วันที่ พุธ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บ้านเมืองยุคนี้ เขาบริหารแบบมั่วๆ


บ้านเมืองยุคนี้ เขาบริหารแบบมั่วๆ

 

บ้านเมืองเราทุกวันนี้ชักจะมั่วขึ้นทุกขณะ โดยมั่วตั้งแต่นายกฯ ลงมาจนถึง ส.ส.ถ่อยถีบ แค่นั้นไม่พอยังลามต่อมาถึงโหรห้อยต่องแต่ง  ชนิดมั่วจนไม่มีอะไรที่จะมั่วเกินนี้ไปอีกแล้ว               

อันดับแรกคือนายกฯ สมัคร ก็ไปมั่วด่าทอต่อปากต่อคำกับชาวบ้านชาวช่อง ยังกับแม่ค้าปากคลองตลาด ใครพูดอะไรไม่เข้าหู เป็นต้องใช้เงินภาษีภาษีประชาชน มาออกอากาศด่าชาวบ้านเขาได้เป็นชั่วโมง  ทำคะแนนให้กับบรรดากองเชียร์ปากจัด ที่ชอบแต่ใช้ปากตะโกนด่าทอกัน จนเรตติ้งพุ่งกระฉูด

ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร? มีหน้าที่อะไร? หลงตัวเองแค่ว่า เป็นคนปากกับใจตรงกัน มีอะไรเลยพูดไม่ยั้ง ถ้าปากกับใจตรงกันจริงๆ ทำไมไม่พูดออกมาให้หมดว่า  ก่อนจะนอนทุกคืนอยากได้ดาราสาวๆ มาบีบมานวด คืนละคนสองคนก่อนนอน ถึงจะนอนหลับ ทำไมไม่พูดออกไปเสียล่ะ ถ้าปากกับใจตรงกันจริงๆ

แค่นิสัยตัวเองที่แก้ไม่หาย หรือที่ชาวบานเรียกว่า สันดาน ที่ชอบต่อปากต่อคำยิ่งกว่ากระเทยปากจัดนี่แหละ ถึงได้พล่ามอยู่ได้

เรื่องที่จะบริหารงานบ้านงานเมือง อันเป็นหน้าที่ตัวเองจริงๆ นั้น จะไปพูดตอนไหน หรือใบสั่งจากนายกฯ นกขมิ้นเหลืองอ่อน กำหนดไว้แค่นี้

ส่วน ส.ส.ถ่อยถีบ ไม่เคยคาดฝันว่าจะเจอก็อุบัติอุบาทว์ขึ้นแล้ว  ถีบ ส.ส.ด้วยกันเสร็จก็จีบปากจีบคอว่า ผมถามพี่เขาอย่างสุภาพ แต่พี่กลับตะคอกใส่ โถ...คนเป็นโขยงเขานั่งฟังคำถ่อยๆ หยาบๆ คายๆ อยู่ตั้งสิบนาทีนั้น นึกว่าเขาเป็นตอไม้หรือไง ถึงจีบปากจีบคอแก้ตัวอย่างไม่อายหน้าอายปากอายตำแหน่งตัวเอง อายประชาชนผู้ลงคะแนนให้เสียมั่งเลย

ส.ส.พรรคพวกก็มั่วปกป้องไม่ลีมหูลืมตา หนอย...จะมาตั้งกรรมการสอบหาพฤติกรรมอันใดอีก ส.ส.ในนั้นมีกี่คน จับมาเป็นพยานแห่งความถ่อยทั้งหมดก็สิ้นเรื่อง แค่ส.ส.ถ่อยคนเดียวยังมั่วอุ้มได้ขนาดนี้ จึงไม่แปลกเมื่อลูกพี่มั่ว ต่างจึงดาหน้าปกป้องกันยกใหญ่     

ส่วนโหรต่องแต่งก็มั่วไปกับเขา คงคิดว่า ถ้าไม่มั่วตอนนี้จะไปมั่วตอนไหน เพราะถ้าอยู่เฉยๆ เดี๋ยวเรตติ้งจะตก เลยต้องมาผสมโรงมั่วไปด้วย

เมื่อได้ยินฝ่ายพันธมิตรครางฮึ่มๆ ว่า ถ้าขืนบรรดาผู้ทรงถ่อยทั้งหลาย ไม่ฟังเสียงประชาชน จะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญหัวชนฝา ชนิดแตกเป็นแตกเย็บเป็นเย็บนั้น  รับรองได้นองเลือด จากทีมงานตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊งแน่ๆ

โหรต่องแต่งก็เลยทำนายสวนเปรี้ยงออกไปทันที  ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญนั่นแหละจะนองเลือด  เอ้า...มั่วกันเข้าไป มั่วกันให้สะใจ

ส่วนขี้ครอกฝั่งธนฯ พอเห็นลูกพี่ขี้ข้ากรุงเทพฯ ด่าอาจารย์ธีรยุทธไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา ก็เต้นก๋าออกมาผสมโรงมั่วทันที โดยไล่ธีรยุทธกลับไปดูสารรูปตัวเองเสียบ้าง

นี่แหละ ความมั่วไร้ขีดจำกัด มั่วจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ใครมีหน้าที่อะไร

หรือเป็นเพราะว่า...ที่มั่วๆ ทั้งหลายนั้น เพราะได้แทะเล็มเศษเนื้อเศษข้าวที่เขาแอบหยิบยื่นให้ ประสาทาสผู้ซื่อสัตย์ จึงต้องมั่ว เพื่อให้ได้กินเศษเนื้อคำต่อไป จากใครบางคนที่โฉบไปเฉี่ยวมาอยู่ใกล้ๆ คอกนั่นเอง

สงสัยจะเอวังเสียแล้วประเทศไทย..๐                                            

โดย รณบุตร

 

กลับไปที่ www.oknation.net