วันที่ ศุกร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๔


๔.วายลิวายลิ

       มันอาจเป็นการบังเอิญที่ ดอลลี่ กับ สายคำซึ่งอยู่ห่างกันสุดขอบฟ้า และเกิดมาคนละยุคสมัย แต่กลับมีความเชื่อบางอย่างเหมือนกัน   โดยเฉพาะเรื่องการกลับมาเกิดใหม่ของวิญญาณ

         หมู่เกาะเฟอร์โนซ์ในช่องแคบแบสที่มองเห็นเขียวครึ้มอยู่ริม ๆ ขอบฟ้า  เคยเป็นดินแดนแห่งวิญญาณของผู้คนชาวเผ่า  ที่เคยบอกเล่าถ่ายทอดสู่กันฟังมานานแสนนาน  ไม่เคยมีใครไปถึงที่นั่นขณะมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งเขาตายไปเมื่อร่างของเขาถูกเผาไหม้โดยใช้กิ่งของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สุมไฟ  วิญญาณของเขาจะล่องลอยไปกับควันที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า  กลับไปยังดินแดนหลังความตายที่มองจากแผ่นดินใหญ่ทัสมาเนียเห็นเขียวครึ้มเป็นเงาราง ๆ อยู่กลางทะเล  รอวันที่จะกลับมาเกิดใหม่ 

        แต่แล้วจิตวิญญาณของผู้คนชาวเผ่าก็เหมือนถูกกระชากออกจากร่างแม้ขณะยังมีลมหายใจอยู่   ความเชื่อเดิมที่ครองในจิตวิญญาณมานาน กับความเชื่อใหม่ที่ถูกยัดเยียดตีกันยุ่งเหยิงทำให้สับสนจนพากันสูญเสียจิตวิญญาณไป  กระทั่งสายเลือดเต็มแห่งเผ่าพันธุ์ทัสมาเนียสูญสิ้นลงเมื่อทรูกานินีทัสมาเนียนคนสุดท้ายตายลงที่โฮบาร์ต ในปี1874  ในชั่วเวลาเพียง 70 กว่าปีที่ชาวผิวขาวผู้รุกรานเข้ามาถึงทุกสิ่งก็เหมือนจบสิ้นลง

       "แม่ของฉันคือผู้ก่อเหตุ  วิญญาณทุกดวงตราหน้าเธอ"

       "แต่มันไม่ใช่นี่นะ"  สายคำเถียงคอเป็นเอ็น    "เห็นชัด ๆ ว่ามันเป็นความผิดของพวกผู้ชายที่ตื่นตาตื่นใจ  และกระหายในสิ่งของใหม่ ๆ ที่นักล่าแมวน้ำนำมาล่อ  แล้วพวกเขาก็นำเอาผู้หญิงของตนไปแลกมา"

       "ถูกต้องแล้วสายคำ"  ดอลลี่ยังใจเย็น  ทั้งสองพูดคุยกันถึงปัญหานี้นับแต่ บอลออกไปโรงเรียน  และ อลันขับรถแข่งของเขาออกไปฝึกที่สนาม  ทำให้บ้านเงียบเชียบสามารถส่งเสียงกันได้ไม่ต้องเกรงว่าจะถูกใครหาว่าสายคำบ้า  แต่ความจริงสายคำคิดว่าคนปัจจุบันที่พูดกับโทรศัพท์ที่มีสายเล็กเกี่ยวหูลงมาที่ปากพูดพลางเดินไปเดินมา ยิ้ม หัวเราะ ออกท่าออกทางอยู่คนเดียวก็ไม่ต่างกับเธอพูดกับดอลลี่นัก 

      "แน่ละ...ในความคิดเห็นของเธอกับฉันแม่ไม่ใช่คนผิด"  ดอลลี่พูดต่อ   "แต่เราเป็นผู้หญิง  ผู้หญิงก็คือผู้หญิงแม้จะตายกลายเป็นผีเป็นวิญญาณไปแล้วก็ยังเป็นผู้หญิง  วิญญาณทั้งหลายที่ยังทุกทรมานเหล่านั้นก็ยังแบ่งแยกความเป็นผู้หญิงผู้ชาย  ผู้ชายคือดวงอาทิตย์ที่ไม่เคยมีแสงใดเทียบเทียมได้  ผู้หญิงคือดวงจันทร์ที่ต้องราแสงลงเมื่อดวงอาทิตย์มา...

       "แม่จึงถูกประณามและถามหาการแก้แค้นอยู่ทุกวัน  แม้ในโลกของวิญญาณ  "

      เสียงของดอลลี่ดังขึ้นด้วยความเจ็บแค้นเมื่อพูดถึงตรงนี้  เธอได้บอกกับสายคำผู้กลายมาเป็นเพื่อนคู่คิดของเธอไปแล้วว่า นับแต่นี้ไปทั้งสองจะต้องทำอยู่สองอย่างคือ  หากระดูก หรือเศษชิ้นส่วนใด ๆ ของร่างกายแม่มาทำการเผาโดยใช้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งป่าทัสมาเนีย (ต้น tea  tree ชนิดหนึ่ง)เป็นเชื้อเพลิงเพื่อปลดปล่อยวิญญาณ  และเสาะหาผู้ชายที่ทำร้ายแม่เพื่อแก้แค้น

