วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อเริ่มกิจการโทรทัศน์ในประเทศไทย


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน  เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์

และคมนาคมในขณะนั้น

      ในปี พ.ศ.  2473 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน

เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคม ในขณะนั้น  ได้ทรงดำริที่จะให้มี เทเลวิ

ชั่น  หรือโทรทัศน์ในประเทศไทย  แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  การจัด

ตั้งต้องระงับไป

( กรมโฆษณาการ หรือกรมประชาสัมพันธ์)

     29 ตุลาคม 2493 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้กรม

โฆษณาการ หรือ กรมประชามสัมพันธ์ เวลาต่อมา  ให้ดำเนินการจัดตั้ง

   แต่ปัญหาการใช้คำว่า โทรทัศน์ นั้นเป็นข้อถกเถียง กันยาวนาน กว่าจะหาข้อ

(แยกบางขุนพรหม)

                                 กิจการวิทยุโทรทัศน์  ในประเทศไทย

          จากการพัฒนา ...ด้าน  การสื่อสาร....ด้านต่างๆ  เจริญก้าวหน้าไปอย่างไม่ หยุดหยั่ง.......

ใน ปี พ.ศ. 2473 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระกำแพงเพ็ชร อัครโยธิน......เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์..

และคมนาคม  ทรงดำริจะให้มีสถานีวิทยุโทรทัศน์  ขึ้นในประเทศไทย.......

   ภาพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน

   แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  ใน ปี พ.ศ. 2475   การดำเนินงานเรื่องโทรทัศน์จึงถูกระงับไป

       31    มกราคม    พ.ศ.  2497 รัฐบาลในสมัยนั้น จึงริเริ่ม จัดตั้ง   สถานี วิทยุ โทร ทัศน์ . ตั้ง ชื่อ  บริษัทไทยโทรทัศน์

จำกัด  มีชื่อย่อว่า  ท.ท.ท.

         แพร่ภาพเป็นครั้งแรก เมื่อ  24    มิถุนายน   พ.ศ. 2497

   

          จอมพล ป. พิบูลสงคราม  ได้มีหนังสือถึง  อธิบดี กรมโฆษณาการ(กรมประชาสัมพันธ์)...........

เรื่องการจัด และส่ง  Television   หนังสือ   ลง วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2493 

      ปัญหาขัดแย้ง เกี่ยวกับคำศัพท์  ภาษาไทย ของคำ ภาษาว่า  television 

      สมาคมวิทยุแห่งประเทศไทย  มีความเห็นว่า  ควรใช้คำว่าวิทยุโทรทัศน์  เพราะคำว่า..

วิทยุโทรทัศน์ แปลมาจากภาษา  อังกฤษ ว่า   television   หรือ ภาษา เยอรมัน   fernsehe

   แปลว่าเห็นไกล

  กรมโฆษณาการ เห็นว่าควรใช้คำว่า วิทยุโทรภาพ.......................

    กรมโฆษณาการ  ออกคำชี้แจง  เรื่องการใช้ศัพท์ television  หนังสือ ลงวันที่  30 มกราคม พ.ศ.2495

 อธิบดี  พ.อ.หลวงสารานุประพันธ์

  อธิบายคำต่างๆ เห็นว่าควรใช้คำ  วิทยุโทรภาพ

   สมาคมนักวิทยุแห่งประเทศไทย  ออกอากาศ จาก  วิทยุ   1 ป.ณ................

มีคำอธิบาย เรื่อง วิทยุโทรทัศน์ กับคำว่า วิทยุโทรภาพ...

ทางการจึงใช้คำว่า วิทยุโทรทัศน์..........การจัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์  ซึ่งนับว่าเป็ฯของใหม่..........

ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ต่อต้านมากมาย.......

   บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด  ตั้งเป็นทางการ  เมื่อ  10  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2495...

(ที่ตั้งสถานีโทรทัศน์ สีแยกคอกวัว ปัจจุบันนี้คืออนุสรณ์สถาน 14 ตค 16)

24      มิถุนายน พ.ศ. 2497  ทดลองส่ง  จากห้องส่งวิทยุกระจายเสียง  ท.ท.ท. สีแยกคอกวัว

ต้นปี พ.ศ. 2498  อาคารที่ทำการบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัดบางขุนพรหมสร้างเสร็จ

20      มิถุนายน พ.ศ. 2498  จอมพล ป. พิบูลสงคราม  เป็นประธานพิธีเปิด  สำนักงานและที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์

                                 ไทย ที วี ช่อง  4 เป็นสถานีแห่งแรก  24 มิถุนายน  พ.ศ..

2498

(ที่ตั้งสถานีโทรทัศน์  บางขุนพรหม)

(ปัจจุบันนี้ วังบางขุนพรหม เป็นที่ตั้งของธนาคารแห่งประเทศไทย)

ออกอากาศ  ในระยะแรก  ออกอากาศ  สัปดาห์ ละ  4  วัน  เนื่องจากเครื่องรับมีน้อย

ในปีแรก มีเครื่องรับ ประมาณ  500 เครื่อง  ปีต่อมา มี  2000 เครื่อง

พ.ร.บ. วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2498  เปิด โอกาส ให้บริษัท  ไทยโทรทัศน์    จำกัด....

เป็นผู้ค้า เครื่องแต่เพียงผู้เดียว  จึงทำให้ทราบว่ามีเครื่องใช้อยู่จำนวนเท่าไร

ผู้ซื้อเครื่องรับโทรทัศน์  ต้องเสียค่าธรรมเนียม พิเศษให้แก่บริษัทไทยโทรทัศน์  จำกัดเครื่องละ  400 บาท

   จึงกล่าวขานกันว่าเป็นการเรียกเก็บ ภาษี เถื่อน  เมื่อกองทัพบกได้จัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์  ขึ้นมา    การเรียกเก็บ  ภาษี ได้ถูกยกเลิกไป.........

    3 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2520 ยุบเลิกบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด   จั้ดตั้ง  อ.ส.ม.ท..หรือองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศ ไทย

(ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ตั้งที่ถนนพระราม 9  คุณทหาร เดินทางไปให้ถูก

นะคราวนี้)

(ป้าย บอกทาง ให้ไป อ.ส. ม.ท.  คุณ ท..ทหาร อย่าไปให้ผิดที่อีกละคราวนี้

(เข้าทางนี้ครับคุณ)

(สำนักงานบริหารไม่ใช่ห้องส่ง อย่า ทลึ่งเข้าไปผิดที่อีกนะ)

(ภาพวาดปกหนังสือ  100 ปีโทรคมนาคม การสื่อสารแห่งประเทศไทย  และหนังสือ ย้อนอดีตการสื่อสารฯ  การสื่อสารแห่งประเทศไทยพิมพ์  ผมใช้เป็นเอกสารอ้างอิง)

    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย คนช่างเล่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net