วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๕


๕.เด็กปีศาจ

       ในต้นครีสต์ศักราชที่ 19  บริษัท อินเดียตะวันออกของอังกฤษที่อยู่ในกัลกัตตา อินเดีย นำฝิ่นออกเป็นสินค้าโกยกำไรมหาศาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้        อันนำไปสู่สงครามฝิ่นในจีนในเวลาต่อมานั้น  การล่าแมวน้ำในหมู่เกาะ Furneaux  ในช่องแคบแบส ก็เกิดมีขึ้นอย่างบ้าระห่ำ ในฤดูที่แมวน้ำขึ้นมาผสมพันธุ์และเลี้ยงลูกอ่อนคือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง ปลายมีนาคม ของทุกปี

       เกาะเล็ก ใหญ่ ที่รวมป็นหมู่เกาะนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นภูเขาและเนินดิน บนผืนแผ่นดินที่ต่อเชื่อมระหว่างเกาะใหญ่ออสเตรเลีย กับ ทัสมาเนีย (เดิมนั้น ชื่อ แวนไดเมนส์แลนด์)ให้เป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน  ครั้นเกิดยุคน้ำแข็งละลายยุคสุดท้ายเมื่อประมาณหมื่นปีมาแล้ว ระดับน้ำทะเลก็สูงขึ้น พื้นแผ่นดินชายฝั่งบางส่วนจมหาย   ทัสมาเนียก็ถูกตัดออกจากแผ่นดินใหญ่โดยช่องแคบแบส  ยอดเนินเขาสูงหลายลูกจึงกลายเป็นเกาะผุดโผล่อยู่กลางมหาสมุทร      บางเกาะเต็มไปด้วยโขดหินที่เรือแล่นเข้าไม่ได้  การเดินเรือของชาวอาณานิคมสู่ทัสมาเนีย สมัยแรก ๆ นั้นต้องพยายามหลบหลีกจากหินโสโครกซึ่งขวางกั้นมหาสมุทร  บางเกาะค่อนข้างใหญ่  ฟลินเดอร์สนั้นกว้างประมาณ 29 กิโลเมตร  ยาวประมาณ 64  กิโลเมตร มีเนื้อที่ถึงครึ่งล้านเอเคอร์  เกาะที่มีขนาดรองลงมาคือ แคบแบเรน นั้น มีเนื้อที่ประมาณ หนึ่งแสนเอเคอร์  ภายในเกาะเป็นผืนดินอุดมสมบูรณ์   มีสัตว์ประเภทมีกระเป๋าหน้าท้องเช่น จิงโจ้ วอลล่าบีอยู่มากมาย รวมทั้งสัตว์จำพวกหนู กระรอก กระแต อย่างตัวพอสส่อม และนกต่าง ๆ ทั้งประเภภที่มาเยือนตามฤดูกาล และที่มีอยู่ประจำอีกมากมาย

         ใครจะไปนึกว่าที่นี่คืออาณาจักรแห่งแมวน้ำที่มีจำนวนมากมายก่ายกอง  ซึ่งหนังและน้ำมันของมันเป็นที่ต้องการมากของชาวยุโรป และอเมริกาในสมัยนั้น

        เรื่องมันเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ  คือ ในปี ค.ศ. 1790 เรือสำรวจจากซิดนีย์ลำหนึ่ง  ( Sydney Cove)  บังเอิญมาอัปปางลงใกล้หมู่เกาะเหล่านี้  ทางรัฐบาลอาณานิคมจึงส่งเรือ  Francis ออกค้นหา เพื่อช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งในปี 1798 เรือชื่อ  Nautilus     ได้ออกสำรวจ และกลับสู่ซิดนีย์พร้อมด้วยหนังแมวน้ำจำนวน9000 ผืนจากเกาะใดเกาะหนึ่งในช่องแคบแบส

          นั่นเป็นเส้นเชือกชักน้าวเอาผู้คนนักล่าแมวน้ำ นักแสวงโชค หาความร่ำรวยทั้งหลายให้ออกเดินทางสู่หมู่เกาะในช่องแคบแบสมากมาย  ในปีต่อ ๆ มา แมวน้ำถูกล่า ถูกฆ่าขึงเอาหนัง เคี่ยวเอาน้ำมัน ปีละหลาย ๆ หมื่นตัว 12 ปีต่อมาแมวน้ำที่เคยมีอยู่มากมายก็ร่อยหรอลง  เรือล่าแมวน้ำก็ห่างหายไป

