วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปาย ... วั ด ศ รี ด อ น ชั ย


April 12, 2008

 

ปาย ... วั ด ศ รี ด อ น ชั ย

 

วัดศรีดอนชัย วัดศรีดอนชัย  ตั้งอยู่บ้านสันมะนะ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบ้านธิ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอปาย ..สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๑ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๗๖–๗๗ เข้าไป ๒ กิโลเมตร

 

วัดศรีดอนชัย วัดที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน โดยประวัติตามประวัติพงศาวดาร เป็นวัดแรกของเมืองปาย (อำเภอปาย) โดยสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๑๘๕๕ โดยพะก่าหม่องขอได้นำทัพพม่ามาตั้งที่บ้านดอนแห่งนี้ พะก่าหม่องขอ จึงได้สร้างวัดนี้ขึ้นมาเป็นแห่งแรก ชื่อว่าวัดดอนจองใหม่ (หรือวัดใหญ่) โดยการสร้างครั้งแรกนั้นได้สร้างกุฎิ (หรือจองแบบไทยใหญ่) ให้เป็นที่บำเพ็ญกุศลของเหล่าทัพ และประชาชนในสมัยนั้น โดยได้นิมนต์พระพม่า ไทยใหญ่จากแสนหวี หนองฮีเมื่องปั่น ลางเคอ เมืองนาย มาจำพรรษาอบรมชาวบ้านและกองทัพในสมัยนั้น

 

จนมาถึงสมัยพะก่ากั่นนะ และพะก่าส่างกง วัดนี้ยังเป็นวัดของไทยใหญ่อยู่ ต่อมาถึงพุทธศักราช 2020 สมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองนครนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ได้มีพระราชบัญชาให้เจ้ามหาศรีไจยา หรือเจ้าศรีไจย์ ซึ่งเป็นราชบุตรของพระเจ้าเสนะภู เป็นหลานของพระเจ้าครามและเป็นเหลนของพระเจ้าเม็งรายมหาราช ได้นำช้างพลายเผือก 2 เชือก ชื่อช้างพลายเผือกเฒ่ามงคล และช้างพลายแก้วมงคล พร้อมเหล่าเสนาทหารยกทัพมาจากนครนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เพื่อมาตีเมืองแห่งนี้จากพะก่ากั่นนะและพะก่าส่างกง และได้รับชัยชนะจากการรบในครั้งนั้น

 

ก่อนที่พะก่ากั่นนะและพะก่าส่างกงจะแพ้ศึกถอยทัพ ได้สั่งให้เผาวัดวาจนมอดไหม้ไปสิ้น การศึกครั้งนั้นได้ทำให้ช้างเผือก 2 เชือกของเจ้าศรีไจยา ได้หลุดหนีเข้าป่าไป เสนาอำมาตย์ได้ออกติดตาม ได้ที่ลำห้วยแม่น้ำ และเมื่ออำมาตย์ได้มากราบทูล เจ้ามหาชีวิตศรีไจยา ก็ได้ปรารภว่า แม่น้ำนี้มีชื่อว่าแม่น้ำปาย เหตุคือเรียกชื่อตามพลาย 2 เชือก (ภาษาเมืองเหนือ ช้างพลาย เรียกกันว่า จ๊างปาย) และเมืองๆนี้จึงได้ชื่อว่า เมืองปาย ตามชื่อแม่น้ำปายมาตราบจนถึงทุกวันนี้

 

