วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้กำกับคนที่สี่ นกกระดาษสองตัว


เรื่องที่สี่

นกกระดาษสองตัว

 

บทความต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์คุณดนุนันท์  บุษยเมฆ  ผู้กำกับหนุ่มอายุ ๒๓ ปี  กับผลงานชิ้นแรกของเขา  นกกระดาษสองตัว  ซึ่งเพิ่งออกสู่สายตาสาธารณชนเมื่อต้นปีนี้เอง  มันเป็นผลงานที่ทำเงินไม่มากนัก  เรียกว่าแค่เสมอตัวในทางธุรกิจ  แต่กลับได้รับความสนใจจากนักวิจารณ์เป็นอันมาก  กลายเป็นความหวังใหม่ในวงการภาพยนตร์  เพราะความอายุน้อยและความโดดเด่นของผลงานของเขา

 

 

บทความนี้  ตัดตอนมาจากเทปบันทึกการสัมภาษณ์  ขณะนั่งคุยกันอยู่ในบ้านของเขา  ซึ่งเป็นตึกใหญ่สี่ชั้น

 

ผู้สื่อข่าว          อะไรคือความโดดเด่นในหนัง นกกระดาษสองตัว 

ดนุนันท์          คงเป็นเพราะมีคนมองเห็นการจัดโครงสร้างใหม่  ผมสร้างหนังคิดว่าเนื้อเรื่องสำคัญน้อยกว่าวิธีการเล่าเรื่อง  และนั่นหมายถึงการจัดโครงสร้างใหม่  หนังทุกวันนี้มีนับพันนับหมื่นเรื่อง  แต่ส่วนใหญ่มีโครงสร้างเหมือนกัน  เปรียบเหมือนเรากำลังกินอาหารที่มีสารอาหารเดียวกัน  ผมคิดว่าเป็นการเสียเปล่าทางพลังงาน

ผู้สื่อข่าว          การจัดโครงสร้างใหม่เป็นยังไง

ดนุนันท์          มันเหมือนการจัดไวยากรณ์ใหม่  ทำให้เราสามารถรับรู้ความรู้สึกหลายอย่างที่ถูกปกปิด  และการถูกปิดนานมาก  ก็เลยสูญหายไปเลย  เช่นหนังเรื่อง  นกกระดาษสองตัว  นี้  ที่จริงเป็นเรื่องของมิตรภาพคนสองคน  แต่พวกเขาเพิ่งมาพบกันในหนัง  ก็อีกห้านาทีหนังก็จบแล้ว  เรียกว่า  ตอนจบของเรื่องหนังของผม  แท้จริงเป็นเพียงตอนเริ่มต้นของหนังคนอื่น  ปกติหนังถ้าจะเล่าเรื่องมิตรภาพ  จะต้องเล่าให้คนสองคนรู้จักกันในตอนต้นเรื่อง  แล้วหนังก็ดำเนินไปอีกสองชั่วโมงจนจบ  แต่หนังของผมแสดงให้คนสองคน  ซึ่งไม่รู้จักกัน  เหมือนเป็นหนังสองเรื่องซ้อนกัน  คล้ายแม่น้ำสองสายที่แยกจากกัน  แต่คนดูจะรู้จากรายละเอียดทีละน้อย  เหมือนตามสายน้ำสองสายนี้ไปเรื่อย  ก็จะมองออกว่า  พวกเขาสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน  และเมื่อพวกเขาสองคนมาเจอกันจริงๆ  ก็เป็นฉากที่ซึ้งมาก  เพราะมันเตือนใจให้เรารู้ว่าการที่คนสองคนที่จะมาเป็นเพื่อนรักกันได้นั้น  ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ  มันอาจดูเหมือนง่าย  เมื่อเจอกันแล้ว  แต่หากเราย้อนมองดูจากจุดเริ่มต้น  ตั้งแต่วันที่ยังไม่รู้จักกันเลย  มันเป็นความพิเศษพิสดารอย่างที่สุด  การเล่าเรื่องที่เหมือนหนึ่งเรารู้จักกันดี  แต่ทำให้กลายเป็นเรื่องเร้นลับอย่างที่สุดคือหัวใจของหนังของผม  และนี่คือการสร้างโครงสร้างใหม่