       หาเศษชิ้นส่วนกระดูกก็ยากเท่ากับงมเข็มในมหาสมุทรแล้ว  แล้วจะหาคนที่ทำร้ายเธออีกจะไปรู้ได้อย่างไรผู้ชายในโลกนี้มีอยู่ออกมากมาย  และเหตุการณ์นั้นมันก็ผ่านพ้นมานานนักหนาแล้ว

      "น่า...หากเธอเชื่อเรื่องการเกิดใหม่  เรื่องพพลังแห่งจิตวิญญาณ เขาเหล่านั้นก็คงสิงสถิตย์อยู่  ณ ที่ใดที่หนึ่ง กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  เหมือนที่ฉันเชื่อ  มันต้องมีอะไรที่พิเศษ  ให้เราสังเกตจนได้แหละ ขอเพียงเธอเต็มใจจะช่วยฉันปลดปล่อยนะสายคำ"

     "แล้วผู้หญิงที่ถูกแลกเป็นสินค้าในยุคของแม่ของเธอน่ะมีบ้างไหมที่คิดช่วยเหลือตัวเอง  หรือเอาแต่ก้มหน้าให้เขาใช้เป็นนางบำเรอ เป็นทาสรับใช้อย่างที่เธอเล่าเท่านั้น"  สายคำขึ้นเสียงบ้าง

    "มีซี"  ดอลลี่เสียงอ่อนลง

    "มี หรือ เป็นใครล่ะ"  สายคำตาโต ร้องถามเสียงดังกว่าเก่า

     "เธอเป็นชาวเผ่าเหนือ  ถูกล่อลวงมาเป็นสินค้า เมื่อประมาณ ปี ค.ศ. 1800  เป็นปีแรก ๆ ที่การล่าแมวน้ำเฟื่องฟู เธอมีอายุเพียง 9 ขวบก็ถูกข่มขืนและถูกบังคับให้ทำงานทุกอย่าง  และในฤดูที่แมวน้ำกลับสู่ทะเลใต้จนหมดเธอก็ต้องล่าสัตว์บกอย่างวอลล่าบี จิงโจ้ ถลกหนังมัน วันละหลายสิบตัวแทน"

      "เธอชื่ออะไรหรือ"  

     "วายลิวายลิ  เป็นชื่อของเธอ"

      "วายลิวายลิ"

        "ใช่    วายลิวายลิ  อายุแค่เก้าขวบก็ถูกข่มขืน และบังคับให้ดำน้ำลงไปหวดแมวน้ำ        ด้วยร่างเล็ก ๆ เปลือยเปล่า แถมถูกกระทำชำเราสะบักสะบอมเธอจึงตามไม่ทันแมวน้ำ ทำงานได้ไม่ดีนักจึงถูกขายต่อ เปลี่ยนเจ้าของเป็นชายเจ้าของเรือนักล่าปลาวาฬอีกหลายคน จนได้เรียนรู้ความโหดเหี้ยมและแข็งแกร่ง

       "วันหนึ่งเมื่อวายลิ วายลิ อายุสิบแปด เธอก็หนีจากกระท่อมชาวเรือไป   พร้อมกับปืน และลูกกระสุน ไปหลบอยู่ในป่าทำการซ้องสุมกำลังผู้หญิงที่ล้วนถูกห่มเหงรังแก ตั้งเป็นแก๊งเที่ยวปล้นฆ่า สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของฟาร์ม เจ้าของปศุสัตว์ และกิจการร้านค้า ไม่ให้ได้อยู่เป็นสุข  เล่ากันว่าบางครั้งพวกเธอขึ้นไปยืนบนเชิงเขา ใกล้กระท่อมของชาวเรือ ทำท่ายั่วยวน ตะโกนท้าทายพวกผู้ชายให้เข้ามาหา  ครั้นพวกเขาเข้ามาใกล้พวกเธอก็กระหน่ำยิง  หรือพุ่งแหลน หลาวเข้าใส่จนเขาล้มคว่ำลงไป  แล้วพวกเธอก็จะเต้นรำฉลองชัย  จนได้ชื่อว่า "นางโจรป่าแห่งทัสมาเนีย"  พวกเธอสนุกกับการออกปล้น ขโมยสินค้า อาหาร เสื้อผ้าที่เคยใช้เป็นสินค้าแลกตัวเธอมา แล้วนำมาเผาทิ้งสนุก ๆ   เคยเข้าไปในบ้านเรือนผู้คน ค้นเอาถุงแป้ง น้ำตาล อื่น ๆ มาขว้างทิ้งสะใจ

       "แก๊งของวายลิวายลิใหญ่โตขึ้นทุกที  เพราะตอนหลังมีนักโทษชายที่หนีจากคุกในพอร์ทอาเธอร์มาร่วมด้วย  ออกปล้นฆ่าไม่เว้นแต่ละวัน  สุดท้ายทางการต้องระดมกำลังคน กำลังอาวุธเข้าปราบปราม  ว่ากันว่าแม้ร่างของเธอจะโชกเลือดด้วยแผลถูกยิงแทบพรุน เธอก็ยังเต้นรำและตะโกนด่า ท้าทายอยู่จนวาระสุดท้ายที่ร่างทรุดลงสิ้นใจ"

    "วายลิวายลิผู้หญิงที่แม้ตายก็ไม่ยอมเป็นทาสใคร"

     สายคำรำพึงแล้วก้มลงมองดูตัวเอง

000000000000

 โปรดคอยติดตาม

      

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net