วันที่ พุธ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดนตรี กวี ศิลป์ ของใคร ?



ว่าจะไม่เขียนถึงรายการดนตรี กวี ศิลป์ ของช่อง Thai PBS แล้ว เพราะเห็นว่าเพิ่งเริ่มทำงาน เริ่มต้นออกอากาศครั้งแรกด้วยงานของอาจารย์เนาวรัตน์ก็ดูดีอยู่มาก แต่เท่าที่สังเกตมาหลังๆ นี่ รู้สึกว่าสิ่งที่รายการนี้ทำมันกลายเป็นเหมือนการยัดเยียดรสนิยมบางอย่างให้คนดูเข้าไปทุกทีๆ และรสนิยมที่ว่านี่มันก็ดูเหมือนจะเป็นแค่รสนิยมของบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งก็คืออาการ nostalgia โหยหาอดีตของชนชั้นกลางสูงอายุชาวกรุงเท่านั้น สุนทราภรณ์เอย จรัล มโนเพชรเอย แล้วก็อะไรต่อมิอะไร

ก็เอาเถิด เชิญคร่ำครวญด้วยบทเพลงช้าเนิบหรือจะเริงลีลาศกันแบบลืมโลกยังไงก็ว่ากันไป แต่ครั้งหลังสุดที่รับได้ยากจริงๆ ก็คือการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ผิดๆ ให้กับสังคมไทย ด้วยการประกาศว่ารายการวันนี้ว่าด้วยเพลงคลาสสิค แล้วคุณเธอก็จับเอาวงออร์เคสตร้ามาบรรเลงเพลง pop เก่าๆ บ้างละ เพลงของวงไหมไทยบ้างละ (อาจารย์ดนูแกคงจะงงๆ ที่งานของไหมไทยถูกเรียกว่าเป็นดนตรีคลาสสิค) แล้วยังมีเพลง pop สุดโรแมนติคจากหนังไททานิคเข้าไปอีก

ก็พวกนั้นน่ะมันคือเพลง pop ทั้งนั้น! (หรือทางการหน่อยเขาเรียกกันว่าดนตรีสมัยนิยม) คนทั่วโลกฟังแล้วไม่มีใครหรอกที่จะสะเออะเรียกเพลงเหล่านี้ว่าเป็นเพลงคลาสสิค การนำวงออร์เคสตร้ามาเล่นไม่ได้หมายความว่านั่นคือคลาสสิคที่ตรงไหนเลย เพราะวงออร์เคสตร้ามันเล่นดนตรีได้หลายแนว ไปเล่นเพลงลูกทุ่งก็ได้ ไปเล่นเพลงร็อคก็ได้ เล่นได้หมดทุกแนวแหละ วงก็ส่วนวง ดนตรีก็ส่วนดนตรี มันไม่เกี่ยวกัน อย่าทำให้ประชาชนเขาเข้าใจผิด!

เพลงในรายการวันนี้ (๘ เมษา ช่วงสายๆ) ที่ผมดูๆ แล้วมีเป็นเพลงคลาสสิคจริงๆ อยู่แค่ตรงที่หนูนักเชลโลออกมาสี Cello Concerto ของ Haydn เท่านั้นเอง เพราะเพลงคลาสสิคตามความเข้าใจที่เป็นสากล ที่ทั่วโลกเขายอมรับ ก็คือหมายถึงงานประพันธ์ของนักประพันธ์แบบนี้ คือเป็นเพลงที่มีความซับซ้อนในรูปแบบ มีโครงสร้างการประสานเสียงที่ไม่ง่าย ไม่เป็น pattern แบบเพลง pop มีระบบระเบียบอีกอย่างหนึ่ง นี่พูดแบบรวมๆ กว้างๆ เลยนะ เพราะคำว่าดนตรีคลาสสิคนี่มันเป็นแค่คำที่เรียกดนตรีประเภทนี้แบบรวมๆ เท่านั้น ในดนตรีคลาสสิคเองมันก็ยังแบ่งไปได้อีกหลายยุคหลายสไตล์ เช่นยุคบาโรค ยุคโรแมนติค จนถึงดนตรีคลาสสิคร่วมสมัยก็มี ถ้าอยากรู้ลองค้นข้อมูลทาง internet ก็น่าจะเจออะไรเยอะ และน่าจะมีตัวอย่างให้ลองฟังด้วย จะดีกว่าอ่านตัวหนังสือเปล่าๆ แบบนี้ เพราะเรื่องแบบนี้มันต้องลองฟังกับหูตัวเองถึงจะทราบความแตกต่างได้

เอารสนิยมส่วนตัวของชนชั้นกลางมายัดให้คนทั้งประเทศดูมันก็แย่พอแล้ว นี่ยังจะสร้างองค์ความรู้ที่ผิดๆ ให้กับสังคมอีก ขอวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเหนื่อยหน่ายยิ่ง แต่ก็ยังไม่หมดหวังนะครับ เพราะเชื่อว่าคนทำก็ตั้งใจดี แต่ขอร้องว่าให้แม่นเรื่องข้อมูล และก็พยายามลดอารมณ์เปลี่ยวเหงาแบบ nostalgia ลงไปบ้างเสียเถิด พระคุณท่าน...

โดย insanetheater

 

กลับไปที่ www.oknation.net