การมีชัยชนะในสงครามในครั้งนั้น พระเจ้าติโลกราชได้พระราชทานนามใหม่ให้เจ้าศรีไจยาว่า เจ้าชัยสงคราม ให้ดูแลปกครองเมืองปายสืบต่อไป พระเข้าชัยสงครามได้ให้สร้างวัดขึ้นมาใหม่ เมื่อปีพุทธศักราช 2021 โดยได้ทำการก่อสร้างวิหาร กำแพง กุฎิ เสนาสนะอื่นๆ และได้ขุดสร้างกำแพงเมือง ประตูเมือง และได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์) จากเมืองนครนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่มาประดิษฐ์ฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้ในปีนั้นด้วย พร้อมกับได้อาราธนาพระวชิรปัญญามหาเถรวัดมหาโพธาราม (เจ็ดยอด) และพระภิกษุมหาเถะ จากเมืองพะเยา เชียงราย เชียงใหม่ อีก 5 รูป มาจำพรรษาอบรมศีลธรรมให้กับชาวบ้าน วัดแห่งนี้จึงได้ชื่อใหม่ว่า “วัดศรีดอนชัย” ในปีนั้นเอง

 

คำว่า “ศรีชัย” เป็นชื่อของพระเจ้าศรีไจย์ คำว่า “ดอน” เป็นชื่อของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่เนินสูงกว่าแม่น้ำ เมื่อนำมารวมกัน จึงได้ชื่อว่า “วัดศรีดอนชัย”

 

กาลต่อมาในปีพุทธศักราช 2124 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จมาฝึกคุมทหารที่เมืองปาย ได้เสด็จมานมัสการพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์) และได้ทรงประทับแรมที่คุ้มเจ้าหลวงเมืองปายแห่งนี้ด้วย ในปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระเจ้าหงสาวดี ระดมทัพพม่ารามัญ โดยมอบหมายให้พระมหาอุปราชมังแรมาตีเอาหัวเมืองต่างๆ และในปีพุทธศักราช 2137 เมืองปายได้ตกอยู่ในอำนาจของพม่านานสิบกว่าปี จนเรื่องนี้ทราบถึงพระกรรณฯสมเด็จพระนเรศวรฯ จึงได้มีบัญชาชักชวนเจ้าเมืองเชียงใหม่ เขลางค์นคร หริภุญไชย เชียงราย และเจ้าผู้ครองนครในแคว้นโยนก ให้ยกทัพไปปีเอาเมืองอังวะ  แสนหวี และเมืองหงสาวดี แล้วจะค่องเสด็จไปตีเอาเมืองปายทีหลังในปีพุทธศักราช 2145

 

ส่วนแม่ทัพนายกองของพม่าที่ปักหลักอยู่ที่เมืองปายนั้น เมื่อทราบข่าวจากกรุงหงสาวดี และอังวะ ให้กลับไปช่วยที่พม่าโดยด่วน ก่อนที่สมเด็จพระนเรศวรฯจะมาตีกรุงหงสาวดี จึงพากันเดินทางกลับพม่า และปราสาทหอเจ้าฟ้าก็ถูกเผา และวัดศรีดอนชัยบางส่วนก็ถูกเผาไปเช่นเดียวกัน คงเหลือไว้เพียงบางส่วน

 

ต่อมาในปีพุทธศักราช 2158 เจ้าหลวงปัญญาได้ทีพระราชบัญชาให้เจ้าแม่สุนันทา ซึ่งเป็นหลานของพระเจ้าติโลกราช ให้มาปกครองเมืองปาย จึงได้ทำการบูรณะซ่อมแซมวัดศรีดอนชัยและปราสาทหอคำเจ้าฟ้าที่ถูกพม่าเผาบางส่วน และได้อาราธนาพระภิกษุสังฆะ  สามเณรจากเวียงเชียงใหม่มาจำพรรษาจำนวนมากมายในปีนั้น สืบมาจนถึงปัจจุบัน

 

วิหารหลังปัจจุบัน ได้สร้างเมื่อปี 2021 และได้ทำการบูรณะเมื่อปี 2524 และกำลังได้รับการบูรณะอีกครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 ..

