วันที่ เสาร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พื้นที่บนใบหน้า ที่มีค่าคือ...รอยยิ้ม


ว่ากันด้วยเรื่องของรอยยิ้มแล้วก็เห็นแต่จะมีความสุขทุกครั้ง สุขอย่างไหน คนเคยยิ้ม คนเคยรับการยิ้มคงจะรู้ดี เฮ้อ ถ้าโลกเรามีแต่รอยยิ้มให้กัน มีแต่ความรักให้กัน สันติภาพคงเกิดได้คุณ ๆ ว่ากันไหม  ลัลลา ลัลลา

กีตาร์ที่ถูกเล่นพร้อมกับหนังสือเพลงที่ถูกเปิด 2 อย่างนี้ ทำให้ผมมีความสุขทุกครั้ง เพราะผมได้เล่นมันคู่กันไปกับรอยยิ้ม  นี่ถ้าจะพูดถึงเพลงสักเพลงที่มีความหมายดีดี เกี่ยวกับรอยยิ้มแล้ว ผมว่าหนีไม่พ้นเพลงนี้  

“ยิ้มให้ความผิดหวัง“ ของนักร้องน่ารักที่ชื่อ นิโคล เทริโอ ไม่เชื่อลองอ่านมันนะ ถ้าให้ได้สาระกรุณาสะดุดแล้วหยุดคิดเนื้อเพลงตรงที่ผมเน้น ๆ ไว้แล้วกัน

          

 “         เธอบอกไม่เข้าใจ..บอกไม่เข้าใจ...คนอย่างฉัน
           ฉันยิ้มได้อย่างไร..ยิ้มได้อย่างไร
           เมื่อเธอมาบอกกันว่าขอลา
           ฉันที่เคยรักเธอก็ยังรักเธอ
           เหมือนผ่านมา...
          

           ฉันยิ้มเพราะมันเหนื่อย
           ไม่เหลือแรงบีบน้ำตา...ถึงเวลาต้องยิ้มให้มัน

           ยิ้มให้ความผิดหวัง..ดั่งคนคุ้นเคย
           ยิ้มให้ความมืดมน..อย่างคนรู้จักกัน
           นี่คือเพื่อนเก่า..ที่เราต้องเจอเจอะกันมานานแสนนาน

           ร้องไห้ให้กับมัน ช่างดูง่ายดาย
           เหมือนมันไม่ท้าทาย..เท่าเรายิ้มให้มัน
           สุขก็ยิ้มได้..เจ็บก็ยิ้มได้
           ให้ราคามันเท่ากัน...ยิ้มให้มันก็พอ

           ฉันไม่ได้แข็งแรง..ไม่ได้มั่นคง...สักเท่าไหร่
           แค่รู้ว่าบางที...แอบยิ้มตอนที่เสียใจ
           เหมือนอะไรก็ง่ายขึ้นมา         ”

    ว่าง ๆ ลองเปิดมันฟังนะ เออ วันนี้ ไหน ๆ ก็ผ่านมาแล้ว ก่อนจะจากบล็อกนี้ไป  ผมมีอะไรให้อ่าน ๆ กัน มันเป็นบทสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ผมเองถือว่ามันทรงคุณค่าสำหรับช่วงหนึ่งของชีวิตผม เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมว่าเรา ๆ ลองอ่านมันดูนะ

11 โมงกว่า ๆ ณ ส่วนราชการแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร

“สวัสดีครับ ติดต่อคุณ...”      ผมถามพร้อมยกมือไหว้ ผู้ชายคนหนึ่ง เขาใส่เสื้อสีขาว กางเกงสีเทา ผมสีดอกเลาและเกล้ามันไว้เป็นจุก

“เค้าคงเป็นกวีนิพนธ์ คนเพื่อชีวิต จัดเจนในชีวิต อะไรประมาณนั้น”     ผมคิดในใจ

“...ดีใจ มีรอยยิ้ม...คุณสุทธิดา...ครับ”  เขาพูดพลางยิ้มให้กับผมพลาง  ดูเหมือนว่าเขาจะมีความสุข ลักษณะจะชอบรอยยิ้มของใครบางคนมาก ๆ

“ในห้องใหญ่เลยครับ...”     ผมตอบไปพร้อมกับยืดแขนขวาไปทางห้องนั้น

หลังจากเขาเดินเข้าไปในห้องนั้น  ผมก็รู้สึกปลื้มและยิ้มสุขใจไปอีกพักหนึ่ง

“ผมเองเป็นคนยิ้มไม่เป็นเอาเสียเลยกับคนแปลกหน้า  ทำไมผู้ชายคนนั้นจึงดีใจที่ได้เห็นมัน”

“หรือว่าเขามาจากที่ที่ไม่มีรอยยิ้ม ไร้กำลังใจ จึงอิ่มใจกับรอยยิ้มน้อย ๆ รอยนี้”    ผมคิดในใจอีกเป็นครั้งที่สอง

...

...

...

...   จนผู้ชายคนนั้นเสร็จกิจธุระ  เขาเดินออกมาจากห้องที่ได้เข้าไป  ผ่านมาแล้วหยุดตรงหน้าผมอีกครั้งก่อนจะออกจากห้องนี้ไป  และก็ได้ส่งคำทักทายกับผมเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ขอบคุณครับ...สำหรับรอยยิ้ม”    แล้วก็จากไป

ผมไม่รู้หรอกนะว่า เรา ๆจะได้อะไรจากความรู้สึกที่ผ่านข้อความเหล่านี้บ้าง แต่ก็หวังเล็กว่าเรา ๆ จะได้รอยยิ้มจากข้อความธรรมดาตรงหน้านี้

...ขอสันติภาพ ความรัก ความเมตตาและการให้อภัย จงบังเกิดแก่โลกมนุษย์

ขอรอยยิ้ม จงบังเกิดแก่คนทุกคนบนโลกใบนี้…

สุดท้ายจริง ๆ  ฝากไว้หน่อยนะว่า

“การยิ้มได้ เวลามีความสุข ไม่ทรงคุณค่าเท่าการยิ้มที่ยังไหว เวลาเรามีความทุกข์” 

ว่าง ๆ บอกเล่าให้ผมฟังบ้างสิ ว่า ใครคือคนที่คุณอยากยิ้มให้และ ใครคือคนที่คุณอยากให้เขายิ้มให้คุณ

 

-พ.ไพรพฤกษ์-

26 เมษายน 2551

ปล. ลักอะไรเอ่ยไม่ผิดกฎหมาย เฉลย ลักยิ้ม

 

 ขอบคุณภาพดีดีจาก

http://www.89powerzone.com/resizer.php?imgfile=./photo/board/10872.jpg&size=350

http://www.fortuner-club.com/webboard/picpost/Q28177.jpg

 

โดย ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net