วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิพากษ์เจ้าสัวซีพี (ทำไมไทยด้อย ตอน ๘)


อ่านมติชนรายสับฯย้อนหลัง ๑ เดือนเพิ่งทราบว่า เจ้าสัว ซีพี เสนอก้องว่า ถ้าไทยอยากรวยต้องทำให้สินค้าเกษตรราคาแพง โดยท่านอ้างเหตุผลว่าถ้าสินค้าเกษตรราคาแพง ก็จะทำให้เกษตรกร..ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ..รวย

เอ้า...ข้าวเปล่าจานละ 8 ล้านล้าน บาท เท่ากับราคา GDP  ไปเลย รวยกันหมด ส่งให้ไทยเป็นมหาอำนาจโลกที่เมกา อังกิด เศสฝรั่ง เยอรเผือก ต้องมากราบตีนขอทุนส่งนักศึกษามาเรียนการปลูกข้าวในประเทศไทยหมด

เออ...คิดกันง่ายๆแบบนี้สิ ถึงว่าทำไมท่านถึงได้รวยเอา รวยเอา

ผมสังเกตมานานแล้วว่า คนไทยใครที่คิดง่ายๆ ตื้นๆ มักรวยเสมอ (ไม่ทุกคน แต่ถ้าบุญมาวาสนาส่งด้วยปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อำนวย เช่น นาย...และนาง....)

คำถามที่สนับสนุนข้อสังเกตของผมคือ...แล้วคุณเคยเห็นคนรวยไทยคนไหนที่ฉลาดบ้างไหม ???

(อ๊ะๆ..ถ้าจะตอบว่า ทักษิณ ละก้อ ย้อนกลับไปอ่านบทความเก่าๆของผมเสียก่อน)

คนที่ฉลาดที่สุดในโลก เช่น สิทธัตถะ จีสัส โมฮัมหมัด เพลโต นิวตัน ไอน์สไตน์  พุทธทาสภิกขุ ..มีใครรวยบ้างไหม

ผมฟันธงว่า ถ้านักการเมืองยังเป็นอาชีพที่รวยเฉลี่ยสูงสุดของชาติไทยอยู่แบบนี้ ต่อให้ราคาข้าวเปลือกที่ขายกันเป็น กก. มีราคาเท่ากับคอมพิวเตอร์โดยน้ำหนัก ชาวนาไทยก็จะยังยากจนเหมือนเดิม  เผลอๆมากกว่าเดิม เพราะหนี้สินจะมากกว่าเดิมอีกอินฟินิตี้เท่า (เพราะเดิมมีหนี้เท่ากับศูนย์)

ท่านเจ้าสัวคงลืมคิดไปว่า สินค้าเกษตรไทย ไม่สามารถตั้งราคาขายได้เสรี เพราะถูกกำหนดด้วย “ราคาตลาดโลก” ตามกลไกการค้าเสรี ที่นายหรั่งทั่นกำหนดไว้ผ่านองค์กรต่างๆของรัฐบาลโลก ที่พวกเขาลงขันกันตั้งขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือล่าอาณานิคมแบบใหม่อย่างแนบเนียนที่สุด

ถ้าเราไปตั้งราคาข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา แพงแบบนั้น ก็ขายไม่ออก สามเดือนห้าเดือนมันก็จะเน่าหมด  ในที่สุดต้องเอาไปขายทิ้งด้วยราคาแสนถูกกว่าเดิมสิบเท่า เพื่อทำอาหารไก่ อาหารหมู ป้อนโรงงานไก่หมูของบริษัทยักษ์ใหญ่หมดน่ะซี่ครับท่าน ไอ้พวกนั้นจะมิยิ่งรวยกันไปอีกยกใหญ่หรอกหรือ

ผมมีแนวคิดที่ได้เสนอไว้นานมาแล้ว รวมทั้งในเวิ้งว่ายแว็บ(เดียว)นี้ว่า.....

  • ไทยเราต้องเกิดความคิดว่า เราควรมีปริมาณเกษตรกรประมาณ 30% ไม่มากหรือน้อยกว่านี้

  • อุตสาหกรรมต้องเน้นอุตสาหกรรมการเกษตร และโดยนักลงทุนไทยเท่านั้น  เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตผลการเกษตรโดยเฉลี่ยประมาณ 10 เท่า ก่อนส่งไปขายนอกประเทศ  (ทั้งนี้ต้องมีกฎหมายที่ดีรองรับ ป้องกันการผูกขาดแบบซีพี แหลมทอง ซึ่งบริษัทฝรั่งก็เรียนรู้และเริ่มเข้ามาแด็กซ์ปทท.เราแล้ว เช่น Calgill (สะกด) มอนซานโต้)

  • เลิกบ้าเห่อ งี่เง่า ทุ่มงบไปด้านเทคโนฯ ฟุ้งเฟ้อ เสียที เช่น นาโนฯ อีเล็กทรอนิกส์ฯ และบ้าบออื่นๆ ทั้งหลาย (ประเภทเห็นฝรั่งขี้ก็เยี่ยวตามฝรั่ง)

  • เดี๋ยวนี้วิศวเกษตรไม่มีลูกหลานใครเรียน นอกจากพวกหางแถวที่อยากเป็นวิดวะแต่ฉลาดไม่พอเป็นวิดวะอื่นได้ก็เกาะสวะที่ลอยมาไว้ก่อน พอประทังชีวิต (เดี๋ยวแข็งแรงดีก็โผไปขอนอื่น) แต่วิดวะคอมฯ โทรคมฯ  รวมทั้ง นิเทศฯ โฆษณา (หรือการหลอกลวงที่แนบเนียน)  เรียนกันตรึม แย่งกันเข้าจนคะแนนสูงลิ่ว (กวดวิชาก็เข้าได้แม้สมองระดับจุดจุดจุด)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ริบหรี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net