วันที่ เสาร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"บิ๊กจิ๋ว" ชี้ ๑๐ อาเพศทำให้บ้านเมืองวิปริต


...การพูดจาในวันนี้ถือว่าค่อนข้างอันตราย เพราะเป็นการพูดจาในสถานการณ์ที่มีโอกาสเผชิญหน้ากัน หวังว่าในวันพรุ่งนี้คงไม่มีคนออกมาต่อว่ากัน คิดว่าสองฝ่าย ทั้ง 'ฝ่ายชอบทักษิณ' และ 'ต่อต้านทักษิณ' ถือว่าเป็นเพื่อนผมและรู้จักดีทั้งคู่ และคงเข้าใจสิ่งที่จะพูดดี..


หมายเหตุ : พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาและบรรยายพิเศษ ในงานสัมมนาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาภาวะผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ ในหัวข้อเรื่อง "ยุทธศาสตร์กู้ชาติและเข็มทิศใหม่ เพื่อผ่าทางตันการเมืองไทย" ที่ศูนย์พัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อวันที่ 25 เมษายน

การพูดจาในวันนี้ถือว่าค่อนข้างอันตราย เพราะเป็นการพูดจาในสถานการณ์ที่มีโอกาสเผชิญหน้ากัน หวังว่าในวันพรุ่งนี้คงไม่มีคนออกมาต่อว่ากัน คิดว่าสองฝ่าย ทั้งฝ่ายชอบทักษิณ และต่อต้านทักษิณ ถือว่าเป็นเพื่อนผมและรู้จักดีทั้งคู่ และคงเข้าใจสิ่งที่จะพูดดี ว่าจะนำเอาเรื่องที่เป็นประโยชน์มาพูด ซึ่งขณะนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหามาก อกสั่นขวัญแขวนว่าจะฝ่าอุปสรรคบ้านเมืองขณะนี้ไปได้อย่างไร ผมเขียนเอกสารบรรยายไว้ให้ด้วยว่า ขณะนี้บ้านเมืองมีสิ่งที่อาเพศ 10 ประการ เป็นเรื่องการแหย่ เป็นเรื่องการคิดกระตุ้นความรู้สึก ผมไม่ต้องการให้อ่านแล้วเชื่อ

ทั้งนี้ เนื้อหาอาเพศ 10 ประการในเอกสารการบรรยายของ พล.อ.ชวลิต ได้ระบุดังนี้ว่า ประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ขาดผู้นำทางความคิดที่ถูกต้อง จึงเกิดปรากฏการณ์ทางการเมืองที่วิปริตผิดเพศ ที่เรียกว่า "อาเพศประเทศไทย 10 ประการ" คือ

1.การเมืองปัจจุบัน เป็นการเมืองเรื่องตัณหา ไม่ใช่การเมืองเรื่องคุณธรรม 2.พรรคการเมือง ทำเป็นแต่การหาเสียงเลือกตั้ง แต่ทำการจัดตั้งประชาธิปไตยไม่เป็น 3.ส.ส.เป็นได้แต่ผู้แทนผลประโยชน์ของปัจเจกชน แต่เป็นผู้แทนประโยชน์ของปวงชนไม่ได้ 4.ทหาร ทำเป็นแต่รัฐประหาร แต่ทำการปฏิวัติไม่เป็น 5.นักเคลื่อนไหว ทำเป็นแต่ม็อบ (Mob) แต่ทำแมส (Mass) ไม่เป็น 6.นักวิชาการ คิดเป็นแต่รัฐธรรมนูญ แต่คิดเป็นลัทธิประชาธิปไตยไม่เป็น 7.ผู้นำ ซึ่งนำเป็นแต่ม็อบและองค์กร แต่ทำทางการเมือง ความคิดจิตวิญญาณไม่เป็น 8.รัฐบาล สร้างเป็นแต่รัฐธรรมนูญ แต่สร้างประชาธิปไตยไม่เป็น 9.สื่อมวลชน สะท้อนได้แต่ปรากฏการณ์ แต่สะท้อนธาตุแท้ไม่เป็น 10.รัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่เป็นนโยบาย แต่ไม่ทำหน้าที่เป็นกฎหมาย

การเมืองในปัจจุบัน คือมีหลักการปกครองเป็นเผด็จการ แต่มีรูปการปกครองเป็นประชาธิปไตย นั่นคือ ระบอบเผด็จการ เพราะอำนาจอธิปไตยในตอนนี้เป็นของคนส่วนน้อย แต่มีระบบประชาธิปไตย ซึ่งในรูปของการปกครองแบบรัฐสภา ซึ่งพรรคการเมืองของไทยก็ยังไม่มีความเป็นพรรคการเมืองจริง เพราะเป็นพรรคของปัจเจกชนคนใดคนหนึ่ง ไม่สามารถสร้างสถาบันที่ดีได้ ตรงกันข้ามกลับมีการกระชับอำนาจเผด็จการมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ ส.ส.เป็นเพียงผู้แทนของปัจเจกชนคนส่วนน้อย ทั้งหมดนี้ทำให้การเมืองยังตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการและไม่สามารถเปลี่ยนเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้