        แต่ก็ยังมีชายนักล่าแมวน้ำจำนวนไม่น้อยที่ปักหลักมั่นคงอยู่บนเกาะ  ทุกคนมีหญิงชาวพื้นเมืองอยู่ด้วยเป็นทั้งเมีย และคนงานทำงานให้เขา  บางคนมีผู้หญิงอยู่ด้วยนับสิบ  ทั้งวัยเด็ก วัยสาว และวัยชรา ผู้หญิงเหล่านี้บางคนถูกมัดมือมัดเท้านำเอามาแลกสินค้าราคาน้อยนิด หรือนำมาขายโดยผู้ชายชาวเผ่าไปขโมยเธอมาจากเผ่าอื่น ๆ หรือสู้รบแย่งเอามาจากเผ่าผู้แพ้  และชายนักล่าแมวนำคนหนึ่งในนั้นชื่อจอร์จ บริกส์ เขามีผู้หญิงอยู่ด้วยถึงสิบสามคน รวมทั้งวาตามูติยาลูกสาวหัวหน้าเผ่าริงการูมาที่ค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันจนเกิดความผูกพันกลายเป็นเพื่อนของเขาด้วย

        ชายชาวผิวขาวบนเกาะเหล่านี้บางคนเป็นนักโทษหนีมา  หลายคนก็มีใจเมตตาเลี้ยงดูพวกเธอไว้แบบภรรยาของเขาก็มีไม่น้อย  เพียงแต่เขาอาจมีภรรยามากหน่อยซึ่งก็ไม่ต่างจากผู้ชายชาวเผ่ามากนัก  บางทีอาจมีการแชร์ภรรยากับผู้ชายอื่น ๆ หรือเปลี่ยนมือแลกเปลี่ยนสิ่งของออกไปบ้างก็มี ชายบางคนทำตัวเป็นเสมือนเจ้าของฮาเร็มเลยก็มี

       แน่นอนเมื่อมีการอยู่กินสมสู่ระหว่างชายหญิง ก็ย่อมมีชีวิตปฏิสนธิ์ขึ้นภายในครรภ์ เป็นธรรมชาติ ธรรมดา

      แต่..ที่ไม่ธรรมดาก็คือ

     เด็กทารกที่เกิดมาเหล่านี้  เป็นเด็กที่มีสายเลือผสมระหว่างคนต่างเผ่าพันธุ์  และไม่ได้ประกอบพิธีในศาสนาใด จึงถือว่าเป็น  "เด็กปีศาจ"   นอกศาสนา หากเลี้ยงดูให้เติบใหญ่ก็คงมีหน้าตารูปร่างผิดเผ่าพันธุ์ไม่เป็นที่ยอมรับทั้งฝ่ายผิวขาวผู้เป็นพ่อ  และฝ่ายผิวสีชาวเผ่าทั้งปวง  จึงต้องกำจัดทิ้งไป  ตั้งแต่มันพ้นออกมาจากท้องแม่  ตั้งแต่เสียงร้องครั้งแรกที่มันเปล่งออกมาเมื่อลืมตาดูโลก 

       และเด็กปีศาจคนหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ  "ดอลลี่"

      แม้ในเวลาต่อ ๆ มา ผู้เป็นพ่อแม่ของเด็กที่เกิดมาในสถานการณ์นี้หนีไม่พ้นความเป็นคน เป็นมนุษย์ผู้มีจิตวิญญาณรักใคร่ในสายเลือดของตน ได้เลี้ยงดูโอบอุ้มจนเติบใหญ่กลายมาเป็นบรรพบุรุษของชาวอะบอริจินทัสมาเนียที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ตาม  แต่ในช่วงปีแรก ๆ ที่ดอลลี่เกิดเด็กเหล่านี้ไม่เป็นที่ต้องการของชนใด ๆ

       แต่ดอลลี่น้อย  ลูกสาวของวาตามูติยา กับจอร์จ  บริกส์ เธอเกิดมาลืมตาใสแจ๋วมองดูแม่  ด้วยความบริสุทธิ์สวยงามราวกับหิมะบนยอดเขาเบนโลมอนด์ที่อยู่ของชาวเผ่าของผู้เป็นตา และยาย ของเธอกระนั้น  วาตามูติยาจึงทำลายชีวิตน้อย ๆ ที่แสนบริสุทธิ์นี้ไม่ได้  และนางก็ถือว่าลูกน้อยของนางมาจากสรวงสวรรค์  จุติมาพร้อมกับสายรุ้งแสนงาม

