วันที่ อังคาร เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สุขภาพจิตดี ชีวีก็มีสุข


 สุขภาพจิตดี ชีวีก็มีสุข
    - 
   






บรรจง บินกาซัน

ในคัมภีร์กุรอานมีข้อความตอนหนึ่งกล่าวว่า
?...ขอสาบานด้วยตัวตนของมนุษย์ที่พระองค์ได้ทรงทำให้มันสมดุล แล้วได้ทรงดลใจให้มันได้รู้ถึงความผิดและความถูกต้อง แท้จริง ผู้ประสบความสำเร็จคือผู้ขัดเกลาตนเองให้บริสุทธิ์และผู้ทำให้มันเสียหายย่อมได้รับความล้มเหลว? (กุรอาน 91:7-10)
มนุษย์มิได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีแต่เพียงร่างกายและความคิดเท่านั้น แต่มนุษย์ยังมีวิญญาณเป็นองค์ประกอบสำคัญด้วย ชีวิตจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อร่างกายและวิญญาณได้รับการตอบสนองอย่างสมดุล
บางครั้ง วิญญาณยังถูกเรียกว่าจิตใจหรือหัวใจก็มี เรารู้ว่าหัวใจมีหน้าที่ทางกายภาพ แต่วิทยาศาสตร์ก็ไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่ามันไม่มีหน้าที่ใดๆทางด้านจิตใจ วิญญาณอาจจะอาศัยอยู่ในหัวใจหรือเกาะติดอยู่กับมันก็ได้ วิญญาณเป็นมิติภายในของชีวิตเรา นอกจากนี้แล้วมันยังมีความสัมพันธ์กับร่างกายและจิตใจของเราด้วย เพราะวิญญาณมีความเป็นตัวเป็นตนของมันอยู่
สุขภาพจิตมีความสำคัญสำหรับมนุษย์พอๆกับสุขภาพกาย ชีวิตของเราจะมีความหมายและจะประสบความสำเร็จในโลกนี้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพจิตและสุขภาพกาย แต่ความสำเร็จและความรอดพ้นของเราในโลกหน้านั้นขึ้นอยู่กับสุขภาพจิตใจล้วนๆ
อิมามฆอซาลีปราชญ์คนสำคัญของโลกมุสลิมได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่านว่าอวัยวะทุกชิ้นในร่างกายของเรามีหน้าที่ของมัน เมื่อมันไม่สามารถทำหน้าที่ได้ นั่นก็หมายความว่าร่างกายของเราเริ่มมีปัญหาแล้ว และมันจะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมา หัวใจฝ่ายจิตหรือวิญญาณของเราก็มีหน้าที่ของมัน และหน้าที่ของมันก็คือการรู้จักพระเจ้าผู้ทรงสร้างมัน การรักพระองค์และแสวงหาทางที่จะใกล้ชิดพระองค์ ถ้าหากหัวใจไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ เราจะต้องรู้ว่ามันได้เกิดอาการป่วยขึ้นมาแล้ว
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องรู้จักโรคที่ทำให้หัวใจอ่อนแอและป่วยไข้ ในภาษาของคัมภีร์กุรอาน ไม่เพียงแต่ตาเท่านั้นที่บอด หัวใจก็บอดได้เช่นกัน
พวกเขาไม่ได้เดินทางไปในแผ่นดินเพื่อทำให้หัวใจของพวกเขาได้คิดและหูของพวกเขาได้ยินกระนั้นหรือ ? ความจริงแล้ว หัวใจในทรวงอกต่างหาก มิใช่ดวงตาที่มืดบอด (กุรอาน 22:46)
คัมภีร์กุรอานได้พูดเกี่ยวกับเรื่องการป่วยไข้ของหัวใจไว้หลายตอนด้วยกัน ในตอนหนึ่งคัมภีร์กุรอานว่า :
