วันที่ ศุกร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องของฝน...(ไม่ใช่น้องฝนนะจ๊ะ)


ว่าด้วยเรื่องของฝน...(ฝนไหนหว่า อิอิ)
วันนี้โยกุอยากจะเขียนเรื่องของฝนเพราะว่าขณะที่นั่งเขียนอยู่นี่ฝนก็ตกปรอย ๆ เป็นแบบนี้มาทั้งวัน
อ้าว ๆ แล้วตอนนี้พี่ฟ้าก็เริ่มคำรามแล้ว...ทำไงดี...ก็อยากเขียนอ่า เหอ ๆ(^.^!!)

เริ่มต้นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์การกระจายของฝน
เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินเวลาเราฟังกรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงเรื่องฝนว่า ฝนบางพื้นที่
ฝนกระจายเป็นแห่ง ๆ หรือฝนเป็นนักร้องค่าเฟ่ (เอ๊ย!!! ไม่ใช่ค่ะนอกประเด็น อิอิ)
แต่เพื่อน ๆ เข้าใจไหมคะว่าความหมายของคำเหล่านี้หมายถึงฝนปริมาณเท่าไหร่ในพื้นที่
วันนี้โยกุเลยนำความหมายที่อ่านเจอใน Internet มาบอกเล่ากันค่ะ

1. ฝนบางพื้นที่(Isolated) หมายถึง มีฝนตกน้อยกว่า 20% ของพื้นที่

2. ฝนกระจายเป็นแห่งๆ (Widely Scattered) หมายถึง มีฝนตกตั้งแต่ 20% ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 40% ของพื้นที่

3. ฝนกระจาย(Scattered) หมายถึง มีฝนตกตั้งแต่ 40% ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 60% ของพื้นที่

4. ฝนเกือบทั่วไป(Almost Widespread) หมายถึง มีฝนตกตั้งแต่ 60% ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 80% ของพื้นที่

5. ฝนทั่วไป(Widespread) หมายถึง มีฝนตกตั้งแต่ 80% ของพื้นที่

ทีนี้เพื่อน ๆ ก็จะประมาณการคร่าว ๆ ได้ว่า
รายงานที่กรมอุตุฯ ได้ชี้แจงนั้นมีฝนตกปริมาณเท่าไหร่
แถมท้ายด้วยเรื่องของ "ร่ม" ค่ะ (ก็ไหน ๆ ก็เขียนเรื่องฝนแล้วนี่นา อิอิ)
เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าเมื่อก่อนสมัยแรกเริ่มนั้นร่มไม่ได้มีไว้กันฝนหรอกค่ะ

“ร่ม” หรือที่เรียกว่า “Umbrella” มีรากศัพท์มาจากคำว่า ”Umbra”
ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า “บังแดด”
ร่มถือกำเนิดขึ้นในดินแดนเมโสโปเตเมีย ประมาณ 3,500 ปีมาแล้ว
ซึ่งดินแดนแถบนี้จะมีพื้นที่เป็นทะเลทรายเกือบทั้งหมด นานๆจะมีฝนตกลงมาสักที
ร่มจึงใช้ในการกันแดดมากกว่ากันฝน

จนเมื่อราว 1,200 ปีก่อนคริสต์กาล ในสังคมอียิปต์เชื่อกันว่า
ท้องฟ้าคือร่างกายของเทพธิดานามว่า “นัต” ซึ่งปกคลุมโลกดุจร่มอันมหึมา
มนุษย์จึงได้คิดสร้างร่มขึ้นไว้เป็นตัวแทนของเทพธิดานัต
เพื่อใช้ปกป้องคุ้มครองผู้ที่อยู่ใต้ร่มเงา ที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงศักดิ์ โดยเฉพาะกษัตริย์

ต่อมา ชาวกรีกได้รับเอาวัฒนธรรมการกางร่มมาจากอียิปต์
ในยุคแรกๆนั้นจะมีความเชื่อว่าผู้ที่จะกางร่มได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจเท่านั้น
แต่ระยะหลังความเชื่อนี้เริ่มจางลง ทำให้คนธรรมดาก็สามารถที่จะเดินกางร่มได้


แต่การกางร่มก็จำกัดอยู่เฉพาะในวงของสตรีเท่านั้น
ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการทำร่มส่วนใหญ่คือ กระดาษ
ต่อมาบรรดาผู้หญิงก็เริ่มที่จะเรียนรู้วิธีการทำร่มแบบใหม่ ที่นอกจากจะกันแดดได้แล้ว
ยังสามารถกันฝนได้ด้วย โดยการใช้น้ำมันทาลงบนร่มกระดาษให้ทั่ว ซึ่งร่มก็จะสามารถกันน้ำได้

จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้ที่กางร่มส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นผู้หญิง
เพราะเนื่องจากว่าผู้ชายกลัวที่จะโดนสบประมาทว่าอ่อนแอ จึงไม่ค่อยมีใครนิยมกางร่มเท่าใดนัก
จนในปี ค.ศ.1750 โจนาส แฮนเวย์ ชายชาวอังกฤษ เป็นชายคนแรกที่ลุกขึ้นมาพกร่ม
ท่ามกลางเสียงเย้ยหยันของคนรอบข้าง แต่เขาไม่สนใจ และยังยืนยันว่าจะพกร่มต่อไป


จนกระทั่งการพกร่มเป็นที่ยอมรับของคนอังกฤษ
ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม จนถึงทุกวันนี้ค่ะ

มาถึงตอนนี้พี่ฟ้าร้องคำรามใหญ่แล้วเห็นทีโยกุคง Up Blog ได้แค่นี้แหละค่ะ
ช่วงนี้ฝนตกค่อนข้างหนัก รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

==YOKUJUNG==

โดย YOKUJUNG

 

กลับไปที่ www.oknation.net