วันที่ พุธ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับคบเพลิงโอลิมปิก


สัญญลักษณ์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกคือ"คบเพลิง"...มีตำนานกรีก        โบราณว่า ไฟคือสิ่งศักด์สิทธ์ ที่Prometheus หรือ Titan เทพเจ้ากรีก ผู้เป็นลูกครึ่งมนุษย์กับเทพ และเป็นลูกพี่ลูกน้องของซูส (เจ้าแห่งทวยเทพกรีก ) ขโมยมาจากเทือกเขาโอลิมปุส มาให้มนุษย์ได้ใช้ เพราะสงสารมนุษย์ที่ต้องหนาวและหิว 

ความเสียสละของเขาทำให้มนุษย์มีไฟใช้ แต่เขาถูกลงโทษ ถูกจับมัดกับหิน มีนกอินทรีมาฆ่าและกินตับทุกวัน พอรุ่งเช้าเขาฟื้นกลับมาให้ถูกนกอินทรีฆ่าและกินตับ วนเวียนทรมาณอยู่แบบนั้น แบบภาพในแสตมป์ข้างบน

The Olympic torch for the Beijing Games

หลายคนคงได้เห็นภาพคบเพลิงโอลิมปิคปี 2008 ที่กรุงปักกิ่งแล้ว เป็นคบเพลิงสีแดงที่ออกแบบโดยบริษัท ลีโนโว บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อันดับ 1 ของจีน ภายใต้แนวคิดว่า"เมฆแห่งคำมั่นสัญญา"ได้แรงบันดาลใจจากรูปลักษณ์ของม้วนสาส์นของจีนสมัยโบราณ ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายการผสานมือ 2 ข้างเข้ามาหากัน...คบเพลิงนี้สูง 72 ซม. หนักเกือบ 1 กิโลกรัม ทำจากอลูมิเนียม ใช้เชื้อเพลิงเป็นโพรเพน ทนลมแรงถึงระดับ 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอยู่กลางสายฝนได้ในระดับที่ฝนตกไม่เกิน 50 มม./ชั่วโมง

ทุกปีที่มีการแข่งขัน จะมีการจุดไฟขึ้นจากแสงอาทิตย์ โดยใช้กระจก ฝีมือสาวงามในชุดกรีกโบราณ ที่วิหารเทพีเฮร่า ศรีภริยาของซูส บนยอดเขาโอลิมเปีย ..ปีนี้ ไฟถูกจุดเมื่อ 24 มีนาคม ที่วิหารเฮร่า เครื่องบินแอร์บัส ซึ่งมีสัญลักษณ์ไฟโอลิมปิค ใช้เวลา 9 ชั่วโมง นำไฟเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ในรูปของตะเกียง 2 ดวงที่แขวนไว้บนผนังห้องผู้โดยสารก่อนที่เที่ยวบินที่ CA 2008 ของเครื่องบินแอร์บัส  A330 ของสายการบิน Air China นำไฟจากกรีซ เดินทางถึงสนามบินในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อ 31 มีนาคม และวันรุ่งขึ้น คือ 1 เมษายน เป็นวันเริ่มกระบวนการวิ่งผลัด เพื่อส่งต่อคบเพลิงไปทั่วโลกโดยใช้เวลานาน 130 วันMap

สำหรับปีนี้ คบเพลิงมีแผนเดินทางไกลที่สุดที่เคยมีมา ....จุดเริ่มต้นของการวิ่งผลัดส่งคบเพลิง หรือเรียกสั้นๆว่าวิ่งคบเพลิง คือเมืองอัลมาตี้ของคาซัคสถาน สรุปแล้วจะผ่านเมืองใหญ่ 135 เมืองใน 20ประเทศ ( รวมทั้งไทยในวันที่ 18 เมษายน)รวมระยะทาง 137,000 กิโลเมตร ใช้คนวิ่งคบเพลิงรวม21,880 คน และไฟจะย้อนกลับไปที่จีน ที่สนามกีฬากรุงปักกิ่งซึ่งใช้จัดพิธีเปิดใน 8 สิงหาคม