   ฝ่ายบริกส์ ผู้เป็นพ่อก็ไม่ใจดำพอจะกระชากร่างทารกน้อยสายเลือดของเขาออกจากอ้อมกอดแสนแน่นเหนียวของนางวาตามูติยาได้  เขาจึงปล่อยให้นางอุ้มทารกน้อยกินนมแนบอก และช่วยบอกนางถึงการเลี้ยงดูด้วยวิธีที่ถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติที่เขาคุ้นเคย  และช่วยปกป้องเด็กน้อยจากคนอื่น ๆ

         แต่บริ๊กส์ก็ไม่เคยอยู่ติดที่  เขามักออกเดินทางไปกับเรือเป็นเวลาแรมเดือนแรมปีกว่าจะกลับมาอยู่บ้านที่มีพวกผู้หญิงที่เขาสอนให้ปลูกผัก และมันฝรั่งไว้คอยเขา   ดังนั้นเมื่อบริกส์ออกเดินทางอีกที ทารกน้อยที่น่าสงสารจึงไร้คนปกป้องคุ้มครอง  เหล่าผู้หญิงมองวาตามูติยาเหมือนหนึ่งเป็นแม่ของปีศาจที่น่ากลัว น่าขยะแขยง  ไม่มีใครอยากเข้าใกล้  หลายคนพยายามมาแย่งลูกน้อยของเธอจะเอาไปทำลายทิ้ง

   "กดหัวลงน้ำ  หรือจับขาเหวี่ยงไปที่โขดหินก็สิ้นปีศาจแล้ว"  หลายคนว่า 

       นั่นยิ่งทำให้วาตามูติยากอดลูกน้อยของนางแน่นขึ้น  ในที่สุดนางจึงหอบลูกน้อยหนีจากเกาะนั้นสู่ฝั่งทัสมาเนีย  มุ่งหน้าไปหาพ่อ แม่ พี่ น้องที่เชิงเขาเบนโลมอนด์  อย่างน้อยคนที่นั่นคงยอมรับได้ ในฐานะที่นางเป็นลูกสาวคนหนึ่งของหัวหน้าเผ่า

        ค่ำคืนบนฝั่ง ไม่ห่างจากอ่าวบินนาลอง (Binnalong  Bay) นัก วาตามูติยาอาศัยแสงดาว อุ้มลูกน้อยไว้แนบอก เดินฝ่าพงหญ้า จากชายทะเลมุ่งหน้าสู่แผ่นดินใหญ่ด้วยหัวใจเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ  มีพลังแห่งรักและห่วงใยในสายเลือดเป็นเครื่องผลักดันให้ฟันฝ่า

        ทันใดนั้น  ไกลออกไปวาตามูติยามองเห็นแสงไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ที่เชิงเขาข้างหน้า  ทำให้ความหวังพวยพุ่ง  เท้าเล็ก ๆ เปลือยเปล่าก้าวย่ำมุ่งหน้าไปที่นั่นอย่างแทบจะเป็นวิ่งด้วยความดีใจ

       ผู้คนกลุ่มหนึ่งอาจเป็นชาวเผ่าเพื่อนบ้านกับเผ่าของพ่อ กำลังทำพิธี Corroboree เฉลิมฉลอง  โดยการเต้นรำไปรอบ ๆ กองไฟ ครั้นเห็น วาตามูติยา พวกเขาก็ชะงักการเต้นรำ แล้วต่างกระโจนเข้ามารุมล้อม

       ด้วยชื่อเสียงของบริกส์     และความเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่าผู้กว้างขวางทำให้ทุกคนรู้จักเธอ  และข่าวการหลบหนีพร้อมลูกน้อยก็คงเล็ดรอดมาถึงพวกเขาก่อนแล้ว  เขาจึงกระโจนเข้ามาหาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ  และทันใดนั้นมือหยาบคายของใครบางคนก็ฉกเอาลูกน้อยในอ้อมกอดของเธอไป โยนเข้ากองไฟทันที