ในหัวใจของพวกเขานั้นมีโรค ดังนั้น อัลลอฮฺจึงได้เพิ่มโรคนั้นให้มากขึ้น และการลงโทษอันเจ็บปวดจะมีไว้สำหรับพวกเขาเนื่องจากการที่พวกเขาโกหก (กุรอาน 2:10)
เมื่อหัวใจป่วย มันก็ไม่อยากทำและไม่สามารถที่จะทำสิ่งถูกต้องหรือทำความดี ซึ่งจะมีผลต่อศีลธรรม มารยาทและพฤติกรรมของคนผู้นั้นเอง
โรคร้ายอะไรที่มีผลกระทบต่อหัวใจ ? และเราจะป้องกันมันได้อย่างไร ? อะไรจะช่วยเยียวยาถ้าหากใครเกิดอาการป่วยเช่นนั้น ?
โรคต่อไปนี้เป็นโรคบางอย่างของหัวใจ
1) ความยโสโอหังและความอวดดี
2) การโอ้อวด
3) ความอิจฉาริษยา ความเกลียดชังและความหลอกลวง
4) ความระแวง
5) ความโกรธ
6) ความขี้เหนียว
7) ความรักในอำนาจ เงิน ตำแหน่งและชื่อเสียง
ที่กล่าวมานี้ถูกเรียกว่า ?โรคของหัวใจ? ซึ่งนำไปสู่บาปใหญ่ถ้าหากว่ามันไม่ถูกควบคุมและรักษาอย่างระมัดระวัง ในคัมภีร์กุรอาน ในคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัดและในงานเขียนเกี่ยวกับเรื่องจิตใจของนักวิชาการมุสลิมหลายคนได้มีการพูดถึงการรักษาโรคเหล่านี้ไว้มากมาย
ความยโสโอหังและความอวดดีเกิดจากการถือว่าตัวเองเป็นใหญ่และประเมินค่าตัวเองหรือประเมินความสามารถของตัวเองเกินความเป็นจริงจนบางครั้งถึงกับปฏิเสธพระเจ้าก็มีดังที่ได้เกิดขึ้นกับมารร้ายชัยฏอนและฟาโรห์มาแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาโรคนี้ก็คือการปลูกฝังความถ่อมตน หรือความเจียมตัวขึ้นในจิตใจ เราจะต้องเตือนตัวเราเองอยู่เสมอว่าเราเป็นบ่าวของพระเจ้าผู้ทรงสร้างเราขึ้นมา เราต้องขึ้นอยู่กับพระองค์โดยสิ้นเชิงในการดำรงชีวิตและในความเป็นอยู่ของเรา
การโอ้อวดก็เช่นกัน การโอ้อวดคือความต้องการจะแสดงให้คนอื่นได้เห็นและต้องการให้คนอื่นยกย่อง การโอ้อวดทำลายความจริงใจและความจริงจังในการที่จะมุ่งไปถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของเรา เมื่อใครคิดที่จะโอ้อวด เขาก็จะกลายเป็นคนทำอะไรแต่เพียงผิวเผินและอาจกลายเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกได้ วิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคชอบโอ้อวดก็คือการตรวจสอบเจตนาก่อนที่จะทำอะไรลงไป ผู้ศรัทธาจะต้องเตือนตัวเองว่างานที่เขาจะทำนั้นต้องทำไปเพื่อพระเจ้าเท่านั้น
ความอิจฉาริษยา ความเกลียดชังและความหลอกลวงก็เกิดมาจากการไม่มีความเคารพ ความเมตตาและความรักเพื่อคนอื่น คนที่อิจฉาริษยาไม่ชอบเห็นคนอื่นมีความสุขความสำเร็จหรือเจริญรุ่งเรือง บ่อยครั้งที่ความอิจฉาริษยาได้นำเขาไปสู่ความเกลียดชัง ความหลอกลวงและความรุนแรง การเยียวยารักษาโรคอิจฉาริษยาที่ดีที่สุดก็คือการยินดีกับการที่เห็นคนอื่นได้ดีและอยากได้รับความดีโดยการแข่งขันกับคนอื่นในการทำความดีและใช้สิ่งนี้เป็นแรงจูงใจให้ทำดีมากกว่า