ตามประเพณีนั้น จะต้องรักษาให้ไฟลุกอยู่ตลอดช่วงของการวิ่งคบเพลิง เมื่อไฟเดินทางกลับไปถึงประเทศเจ้าภาพ จะมีผู้ถือคบเพลิงคนสุดท้าย (ชื่อจะถูกปิดเป็นความลับจนถึงนาทีสุดท้ายแต่ชื่อตัวเก็งในปีนี้ คือไม่ เหยา หมิง นักบาสคนดังของ NBA ก็เป็น หลิว เจียง แชมป์โลกแชมป์วิ่ง 110 เมตรเหรียญทองโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ )

คนๆนั้นจะนำไฟไปจุดกระถางไฟโอลิมปิก ณ สนามกีฬาซึ่งใช้จัดพิธีเปิดการแข่งขัน ไฟจะลุกโชติช่วงตลอดการแข่งขัน จะดับต่อเมื่อเสร็จสิ้นพิธีปิดการแข่งขันแล้ว

มีคนตั้งข้อสงสัยว่า ประเพณีวิ่งคบเพลิงมีมาตั้งแต่กรีกโบราณหรือเปล่า ...คำตอบคือไม่ใช่ สมัยนั้นมีแต่การวิ่งแข่ง ( Frame Race ) ในกรุงเอเธนส์ ผู้วิ่งแต่ละคนจะถือคบเพลิง ผู้ชนะคือคนแรกที่วิ่งไปถึงแท่นบูชาเทพีเฮร่า เขาจะได้รับเกียรติเป็นผู้จุดคบเพลิงขึ้นใหม่ ไฟจะลุกโชติช่วงตลอดการแข่งขัน อยู่บนแท่นบูชาของอาคารซึ่งจะใช้จัดงานฉลองหลังจบการแข่งขัน

สำหรับโอลิมปิกยุคใหม่ เริ่มมีการใช้"ไฟโอลิมปิก" ที่กรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2471.... 8 ปีหลังจากนั้น จึงเริ่มมีการวิ่งคบเพลิงครั้งแรกที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี นับจากนั้นมา การวิ่งคบเพลิงแบบนี้ก็กลายเป็นสัญญลักษ์ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างชาติต่างๆ แต่การวิ่งคบเพลิงในปีนี้มีปัญหา เพราะจีนปราบปรามนองเลือดต่อผู้ประท้วงในทิเบต ทำให้เริ่มมีผู้สนับสนุนชาวทิเบตตามติดก่อกวนการวิ่งคบเพลิงไปตลอดทาง

ไม่มีการประท้วงรุนแรงที่นครใหญ่ 3 เมืองแรกที่คบเพลิงไปเยือน คือนครอัลมาตี้ของคาซัคสถาน,นครอิสตันบูลของตุรกี และนครเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย แต่การประท้วงใหญ่เริ่มที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ (5 เม.ย.), กับที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส(6 เม.ย.) และที่นครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ (8 เม.ย.) ฯลฯ ....

การวิ่งคบเพลิงส่วนใหญ่เป็นการวิ่งด้วยเท้า แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลากหลายวิธีถูกนำมาช้ รวมทั้ง ใช้เลื่อนลากโดยสุนัข ม้า เรือแคนู และอูฐ สำหรับปีนี้นั้น ตอนอยู่ที่ลอนดอน มีการใช้เรือ 2 ลำ, จักรยาน 1 คัน รถบัส 1 คัน และรถไฟสาย Docklands Light ด้วย ส่วนที่ฝรั่งเศสมีการประท้วงหนัก ทำให้ต้องดับไฟที่คบเพลิงหลายครั้ง จนในที่สุด นักวิ่งยอมแพ้ ต้องเปลี่ยนไปวิ่งคบเพลิงด้วยรถบัส ตลอดเส้นทางในฝรั่งเศส ฯลฯ

หลายคนตั้งคำถามว่า การดับไฟที่คบเพลิงเมื่อมีการประท้วง หมายความว่า ไฟโอลิมปิกได้ถูกดับไปแล้วหรือ คำตอบคือไม่ใช่ ไฟโอลิมปิกไม่ได้จุดไว้ดวงเดียว หลังทำพิธีจุดไฟที่วิหารเฮร่า เครื่องบินแอร์บัส ซึ่งมีสัญลักษณ์ไฟโอลิมปิค ใช้เวลา 9 ชั่วโมง นำไฟเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ในรูปของตะเกียง 2 ดวงที่แขวนไว้บนผนังห้องผู้โดยสาร

