วันที่ ศุกร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อิโรติกอันหวามไหว... ขัดใจระบบเซ็นเซอร์


   แนวทางของอิโรติก (erotic) มักถูกหยิบมาวิพากษ์ถึงนิยามและพื้นที่ใน

การนำเสนอว่าสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความใคร่ จิตวิทยาทางเพศ

โดยสื่อถึงอารมณ์และภาวะไหวแห่งความรู้สึกของตัวแสดงได้มากน้อยเพียงใด  

ระดับไหนที่จะไม่มากเกินจนล่วงล้ำพื้นที่ลามกอนาจาร

   ในขณะเดียวกันความเป็นอิโรติกได้เข้ามามีบทบาทและแฝงอยู่ในงานศิลป์

หลายแขนง ทั้งบทกวี นวนิยาย การ์ตูน วรรณกรรม ดนตรี MV และภาพยนตร์

หลายครั้งที่งานเหล่านี้มิได้ถูกถ่ายทอดผ่านสายตานักอ่านและผู้ชม ด้วยเพราะ

มาตรฐานของกองเซ็นเซอร์ซึ่งมีระดับของสุนทรียะ และวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน

ออกไป  ดังที่ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องต้องโดนเซ็นเซอร์ ตัดฉากที่นำเสนอความ

หวามไหว เกินใจกองเซ็นเซอร์จะรับได้ และบางครั้งวรรณกรรมหรือภาพยนตร์

เหล่านั้น โดนใบสั่งถูกแบน หากไม่ทำตามกฎเหล็ก (อันไม่มีมาตรฐานแน่นอน)

   งานวรรณกรรมแนวนี้ เคยถูกวิพากษ์ถึงเส้นแบ่งของความเป็น “อิโรติก” หรือ

“สื่อลามก” เพราะเป็นงานเขียนที่คาบลูกคาบดอกกับศีลธรรมจรรยา ประเด็นคือ

ความสามารถและชั้นเชิงในการประพันธ์ การก้าวข้ามพื้นที่ของสื่อลามกอนาจาร

ก็คือการใช้ภาษาสละสลวย สำนวนที่ขัดเกลาอย่างประณีต บรรยายฉากหวามไหว

นั้นๆ ออกมา ด้วยอารมณ์และความรู้สึกจากความรักของตัวละครได้อย่างงดงาม

จนกลายเป็นงานเขียนที่มีศิลปะและให้สุทรียรสต่อผู้อ่าน ที่สำคัญคือ การเลี่ยง

ถ้อยคำภาษาที่หยาบโลน  อย่าง สนิมสร้อย นวนิยายชีวิตโสเภณีของพญาอินทรี

แห่งวงการน้ำหมึก รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่ถือเป็นวรรณกรรมอิโรติกอันงดงาม เป็นต้น

   สำหรับภาพยนตร์แนวอิโรติก มักขับเคลื่อนอยู่ในหนังกลุ่ม affair และ Infidelity

ไม่ว่าจะอิโรติกดราม่าหรือคอมเมดี้ ก็ยากที่จะผ่านสายตาของกองเซ็นเซอร์ซึ่งมี

มุมมองในการโฟกัสสุนทรียะแห่งงานศิลป์ (อย่างจำกัด) ไปได้ เพราะภาพยนตร์

ใช้ฉากอิโรติกสื่อความหมายได้ชัดเจนกว่างานวรรณกรรม ด้วยเพราะภาพและเสียง

ที่เข้าถึงและเร้าอารมณ์ผู้ชมได้ง่ายกว่า 

   

   แม้จะไม่สามารถเข้าฉายในโรงได้ตามปรกติ  เราก็สามารถหาชมตามงาน

เทศกาลหนังต่างๆ ได้ อีกทั้งมหาวิทยาลัยบางแห่งก็นำภาพยนตร์แนวนี้มาเป็น

สื่อการสอนในเชิงศิลปะภาพยนตร์ และจิตวิทยา อย่าง  ….

Eros  ภาพยนต์อีโรติกที่นำเสนอผ่านสายตาของผู้กำกับระดับโลก อย่าง

Michelangelo Antonioni, Steven Soderbergh, Wong Kar-Wai   นำเสนอ

เรื่องราวทั้ง 3 เรื่อง 3 รสหลากอารมณ์ในสไตล์ของ 3 ชาติ ระหว่าง Italy,

Hong Kong และ USA

The Bubble ภาพยนตร์อิโรติกคอมเมดี้ ของอิสราเอล ซึ่งผู้กำกับ Eytan Fox 

นำเสนอเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในกรุงเทลาวีฟ ประเทศอิสราเอล

ภาพหวามไหวที่สอดแทรกประเด็นทางการเมืองเรื่องนี้ ทำให้หนังคว้ารางวัล

Audience Award ในหลายเวทีมาแล้ว

The Film Is Not Yet Rated ของผู้กำกับ  Kirby Dick  ภาพยนตร์สารคดี

ประเด็นร้อนของอเมริกา เรื่องราวการวิพากษ์การตัดสินเรตภาพยนตร์ของ

Motion Picture Association of America (MPAA) และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ

วัฒนธรรมอเมริกัน ภาพยนตร์สารคดีแสบสันต์ของเคอร์บี ดิก เรื่องนี้ เป็นการ

สืบค้นและตีแผ่ด้วยบทสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องของสมาพันธ์ฯ รวมถึงแนวคิดของ

ผู้กำกับหลายคนที่กังขากับมาตรฐานการวัดของคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ นั่นเอง