ความระแวงสงสัยเกิดมาจากความไม่ไว้วางใจและไม่เชื่อมั่นในคนอื่น คัมภีร์กุรอานได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่าความระแวงสงสัยบางอย่างนั้นเป็นบาป ความระแวงก่อให้เกิดการมองคนอื่นว่าทำอะไรเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มันทำลายความหวังและการมองโลกในแง่ดี คนที่ระแวงหรือคนที่มองคนอื่นในแง่ร้ายก็คือผู้ที่เห็นการกระทำหรือได้ยินคำพูดใดที่อาจเป็นไปได้ในทางบวกหรือลบแล้ว เขาจะมองไปในทางลบหรือเห็นว่าเป็นความชั่วเสียทั้งหมด ความหวาดระแวงบางครั้งก็นำไปสู่ความรุนแรง การระวังเป็นสิ่งดี แต่เราต้องมีทัศนะในทางที่เป็นบวก ถ้าเราต้องการจะได้รับความไว้วางใจ เราก็จะต้องไว้วางใจคนอื่นด้วยเช่นกัน
ความโกรธถูกกำหนดให้มีขึ้นในตัวมนุษย์ก็เพื่อเป็นกลไกสำหรับป้องกันตนเอง แต่ถ้าหากไม่สามารถควบคุมความโกรธได้ มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการทำลาย ในคำพูดของท่านนบีมุฮัมมัด ความโกรธถูกเรียกว่า ?ไฟ? นบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่าเมื่อท่านรู้สึกโกรธ ให้เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนตำแหน่งและดื่มน้ำสักแก้ว อิมามฆอซาลีได้กล่าวว่า ?ความรักพระเจ้าจะช่วยดับไฟแห่งความโกรธ?
ความขี้เหนียวก็เป็นโรคที่อันตราย ท่านนบีมุฮัมมัดได้สอนเราให้ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าให้พ้นจากความขี้เหนียว ความขี้เหนียวเกิดจากความเห็นแก่ตัว การบ้าสะสมวัตถุและหลงรักโลกนี้จนเกินไป มันหมายถึงการไม่ใส่ใจคนอื่น มันเหนี่ยวรั้งคนไม่ให้ทำหน้าที่ของตนโดยครบถ้วนสมบูรณ์และไม่ยอมรับสิทธิของคนอื่น นอกจากนี้แล้ว บางครั้งมันยังนำไปสู่การโกงและความไม่ซื่อตรง ท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า ?จงระวังความขี้เหนียว มันทำลายหลายชาติก่อนหน้าพวกท่านมาแล้ว มันทำให้คนเหล่านั้นต้องหลั่งเลือดกันและมันยักยอกเบียดบังสิ่งที่ถือว่ามีความสำคัญ?
ความหลงใหลในทรัพย์สินและอำนาจ นั่นคือ ความต้องการเงิน อำนาจ ตำแหน่งและชื่อเสียงอย่างสุดโต่งก็เป็นโรคร้ายของหัวใจ โรคนี้คัมภีร์กุรอานและคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัดเรียกว่า ?รักสิ่งชั่วคราว? ท่านนบีมุฮัมมัดกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า ?หมาป่าที่หิวโหยสองตัวในฝูงแกะยังไม่เป็นอันตรายเท่ากับความรักในเงินตรา?
การเยียวยารักษาโรคนี้ก็คือการเตือนตัวเองอยู่เสมอๆว่าโลกนี้คือการทดสอบและโลกที่แท้จริงคือโลกหน้า
ด้วยเหตุนี้ คัมภีร์กุรอานและนบีมุฮัมมัดจึงแนะนำว่าสุขภาพจิตที่ดีจะเกิดขึ้นได้ก็โดยการอุทิศตนให้แก่พระเจ้าอย่างจริงใจด้วยการนมาซ การอ่านคัมภีร์กุรอานและการอยู่ร่วมกับคนดี

โดย katiya

 

กลับไปที่ www.oknation.net