วันที่ ศุกร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๓


๓.วาตามูติยา

        ริงการูมา  เป็นชื่อเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาชื่อเดียวกับเมือง  มีประประชากรอยู่ไม่เกิน 300 คน ตั้งบ้านเรือนอยู่กระจัดกระจายตามเนินดินในทุ่งหญ้าเขียวกว้างใหญ่ในหุบเขา  ทั้งหมดมีอาชีพทำฟาร์มเลี้ยงแกะ และ โคเนื้อ นม 

         อลันพาสายคำแยกออกจากครอบครัวของพ่อแม่มาซื้อบ้านใหม่ที่ตั้งอยู่บนเชิงภูเขาสูง  เป็นบ้านฟาร์มเดิมที่เจ้าของเดิมกลับไปอยู่อังกฤษแล้ว

          มันเป็นเหมือนปราสาทในความฝันที่สายคำนึกว่าจะมีแค่ในนิทานเท่านั้น  ไม่นึกว่าเธอกับลูกจะได้เป็นเจ้าของมันในชีวิตจริง ๆ   ตัวบ้านรูปทรงประหลาดปลูกแทรกซอนอยู่ในหมู่ไม้  บนพื้นดินที่ขรุขระลดหลั่นสูงตำ  และถูกปรับใช้งานได้อย่างกลมกลืนและสวยงามราวกับเนรมิต

          โรงรถและลานจอดเฮลิคอปเตอร์ตั้งอยู่บนเนินกว้างด้านทิศเหนือติดภูเขากับซึ่งถูกระเบิดปรับพื้นผิวให้เรียบใช้งานด้านหน้าผา      ซึ่งตรงกันข้ามกับทิศใต้ที่เป็นส่วนหน้าบ้านมีถนนไต่เลียบวกวนขึ้นมาเข้าสู่สวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่บานสะพรั่งหลังฤดูหนาว 

             ศาลาหกเหลี่ยมสร้างด้วยไม้ซุงเป็นท่อน ๆ ตั้งอยู่เยื้อง ๆ ประตูทางเข้า  เป็นส่วนที่สายคำชอบที่สุดในบ้านแห่งนี้  ในเวลาว่างงานซึ่งมีอยู่ไม่มากนักในแต่ละวันสายคำชอบมานั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่นี่  ส่งสายตาลงไปด้านหุบเขา  มองทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตา  ฝูงแกะตัวสีขาว ๆ มองเห็นวิบ ๆ เหมือนก้อนสำลีปลิวกระจัดกระจายในผืนพรมสีเขียว  ไกลออกไปสุดขอบฟ้า คือ  เทือกเขา ริงการูมา  ที่ทอดนอนเหยียดยาว สงบ นิ่ง อยู่ชั่วนาตาปี  มีภูเขาเล็กใหญ่สลับซับซ้อนสายคำเคยนึกถึงคำโบราณอีสานที่ว่า

                   "ภูเขาซ้อนซอนกันเป็นเกล็ดหลิ่น"

            พืดเขาเหล่านี้เป็นต้นกำเหนิดแห่งสายน้ำ ลำธารเล็กใหญ่ที่ไหลลงรวมกันเป็นแม่น้ำ ริงการูมา  อันคดเคี้ยวซอกซอนออกมาสู่ทุ่งหญ้าแล้วมุ่งหน้าสู่ทะเล  ที่อ่าว ริงการูมา  และกลายเป็นท่าเรือ ดาล์ริมเพิล  ก่อนเปลี่ยนเป็นท่าเรือ จอร์จ ทาวน์ ในปัจจุบัน

           ท่าเรือนี้เองที่นำคนขาวก้าวย่างเข้ามาสู่ดินแดนนี้เมื่อกว่าสองร้อยปีก่อน  หลังจากคนดำชาวเผ่ามาถึงแล้วกว่าสองหมื่นปี

           "ชาวเผ่าริงการูมา  ที่อาศัยในดินแดนตะวันออกเฉียงเหนือของทัสมาเนีย เป็นพวกที่อาศัยอยู่กลมกลืนกับธรรมชาติและผืนดิน  สืบทอดวัฒธรรมแห่งป่าดงมาหลายชั่วอายุคนแต่ต้องมาดับสูญลงในเวลาเพียงไม่กี่สิบปี หลังจากผู้หญิงคนแรกของเผ่าถูกส่งไปแลกกับหมา"

         เสียงดอลลี่ดังอยู่แว่ว ๆ เศร้าสร้อย และน้อยใจ  ขณะสายคำทอดสายตาออกไปจากหน้าต่างกระจก  มองภูเขาที่ทอดยาวเขียวครึ้มกลมกลืนกลับผืนฟ้าจินตนาการไปกับเรื่องที่ดอลลี่เล่าจนคล้ายกับมองเห็นผู้คนตัวเล็ก ๆ ผิวคล้ำ ๆ เปลือยกายไล่ล่าแกงการูอยู่อย่างสนุกสนานเหมือนตัวหุ่นที่ถูกเชิดบนฉากใหญ่

        "เธอต้องช่วยฉันนะสายคำ  ช่วยฉัน ช่วยแม่ของฉัน วาตามูติยา..."