แม้หนังเรื่องนี้ของเขาจะใช้ชื่อว่า “หนังเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการจัดเรต”  

แต่สมาพันธ์ภาพยนตร์อเมริกาก็ให้หนังเรื่องนี้ติดเรต NC-17 ไปเรียบร้อยแล้ว

   ภาพยนตร์แนวอิโรติกของเอเชีย ทั้งไทย ญี่ปุ่น เกาหลี และฮ่องกง บางเรื่อง

น่าสนใจ ด้วยการนำเสนอมุมมองชีวิตหนุ่มสาว  เรื่องราววัฒนธรรมสังคม และ

ที่สำคัญชั้นเชิงในการถ่ายภาพที่มีมิติและสวยงาม แต่หนังแนวนี้มักถูกตัด

บางฉากอันหวามไหว แต่ไม่โดนใจคณะกรรมการมือกรรไกร และบางเรื่องไม่ได้

เข้าฉายในบ้านเรา  แต่กลับมีเสียงชื่นชมตามงานเทศกาลหนังนานาชาติต่างๆ

และมากกว่านั้นหนังแนวนี้ของผู้กำกับฝีมือดีอย่าง หว่อง การ์ไว หรือของ คิม คี-ดุก 

ก็เป็นหนังรางวัลที่มีวงเล็บแห่งคุณภาพงานตามเวทีต่างๆ แปะบนปกดีวีดีเสมอๆ 

แม้บางครั้งจะถูกจัดอยู่ในประเภทหนังใต้ดิน หนังอินดี้ และฟิล์มอาร์ต ก็ตาม

   ด้วยเพราะขนบทางความคิด และการยึดติดภาพลักษณ์แห่งวัฒนธรรมของ

คนกลุ่มหนึ่ง กับแนวคิดหนึ่งที่เราเรียกว่า “ระบบเซ็นเซอร์”  ส่งผลให้หนังไทย

ที่ได้รับเสียงปรบมือและกล่าวขานในงานเทศกาลหนังนานาชาติหลายเวที อย่าง

“พลอย” ของผู้กำกับอาร์ตๆ เป็นเอก รัตนเรือง ถูกตัดบางฉากและเซ็นเซอร์เบลอๆ

ในบางซีน รวมถึงหนังที่ติดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากหลายโพลทั่วโลก

เมื่อปีที่แล้ว และในที่สุด คว้ารางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จากงานเอเชียน ฟิล์มส์

อวอร์ดส์ ที่ฮ่องกง และรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Lotus du Meuilleur

Film-Grand Prix ในงานเทศกาลภาพยนตร์เอเชียโดวิลล์ ครั้งที่ 9 ประเทศ

ฝรั่งเศส มาครอง อย่าง “แสงศตวรรษ” (Syndromes and a Century)  ของ

เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล  ผู้กำกับมือรางวัลทั้งหนังสั้นหนังยาว หนังเรื่องนี้

ของเขาโดนตัดเพิ่มจาก 4 ฉากเป็น 6 ฉาก โดยเจ้าตัวยอมฉาย (แบบจำกัดโรง)

แต่ใส่ฟิล์มดำที่มีรอยขูดขีดแทนในฉากที่หายไป (ฉากที่หายไปสามารถอ่านบท

ได้หน้าโรง-ซะง้านนนน)  แม้จะมีคอหนังบางคนแอบหวังว่าหนังได้รางวัลแล้ว

กรรมการอาจยอมฉายแบบเวอร์ชั่นเต็ม แต่มีเสียงของเด็กคนหนึ่งในแกงค์ดรีมทีม

ตะโกนมาว่า “ถ้าฉายเวอร์ชั่นเต็มในเมืองไทยได้ ก็.. กล้วยทอด แล้วล่ะ (ฮา)” 

เราเลยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ดูหนังเรื่องนี้แบบ Thailand’s Edition (ฮือ ฮือ)

   แสงศตวรรษ นับเป็นชนวนในการจุดประเด็นการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ และ

ผลักดันการนำพรบ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่มาใช้ในบ้านเรา แต่การจัดเรตของหนัง

จะช่วยลดช่องว่างระหว่าง มาตรฐานของระบบเซ็นเซอร์ และสิทธิ์ของผู้สร้าง

รวมถึงผู้เสพงาน  อีกทั้งเพิ่มพื้นที่แห่งเสรีภาพของภาพยนตร์ได้หรือไม่นั้น

คงต้องรอดูกันต่อไป หากระบบเซ็นเซอร์มองที่จุดมุ่งหมายและความสร้างสรรค์  

ผู้สร้างเสนองานอย่างมีชั้นเชิงและแยบคาย ช่องว่างทางความคิดในการเซ็นเซอร์

ในมุมมองของทั้งสองฝ่ายก็คงแคบลง  

   หวังเพียงปรากฏการณ์แสงศตวรรษ จะไม่ใช่แค่เสียงผิวปากและวาดฝัน

ในอนาคตของเด็กน้อย  หากแต่เป็นเสียงของสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอะไร

บางอย่างในระบบเซ็นเซอร์บ้านเรา

สำหรับคนดูอย่างเราๆ ก็ใช้สายตาอย่างมีมิติความคิดเอาเองเถอะว่า....

อะไรเรียกว่า “มาตรฐาน” และอะไรเรียกว่า “รสนิยมทางศิลปะ”

วาดดาว..

Pictures by Internet

Powered by www.esnips.com

Wind of Change : Scorpions

Scorpion - Wind Of...

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย waddaw

 

กลับไปที่ www.oknation.net