ขณะนี้ กำลังเป็นห่วงบ้านเมืองว่าจะมีความขัดแย้ง ขว้างปากัน และห่วงว่าเจ้าหน้าที่จะดูแลกันดีหรือไม่ ทหารจะออกมาอีกหรือไม่ วงจรบ้านเมืองจะเป็นแบบนี้อีกหรือไม่ เพราะวงจรเช่นนี้มีมา ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2545 เป็นต้นมา เมื่อย่ำรุ่ง คณะราษฎร ได้สร้างประเทศให้ไปสู่ความเจริญก้าวหน้า อยากจะตั้งคำถามว่าเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ การสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้นที่สี่แยกคอกวัว โดยมีสัญลักษณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องหมายของประชาธิปไตย อยากถามว่าคนไทยเชื่ออย่างนั้นจริงๆ หรือไม่

วันนี้มีรัฐธรรมนูญ 18 ฉบับ ผมเลยบอกว่าไม่เป็นไร จะมี 19 ฉบับก็ได้ แต่ปัญหาสำคัญที่บ้านเมืองไม่ถึงจุดที่ต้องการจริงหรือยัง ทั้งที่ทุกคนรู้ว่าการเมืองเป็นจุดที่สร้างประชาธิปไตย และประชาธิปไตยเป็นแบบเสรีนิยมนั้นสอดคล้องกับรูปแบบเศรษฐกิจไทยมากที่สุด แต่ขณะนี้คำถามที่ว่าเหตุใดบ้านเมืองจึงมีปัญหา ทำไมนายกรัฐมนตรีจึงยังมีปัญหา คนดีๆ มาเป็นนายกฯก็มีมาเยอะแยะ หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ จอมพลถนอม กิตติจร หรือคุณสมัคร สุนทรเวช ก็คนดีๆ กันทั้งนั้น ทำไมยิ่งบริหารบ้านเมืองยิ่งมีปัญหา จอมพลแปลก พิบูลสงคราม บริหารมา 14 ปี แต่ท้ายสุดไม่มีที่อยู่ จอมพลถนอม เช่นเดียวกัน บริหารประเทศมา 11 ปี อยู่ไม่ได้เหมือนกัน พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนดีแต่ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน

พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยพูดกับผมว่า ประเทศไทยสามารถบริหารบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า แต่คนจนก็มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ การแก้รัฐธรรมนูญนั้นมีการปรับเปลี่ยนมาหมดแล้ว ทั้งระบบกึ่งประธานาธิบดี ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ตั้งกรรมาธิการสอบฝ่ายบริหารได้ หรือต่อมาให้บริหารมีอำนาจแข็งแกร่งก็มีการเปลี่ยนอีก

นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา ผมพูดอาจจะผิดก็ได้ แต่การที่พ่อแม่เรา ผู้ที่เราเคารพ สมัยคณะราษฎรกำหนดแต่แรกว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่สร้างระบบประชาธิปไตย ตรงนี้มั้งที่อาจจะเป็นปัญหา ไม่มีรัฐธรรมนูญบ้านเมืองไหน ที่จะทำได้ขนาดนั้น เราคิดกันตรงนี้หรือไม่ รัฐธรรมนูญ เป็นตัวนำ ผู้คนมาร่วมกันอยู่ การเมืองต้องมาส่งเสริมเศรษฐกิจ คนไทยเราฝังใจ และคิดกันว่า ให้ชื่อกันว่า พวกถือลัทธิรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ เป็นแก้วสารพัดนึก ผิดแล้วมั้ง ตรงนี้ ผมพูดมาแล้ว 10-20 ปี หน้าหนังสือพิมพ์มีแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ จะฆ่ากันตายก็ด้วยเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดที่จะชี้ให้เห็นไม่ใช่รัฐธรรมนูญไม่สำคัญ แต่ไม่ใช่ว่าให้ความสำคัญจนลืมสิ่งอื่นๆ เช่น การช่วยเหลือประชาชน หรือเปลี่ยนแนวทางจับมือการสร้างประชาธิปไตย ไม่ใช่ทะเลาะกันทุกวันนั้น

ถามว่าปัญหาการเมืองคืออะไร คือมี 2 ฝ่ายตีกันอยู่ ฝ่ายหนึ่งคือโปรทักษิณ คุณทักษิณอาจเป็นเหยื่อก็ได้ ความขัดแย้งระหว่างทุนสามานย์กับศักดินาล้าหลัง มีการดึงอะไรกันขึ้นมา กรุณาเถอะครับ พระมหากษัตริย์ ในจักรีวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์ 10 กว่าปี เท่ากับที่กษัตริย์ญี่ปุ่น กว่าจะทรงดึงอำนาจมา เรื่องการเลิกทาส เปลี่ยนเป็นเทศาภิบาล เป็นขั้นเป็นตอน ขั้นที่ 3 สร้างรัฐชาติ ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยให้สำเร็จ การเผชิญหน้าเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญสามารถแก้ได้ ต้องแก้ ปัญหาเผชิญหน้าอยู่ที่รัฐธรรมนูญ เอาสิ่งนี้ให้พี่น้องส่วนใหญ่ให้ประชาชนได้รู้ เมืองไทยจริงๆ มันมีกระบวนการไม่หวังดี กระบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า มีมากน้อยเท่าไร ไม่รู้ ไม่พูดกันดีกว่า แต่ตอนนี้ขอให้แก้ปัญหาของชาติให้ได้ เพื่อให้ประชาธิปไตยตอบสนองประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11004

โดย จงเจริญ

 

กลับไปที่ www.oknation.net