เสียงนั้นย้ำเตือน  และขาดหายไปเมื่อมีเสียงรถยนต์  เสียงผู้คนดังขึ้นที่ถนนหน้าบ้าน  สายคำเก็บหอยมุกตลับดอลลี่เข้าไว้ในกระเป๋าถือประจำตัว

        "แม่อยู่ไหนครับ"

         บอล  หรือ บัณฑิต  ลูกชายคนเล็กของเธอที่ตามมาอยู่ด้วยกันนั่นเอง  รถโรงเรียนมาส่งเขาที่หน้าบ้าน  ก่อนวกวนไปส่งเด็กอื่น ๆ ในบ้านฟาร์มตามหุบเขา  เด็กหนุ่มตะโกนหาแม่ก่อนสิ่งอื่นใด ในทุกครั้งที่กลับมาจากโรงเรียน  ดูเหมือนสองแม่ลูกจะมีเพียงกันและกันเท่านั้นในโลกอันเวิ้งว้างห่างไกลหนองหานนี้

        "แม่อยู่นี่จ๊ะ  ไปกินอาหารว่างที่โต๊ะเลย แม่จัดไว้แล้ว"

        ฉันจะพยายามจ๊ะ ดอลลี่  ...  สายคำลดเสียงลง พูดกับตลับดอลลี่ เป็นการให้สัญญา  ก่อนหิ้วกระเป๋าเดินลงจากศาลา ตามหลังลูกชายเข้าไปในบ้าน

         เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นระหว่างคนคนหนึ่ง กับวิญญาณดวงหนึ่งที่ไร้ตัวตน  แต่เรื่องราวของเธอที่หลั่งไหลให้ฟังยามมีโอกาสทำให้คนผู้มีทั้งร่างกายและจิตวิญญาณถือเป็นพันธะเหนียวแน่นที่ต้องกระทำตามสัญญา

         สายคำเคยฝ่าฟันมาแล้วมากมายในชีวิต  ลำบากและยากเย็นแสนเข็ญไม่เคยย่อท้อ  ก็ผู้หญิงแห่งเผ่าพันธุ์ของเธอเคยต่อสู้มาแล้ว ข้ามน้ำ ข้ามภูเขา มาแล้วจากแดนแกวสู่เมืองอีสานริมฝั่งหนองหานแต่รุ่นปู่ย่าตายาย จนลงหลักปักมั่น  มาถึงรุ่นเธอก็ข้ามน้ำข้ามฟ้ามาถึงเกาะแห่งโลกใต้นี้ได้  ไม่เคยหวั่นเกรงใด ๆ

       แต่พันธะแห่งสัญญาครานี้มีสายคำเท่านั้นที่รับรู้ 

        ลูกสาวของ"วาตามูติยา"  ผู้หญิงที่มีชีวิตอยู่เมื่อสองร้อยปีมาแล้ว  ต้องการให้สายคำช่วยเหลือ เพื่อตามหาร่าง หรือชิ้นส่วนของร่างของแม่  ซึ่งร่างของผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นจะถูกฝังอยู่ที่ใดในผืนแผ่นดินทัสมาเนียที่กว้างใหญ่พอ ๆ กับภาคอีสานของไทยนี้ก็ยังมืดแปดด้าน  และยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยราบรอบอยู่อีกเป็นร้อย  และไม่แน่ว่าร่างนั้นอาจถูกนำไปกลบฝังยังแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลียก็เป็นได้  ในยุคที่ผู้คนชาวผิวขาวหิวกระหายจ้องที่จะฉกฉวยเอาทุกสิ่งจากชาวเผ่าของเธอ  แม้แต่ร่างที่ไร้วิญญาณพวกเขายังต้องการแย่งชิงเอาไปเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น

         ช่างเป็นภาระที่ใหญ่หลวงเกินกำลังนักหนา  แต่สายคำได้ให้สัญญากับดอลลี่ไว้แล้ว  จึงต้องทำให้ได้

          ในวัยเด็กสายคำเติบโตมาจากสังคมที่อบอุ่นกรุ่นกลิ่นโอบล้อมอยู่ในท่ามกลางความเชื่อที่ผสมผสานระหว่างพุทธ พราหมณ์ และภูตผีวิญญาณ สายคำจึงผูกพันเหนียวแน่นกับดอลลี่ในเวลาชั่ววินาทีที่ได้สัมผัสกับหอยมุกที่มีเส้นสายลายสวยจารึกว่า ดอลลี่ ดาล์ริมเพิล

          และตอนนี้เมื่อดอลลี่ต้องการให้สายคำช่วยแม่ของเธอ  สายคำจึงต้องทำให้ได้

         วาตามูติยา  ลูกสาวแห่งหัวหน้าเผ่าริงการูมา  ผู้ถูกพ่อของตนเองนำไปเป็นสินค้าแลกเปลี่ยน

          แลกเปลี่ยนเอาสินค้าที่มากับลำเรือของคนขาวนักล่าแมวน้ำแห่งมหาสมุทรใต้

          สินค้าที่เหมือนมาจากสรวงสวรรค์สำหรับชาวเผ่า

          สินค้าเหล่านั้นมีทั้งเสื้อ ผ้า ชา     ยาสูบ น้ำตาลทราย  อาวุธมีดขวาน  และ หมา

          หมา สัตว์สี่เท้าที่วิ่งตามเจ้าของต้อย ๆ ไปล่าตัวพอสส่อม  และ แกงการูได้  มันจึงเป็นเหมือนสัตว์ที่ถูกส่งมาจากสรวงสวรรค์  ที่ผู้ชายทั้งหลาย  รวมทั้งพ่อของ วาตามูติยา ยอมเสียผู้หญิงของตน ทั้งเมีย ๆ ลูก ๆ ที่คนขาวเจ้าของหมาต้องการไปให้เขา 

           ผู้หญิงคนหนึ่ง  แลก กับลูกหมาตัวเล็ก ๆ สักตัวก็เกินพอ  พวกเขาพอใจโดยไม่เคยนำพาต่อชะตากรรมของผู้หญิงเหล่านั้นเลย

         ผู้หญิงที่แลกมาด้วยหมา

(โปรดติดตามต่อ) 

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net