    เสียงเด็กร้องจ้า ร่างเล็กกระจิ๋วหลิวนั้นดิ้นกระแด่ว ๆ ในกองไฟ  เสียงกลอง Corroboree รัวกระหน่ำ  เหล่านักเต้นดีดตัวกระโดดโลดเต้นอย่างลิงโลดขึ้นอีก  บ้างตะโกนบอกเทพปีศาจให้มารับร่างนางปีศาจน้อยสายเลือดครึ่ง ๆ ของคนขาวและคนดำ

        วาตามูติยาเหมือนถูกกระชากเอาหัวใจออกจากร่าง  นางสวมวิญญาณไฮยีน่า ไทลาซิน เสือป่าทัสมาเนีย แล้วกระโจนเข้าคว้าเอาร่างลูกน้อยออกจากกองไฟ แล้วออกวิ่ง วิ่ง วิ่ง...ไม่คิดชีวิต

         หยุด !!...นะ นังปีศาจ

         เสียงตะโกนโหวกเหวกของผู้คนที่ติดตามมา  แข่งกับเสียงลูกน้อยกรีดร้องเป็นเสมือนพลังลึกลับดีดส่งให้ วาตามูติยา วิ่งหลบหนีอย่างว่องไว

         เด็กน้อยที่ร่างเหวอะหวะด้วยรอยไฟไหม้ให้เจ็บปวด ยังถูกแม่พาวิ่งกระทบกระเทือนจนขวัญน้อย ๆ โบยบินและเงียบเสียงลง นั่นกลับเป็นผลดีให้แม่หยุดซ่อนตัว   ใต้ขอนไม้ยูคาลีปที่มีผู้คนโค่นลงมากมายก่ายกอง  เธอกอดร่างลูกน้อยไว้แนบอกแล้วหมอบนิ่ง กลั้นหายใจ จนเหล่าผู้ติดตามผ่านเลยไปมองไม่เห็นตัวเธอ  นั่นแล้วหญิงแม่ลูกอ่อนที่น่าสงสารจึงได้จัดการพยาบาลให้ลูกคลายความเจ็บปวดจากบาดแผล โดยใช้น้ำนมอันกลั่นมาจากสายเลือดของตัวเองชะโลมร่างเล็ก ๆ ที่สั่นระริกในอ้อมกอดให้ผ่อนคลาย  แล้วออกเดินกระเซอะกระเซิงระหกระเหินหลงทางรอนแรมหลายวันหลายคืนจึงมาถึงทุ่งโล่งชายป่า อันเป็นฟาร์มใหญ่ของนายแพทย์จาคอบ  เด็กปีศาจน้อยจึงมาถึงมือของเจ้าของฟาร์มผู้ใจบุญ 

         ดร.จาคอบ เป็นศัลยแพทย์ประจำอาณานิคมทีย้ายจากเมืองโฮบาร์ต เมืองหลวงของทัสมาเนีย มาประจำที่ภาคเหนือ และได้ทำฟาร์มใหญ่เนื้อที่ 600 เอเคอร์บนทุ่งราบ  Norfolk  Plains  เขาเคยได้ยินเรื่องของบริกส์คนนั้นอยู่บ้าง  และเขาก็คือพ่อบุญธรรมผู้ประคบประงม        พลิกชีวิตทารกปีศาจให้เติบโตเป็นนางฟ้าน้อย ๆ และให้ชื่อเธอว่า ดอลลี่ ดาล์ริมเพิล แต่นั้นมา

         "สายคำ..."

         "แม่ครับ"

          เสียงชายสองคนสามีฝรั่ง  และลูกชายคนไทยของสายคำดังขึ้น  หยุดดอลลี่ที่กำลังเล่าเรื่องราวยืดยาวของเธอไว้เท่านั้น  สายคำเช็ดน้ำตาที่รินหลั่งให้กับเพื่อนต่างภพที่น่าสางสาร  เงยหน้าขึ้นมากราดสายตามองสองชายผู้มาขัดจังหวะด้วยความรู้สึกกึ่งโกรธ กึ่งขัดใจ

        "แม่!!"

        "มายกอดส์ส์..."

สองชายตาค้าง  ก่อนอ้าปากเปล่งเสียง ออกมาพร้อมกัน   ด้วยไม่เชื่อสายตาของตนเอง  เพราะใบหน้าที่เงยขึ้นมาเหยียดยิ้มให้พวกเขานั้น

ไม่ใช่สายคำ

000000000

โปรดติดตาม

     

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net