วันที่ พุธ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ระบบ แอดมิชชั่น กับอนาคตของเยาวชนไทย


                                                 หนังสือ  ความห่วงใยอนาคตของบ้านเมือง

                         51   หมู่ที่    17       ถนน  บางนาตราด กม.10              ตำบล/แขวง   บางพลี   อำเภอ/เขต   บางพลี              จังหวัด    สมุทรปราการ      รหัสไปรษณีย์     10540    โทรศัพท์  0868810408        

                    วันที่         8   เดือน   เมษายน     ..      2550

 กราบเรียน คณะกรรมการกฤษฎีกา

สำเนา กราบเรียน  ท่านองคมนตรี   สื่อมวลชน   ท่านที่รักชาติจริง ด้วยความบริสุทธิใจทุกท่าน  

จากกฎหมาย พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ที่ตราขึ้น ตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ          2540     ประกอบกับ มาตรา 3/1 และ มาตรา 71/10 (5) แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545

 

       

                     ข้าพเจ้า   พันโทแพทย์หญิง  กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี     ในฐานะประชาชนที่มีความห่วงใย ความเป็นไปของประเทศชาติ       ข้าพเจ้าใคร่ขออนุญาต ส่ง ข้อมูลการจัดการศึกษาชาติ  ที่อยากจะขอร้องให้ท่านได้โปรดหาทาง ช่วยเหลือเยาวชน   อนาคตของชาติ                ในดูผลโหวต  เร็วๆนี้   มีค 2551    จากเวบไซด์ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ จะพบว่า ไม่เห็นด้วยเกือบ 90 %  เอกสารแนบในเรื่องการประกาศเกณฑ์แอดมิชชั่น มีความผิดไม่เป็นไปตามกฎหมาย หลายประการ ร่วมทั้งหลักวิชาการและผลการวิจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม   ดังนี้

 

  จากการจัดการศึกษา   ซึ่งคือรากฐานที่แท้จริงในการแก้ปัญหาชาติ     ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่      ได้วางระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้รร. กวดวิชาได้เงินมหาศาล   (ปี 50  เงินกวดวิชา กว่า 6000  ล้านบาท   เอกสารแนบ.............. )        

                         และมีผลการประเมิน      ผลวิจัยของกลุ่มคณะวิทยาศาสตร์ แห่งประเทศไทยที่พบว่า   จากการประกาศใช้ระบบแอดมิชชั่นมีผลกระทบ   ทำให้เด็กมีคุณภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยลดลง       ได้เด็กไม่ตรงคณะ มากขึ้น   อัตราการ สอบไม่ผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ ในนิสิตปีหนึ่ง  เพิ่มมาก         พื้นฐานความรู้วิทยาศาสตร์ลดลง ทุกคณะ มากกว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบเอ็น ทร้านซ์     ศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยเทียบกับนานาชาติ 58 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ   48 

  และ เอกสาร  ผลวิจัยของดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน   ที่พบว่า เด็กลาออกกลางคันในระบบแอดมิชชั่นมากกว่า ระบบเอ็นทร้านซ์   ความเสียหายกระทบสาธารณะ     เช่น                อัตราการหยุดเรียน  วิชาฟิสิกซ์ของเด็กปี 1  คณะวิทยาศาสตร์    จากการคัดเลือกโดยระบบ แอดมิชชั่น เมื่อปี    พศ .2549    เพิ่มจากเดิมเป็นสอง ถึง สี่เท่า   เพราะเรียนไมไหว       เช่น  จาก เด็กปีหนึ่งที่มาจาก ระบบ เอ็นทร้าน ซ์    ปี 2548  คณะวิศวะกรรมศาสตร์  ถอนวิชาฟิสิคซ์ 41   คน     เด็กจากระบบแอดมิชชั่น ปี  2549 ถอนวิชาฟิสิคซ์ 151   คน     เด็กปีหนึ่งที่มาจาก ระบบ เอ็นทร้าน ซ์    คณะ วิทยาศาสตร์  ปี 2548  ถอนวิชาฟิสิคซ์  จำนวน  189  คน   เด็กจากระบบแอดมิชชั่น ปี  2549     ถอนวิชาฟิสิคซ์ จำนวน  286   คน   เอกสารแนบ ...   .

                ซึ่งยิ่งทำให้เสียหาย  แก่ภาษี  และงบประมาณแผ่นดิน รวมทั้ง  เป็นการปิดกั้นโอกาสของผู้อื่นที่อยากจะมาเรียนในคณะเหล่านี้    การสูญเสียงบประมาณแผ่นดิน เมื่อได้รับเด็กไม่ตรงกับความสามารถที่เด็กมี   

 

                 รวมทั้ง  ที่มาของระบบแอดมิชชั่น  มีความผิดตามกฎหมาย หลายฉบับ หลายมาตรา คือ 

 1  รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย  ปี 2550     มาตรา 51  มาตรา58   ขาดการมีสวนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจาหน้าที่ ของรัฐในการปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผลหรืออาจมีผลกระทบตอสิทธิและเสรีภาพของตน

 มาตรา71    ไม่ได้รักษาผลประโยชน์ของชาติ และไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย         

มาตรา  74  ไม่ได้ดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายเพื่อรักษา ประโยชน    สวนรวม           

  มาตรา   78     ( 5)    ไม่ได้การจัดระบบงานราชการ  โดยคํานึงถึงวนรวมของประชาชน 

มาตรา 81    (1)(2)   มาตรา87    (1)  (2)  

           และตามรัฐธรรมนูญ พศ 2540  มาตรา  43  ที่กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา   มาตราท 53   80 ที่กำหนดให้คุ้มครองสิทธิเด็ก    มาตรา    58  59   60   76   214   เรื่องการมีส่วนร่วม     การพิจารณ์    สิทธิในการรับรู้ข่าวสาร