หลังจากจุดไฟโอลิมปิกแล้ว ไฟได้รับการดูแลรักษาอย่างดีโดยทีมเจ้าหน้าที่ 10 คน หรือ Torch Attendants ซึ่งเป็น รปภ.ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วจีน ข่าวบอกว่าพวกเขาผ่านการฝึกมาดี มีความพร้อมทั้งร่างกาย รู้ทั้งภาษาและธรรมเนียมของชาติอื่นๆ รวมทั้งรู้เทคนิคป้องกันไม่ให้ไฟดับ (พวกนี้คือหนุ่มๆในชุดวอร์มสีฟ้าขาว) มีเสียงนินทาว่า พวกเขาทั้งโหดและไม่รู้ภาษาอังกฤษ แต่เรา  ว่า รปภ.จำเป็นต้องมีบุคลิกเฉยเมย ดูดุเพื่อให้ผู้ประท้วงกลัว ไม่กล้าตอแย และการทำเป็นไม่เข้าใจภาษาคนไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไร ก็เป็นคุณสมบัติที่ดีอย่างหนึ่ง เวลาคุณต้องผจญกับผู้ประท้วงจอมตื้อ

Former tennis player Tim Henman carries the torch in London, 06/04

พวกเขายังเป็นส่วนหนึ่งของทีมเจ้าหน้าที่มากกว่า 30 คน ที่เข้าร่วมวิ่งคบเพลิงด้วย ....พวกนี้ต้องอยู่ในทีมวิ่ง เพราะต้องดูแลทั้งไฟโอลิมปิกและคุ้มกันนักวิ่ง โดยจะวิ่งกันวันละ 40-50 กิโลเมตร

ไฟโอลิมปิกจะจุดอยู่ใน 2 ลักษณะ คือที่คบเพลิง ( Torch) กับที่เป็นไฟตะเกียง (Lantern) เวลากลางวัน เรามักเห็นไฟในรูปอยู่บนคบเพลิง แต่เมื่อตกกลางคืน หรือเวลาเดินทางบนเครื่องบิน ซึ่งเขาห้ามจุดไฟในที่แจ้ง ก็ต้องดับไฟที่คบเพลิง แต่จะยังมีไฟลุกสว่างตลอดเวลาในตะเกียง

ในเวลากลางคืน ที่ต้องนำไฟเข้าพักตามโรงแรมต่างๆ ไฟจะถูกนำไปไว้ในห้องพักเดี่ยวของโรงแรม และได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มีคนเฝ้า 3 คน ในจำนวนต้องมีคนหนึ่งที่ตื่นอยู่ตลอดเวลา และเวลาวิ่งคบเพลิงตามท้องถนน จะมีรถมากกว่า 20 คันที่ประเทศนั้นๆเป็นฝ่ายจัดหามาให้ คอยคุ้มกันเป็นขบวนแบบภาพล่าง

Convoy for Olympic torch

ที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ต้องมีการดัดแปลงคบเพลิงให้เหมาะกับสภาพการณ์ เช่น ตอนที่นำคบเพลิงผ่านแนวประการังGreat Barrier Reef ของออสเตรเลีย ต้องออกแบบให้คบเพลิงลุกไหม้ได้แม้อยู่ใต้น้ำ

ในอดีตเคยมีบางครั้งที่เกิดเหตุคบเพลิงดับโดยไม่ได้ตั้งใจ...เมื่อปี 2547 คบเพลิงเกิดดับที่สนามกีฬาในกรุงเอเธนส์ ตอนเริ่มการวิ่งคบเพลิง แต่ถึงไฟดับก็จุดใหม่ได้โดยจุดจากตะเกียงที่เตรียมไว้ เมื่อปี 2509 ก็เคยเกิดเหตุเพลิงดับ หลังพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกที่มอนทรีออล หลังไฟดับ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบคว้าไฟแช๊คมาจุดไฟขึ้นใหม่ เลยต้องดับไฟอีกครั้งเพราะนั่นไม่ใช่ไฟโอลิมปิก ต้องจุดใหม่อีกครั้งโดยใช้ตะเกียงที่เป็นไฟโอลิมปิกของแท้ .....

การประท้วงหนัก ทำให้มีข่าวว่าทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือไอโอซี กำลังคิดจะพิจารณาทบทวนว่าสมควรจะมีการวิ่งคบเพลิงต่อไปหรือไม่ ทั้งสำหรับปีนี้และในอนาคต

โดย ThelastKGB

 

กลับไปที่ www.oknation.net