 

วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลาสูง ๕๙ ศอก เป็นพระพุทธรูปที่สูงและใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ สร้างขึ้นจากศรัทธาของประชาชน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์เป็นปีที่ ๕๐ และพระองค์ทรงพระราชทานนามว่า พระพุทธเฉลิมสิริราช

 

พวกเราเดินทางไปเยือนวัดศรีดอนชัยเมื่อกลาวเดือนมกราคมที่ผ่านมา .. เมื่อผ่านประตูวัดที่สร้างตามแบบศิลปะล้านนา ดูมีเสน่ห์ด้วยความเรียบง่ายของซุ้มทางเข้าที่มุงด้วยใบตองตึง .. มีสิงห์คู่หมอบคอยทักทาย ต้อนรับผู้มาเยือนอย่างสงบเสงี่ยม ดูอบอุ่นและเป็นมิตรด้านละตัว

 

ผ่านเข้ามายังลานวัด .. สิ่งแรกที่มองเห็นคือโบสถ์ได้ถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว ไม่มีเค้าโครงของสิ่งก่อสร้างเก่าให้เห็นว่าจะมีการอนุรักษ์ .. และกำลังมีการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ด้วยวัสดุก่อสร้างทันสมัยในพื้นที่เดิม โดยไม่ได้เคลื่อนย้ายพระพุทธรูปในโบสถ์

 

สิ่งที่รบกวนจิตใจฉันค่อนข้างมาก และทำให้เศร้าใจก็คือ .. ดูเหมือนว่าการรื้อโบสถ์แห่งนี้ไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าของโบราณวัตถุที่มากด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน อันเป็นจิตวิญญาณของผู้คนและสถานที่มีมานับมาตั้งแต่ครั้งอดีต .. ฉันจึงเห็นซากอิฐ ปูน เสาไม้ ถูกรื้อ ถอด ออกมาวางระเกะระกะ .. และเข้าใจว่ารูปแบบของอุโบสถหลังเดิมจะไม่ได้รับการอนุรักษ์ .. จิตวิญญาณเก่าๆ .. รากเหง้าของผู้คนที่ที่กำลังจะถูกลบและถูกลืมไปอีกแล้ว .. เศร้าจัง .. ที่ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน จะมองเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นทั่วไปในพื้นที่ของเมืองไทย ..

 

สิ่งที่ทำให้หดหู่ใจมากขึ้น .. เมื่อทราบว่าที่วัดศรีดอนชัยในปัจจุบัน มีพระสงฆ์แค่องค์เดียวที่จำพรรษาอยู่ที่นี่ ท่านจึงเป็นทั้งเจ้าอาวาส ลูกวัด คนดูแลวัด และภารโรงในเวลาเดียวกัน .. ฉันไปเยือนหลายวัดในภาคเหนือ ได้พบสภาพเดียวกันที่วัดมีพระสงฆ์แค่รูปเดียว .. มิหนำซ้ำหลายแห่งยังเป็นพระสงฆ์ที่มาจากพื้นที่อื่น เช่นจากพื้นที่ทางภาคอิสาน .. ฉันไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร .. เคยทราบแต่ว่าการบวชลูกแก้ว .. ปอยส่างลอง เป็นพระเพณีที่ขึ้นชื่อ เชิดหน้า ชูตาของพืนที่ .. แต่เหตุไฉนการบวชพระจึงไม่ได้รับการตอบรับ .. ใครรู้ช่วยบอกทีเถอะค่ะ

 

เราขึ้นไปกราบขอพรพระพุทธสิหิงค์บนศาลาการเปรียญ .. ท่านเจ้าอาวาสได้นำพระพุทธรูปที่พบหลังการขุดรื้อโบสถ์เพื่อบูรณะใหม่มาให้ดู

 

อาจารย์อิ๋วพาพวกเราเดินมายังด้านหลังของวัด .. เพื่อดูร่องรอยของการสร้างเมืองเก่า .. ยังคงมองเห็นสระน้ำ คูเมือง .. เศษซากเครื่องใช้ไม้สอยของคนโบราณหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง .. จำเรื่องที่อาจารย์อิ๋วเล่าให้ฟังไม่ได้มากนัก เพราะมัวแต่ถ่ายรูป และปล่อยให้การเขียนเล่าเรื่องเนิ่นนานจนเกินไป .. ลืมไปมากแล้วค่ะ .. J

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net