 

 2  พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.. 2546 มาตรา  22   มาตรา 26  (1) (7) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง     ให้เด็ก กระทำการใด  เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก เช่นการกำหนดเกณฑ์ในระบบแอดมิชชั่นทำให้ผู้ปกครองและเด็ก  ต้องจ่ายค่ากวดวิชามากขึ้น  โรงเรียนกวดวิชาได้กำไรมากขึ้น ปีที่ผ่านมา ปี 2550 รายได้จากการกวดวิชาสูง ถึง หกพันล้านบาท     แต่ศักยภาพเด็กกลับลดลง

 

3 กฎกระทรวงพ.. 2549   กําหนดแนวทางการพิจารณาวาการกระทําใดเป็นไปเพื่อประโยชนสูงสุดของเด็ก  หรือเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอเด็ก

  รัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ได้ออกกฎกระทรวงไว  ดังต่อไปนี้

    1 การกระทําเพื่อประโยชนสูงสุดของเด็ก ใหพิจารณาตามแนวทาง ดังตอไปนี้

(1) ลักษณะเฉพาะตัวของเด็กแตละคน

(2) ความเหมาะสม ความตองการ และความจําเปนของเด็ก

(4) ประโยชนที่เด็กจะไดรับในดานรางกาย สุขภาพอนามัย การเจริญเติบโต การออกกําลังกาย

การสงเสริมสุขภาพ การปองกันโรค การรักษาพยาบาล การฟนฟูสภาพอยางเหมาะสม การพักผอน

และนันทนาการ

(5) ประโยชนที่เด็กจะไดรับในดานการพัฒนาทางสติปญญา โดยใหเด็กไดมีโอกาสเรียนรู

จากประสบการณจริง การทดลองปฏิบัติ ตามความเหมาะสม และการไดรับขอมูลสารสนเทศ

ที่เหมาะสมจากแหลงตาง ๆ

  (7) ประโยชนที่ เด็ กจะไดรับในดานการศึกษา โดยไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐานอยางตอเนื่อง

ไมหยุดชะงัก และเปนการศึกษาตามความสามารถของเด็ก  

(9) ประโยชนที่เด็กจะไดรับในดานการเตรียมความพรอม เพื่อการประกอบอาชีพที่เหมาะสม

กับความถนัด ความสามารถ เพศ และวัย          แต่หลักสูตรการศึกาษขั้นพื้นฐาน บังคับให้เด็กต้องเรียนทุกวิชาซ้ำๆทุกปี ทำให้ผู้ฟ้องคดี    ไม่สามารถได้รับการศึกาษตามความสามารถและสนใจของเขาได้ เพราะต้องเสียเวลามาเรียนในวิชาที่ไม่ถนัด ไม่ชอบ

 (13) การคุมครองเด็กใหนจากการแสวงหาประโยชนโดยมิชอบในทางเศรษฐกิจ และการทํางาน

หรือกิจการใดที่นาจะเปนการเสี่ยงอันตราย เปนอันตรายตอสุขภาพ  หรือเปนการขัดขวางการศึกษาของเด็ก   หรือขัดขวางการพัฒนาทางรางกาย สมอง จิตใจ ศีลธรรม และสังคมของเด็ก

 (17) การเปดโอกาสใหเด็กมีสวนรวมในการใชอํานาจหนาที่และการปฏิบัติที่มีผลกระทบตอเด็ก

 

   2 การปฏิบัติตอเด็กไมากรณีใดโดยไมเทาเทียมกั น เพราะเหตุความแตกตางในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิ ดเห็นทางการเมื อง ถือเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอเด็ก

การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอเด็ก หมายความรวมถึ ง การปฏิบัติใด ๆ ตอเด็กที่แมจะใช    หลักเกณฑเดียวกันกับบุคคลอื่น  และผูปฏิบัติไมไดมีเจตนาเลือกปฏิบัติ หรือเจตนากลั่นแกลงผูไดรั บผลรายหรือผลกระทบก็ตาม    แตมีผลทําใหเกิดความแตกตางกันตอเด็กบางคนหรื อบางกลุมอยาง         ชัดเจน เพราะเหตุตามวรรคหนึ่ง  เช่นการใช้ระบบแอดมิชชั่นที่ให้เด็กสอบ ONET เพียงครั้งเดียว

 

 4   พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด     ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

มาตรา 4  ในพระราชบัญญัตินี้  เจ้าหน้าที่ หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือ ผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด 
 การกระทำละเมิด (ป.พ.พ.มาตรา 420)

                 1. กระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ

                 2. ต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย

                 3. ทำให้เขาเสียหายถึงแก่ ชีวิต  ร่างกาย     อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิ

 

5  กฎหมาย   พรบ.  การศึกษา พศ 254 2    และแก้ไข   2545  

   มาตรา 6  การจัดการศึกษา ต้องเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  ทั้งร่างกาย จิตใจ  สติปัญญา  ความรู้    มาตรา 8, 9การจัดการศึกษาต้องให้สังคม   บุคคล ครอบครัว ชุมชน  ฯลฯ   มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา     มาตราที่ 22      การจัดการศึกษา ต้องยึดหลักว่า ผู้เรียน สำคัญสุดที่สุด  กระบวนการจัดการศึกษา  ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ           

 มาตรา 24  (1)การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษา และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน  โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล   

 มาตรา 28 (2)  หลักสูตรการศึกษา ดับต่างๆ ต้องมีลักษณะหลากหลาย ทั้งนี้ ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ    

ที่ท่านเห็นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจดหมาย.......ท่านคิดอย่างไร ?เกี่ยวกับเรื่องนี้

โดย จงเจริญ

 

กลับไปที่ www.oknation.net