนการจัดจำหน่าย

เมื่อหมดสัญญากับทางรถไฟดนตรีเธอใช้เวลาทุ่มให้กับการทำธุรกิจของจิวเวลลี่ของครอบครัว
และเมื่อแต่งงานมีครอบครัว บุปฝาก็จะรับงานเฉพาะร้องเพลงการกุศลเท่านั้น ภายหลังได้มาพบ
เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ โดยเธอรู้จักกับเต๋อมาตั้งแต่สมัยเล่นอยู่โรงแรมมณเฑียร เต๋อชักชวนให้
บุปผาออกงานกับทางแกรมมี่สักชุด เป็นที่มาของอัลบั้มชุดสุดท้ายของเธอคือ "
Love Avenue"
เป็นอัลบั้มที่เป็นเพลงไทยผสมกับเพลงสากล ออกขายในช่วงปลายปี 2534 เพลงเก่งของชุดคือ
"เธอบอกให้ลืม" ซึ่งเป็นงานแต่งของเธออีกเช่นกัน เพลงนี้ถูกนำมาคัพเวอร์อีกครั้งโดย
วงเอ็นโดร์ฟิน และได้รับความนิยม

หลังจากบุปผา ธรรมบุตร หานักร้องที่เป็นไทป์แบบเธอยากมากครับ ระหว่างนั่งพิมพ์ไป
ยังนึกไม่ออก เธอเป็นบุคลากรที่ใช้คำว่าศิลปินได้อย่างเต็มภาคภูมิ


 

โดย kilroy

 

กลับไปที่ www.oknation.net