ผู้สื่อข่าว          อะไรเป็นแรงบันดาลใจ

ดนุนันท์          มีวันหนึ่งผมดูหนังฝรั่งเศสเรื่องหนึ่ง  สนุกมากเลย  ทั้งที่เนื้อเรื่องแสนจะธรรมดา  คือมันเป็นหนังที่ผู้ชายคนหนึ่งนอกใจเมียของเขา  ก็เท่านั้นเอง  มันน่าจะเป็นหนังที่น่าเบื่อที่สุด  แต่ทำไมผมดูอย่างมีความสุข  และตื่นเต้นเร้าใจตลอดเรื่อง  สาเหตุมาจากวิธีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม  และเพราะการวางตัวละครอย่างคาดไม่ถึง  คือคนที่เป็นเมียน้อย  หน้าตาจืดชืดมาก  ในขณะที่คนที่เป็นเมียหลวง  กลับสวย  พราวเสน่ห์  เวลาดูเราจะพิศวงตลอดเวลาว่าเกิดอะไรขึ้น  เกิดขึ้นได้อย่างไร  ทำไมผู้ชายคนนี้นอกใจเมียที่แสนสวย  และมีอะไรดึงดูดใจเขาในตัวผู้หญิงหน้าตาธรรมดาคนนั้น  เราจะเห็นว่าหนังน้ำเน่าธรรมดาที่สุด  กลับกลายเป็นหนังที่เร้นลับ  น่าประหลาด

 

ผู้สื่อข่าว          การวางหนัง  ให้ตอนจบคือตอนเริ่มต้นนี้  เหมือนภาษาบางภาษาที่ประธานและกรรม  สลับตำแหน่งกัน  เปรียบอย่างนั้นได้ไหม

ดนุนันท์          ครับ  ภาษาบางภาษามีโครงสร้างแปลกประหลาดมาก  เพียงแต่เราอาจไม่คุ้นเคย  โครงสร้างเหล่านั้น  ไม่ได้มีมาเพื่อความแปลกหรอกนะครับ  แต่แสดงอารมณ์  ความรับรู้  และจิตสำนึกที่เฉพาะตัวของเผ่าพันธุ์พวกเขาด้วย

ผู้สื่อข่าว          ถ้าเช่นนั้น  ทำไมคุณไม่สร้างหนังรัก  ให้พระเอกนางเอกมาเจอกันในตอนจบ

ดนุนันท์          ก่อนที่ผมจะสร้าง  นกกระดาษสองตัว  ผมคิดว่าจะสร้างหนังอะไรดี  ผมคิดพล็อตเรื่องสามแบบ  แบบแรกคือหนังรัก  ที่พระเอกนางเอกมาเจอกันในตอนจบ  มันโรแมนติกดี  แต่คิดดู  กลับยังไม่ซึ้งเท่าการเป็นเพื่อน  แบบที่สอง เป็นหนังสืบสวน  ตัวเอกสองคนเป็นตำรวจ  แต่ต่างพื้นที่และไม่รู้จักกัน  ต่างสืบสวนคดีคนละคดีกัน  แต่แล้วสองคดีนั้นก็โยงเข้ามาหากัน  เป็นเรื่องของคนทำงานสองคนที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่เข้าขากันอย่างที่สุด  แต่ก็เช่นกัน  พวกเขาจะมารู้จักกันในตอนจบ  ผมไม่เลือกสร้างเรื่องนี้  เพราะบทเรื่องนี้มันน่ากลัวเกินไป  ตื่นเต้นเกินไป  เกินกว่าที่คนดูจะรับสารสิ่งที่ผมต้องการแสดงออก  ส่วนแบบที่สามคือเป็นเรื่องของเพื่อน  ระหว่างผ้ชายสองคนที่ทั้งคู่ก็เป็นคนแปลกแยกจากสังคมรอบตัว  เป็นคนโดดเดี่ยว  เงียบเหงา  ผมคิดดูแล้วกลับพบว่า  มิตรภาพ  แม้จะดูธรรมดาที่สุด  แต่ในคอนเซ็ปต์จุดจบคือจุดเริ่มต้นนี้ กลับกินใจสูงสุด

 

ผู้สื่อข่าวสังเกตว่าบ้านหลังใหญ่ของเขามีสี่ชั้นก็จริง  แต่เมื่อเขาพาเดินดูก็พบว่าในนั้นมีเพียงสองชั้นที่ใช้งาน  คือชั้นหนึ่งกับชั้นสี่  ในขณะที่ชั้นสองกับชั้นสามกลับปล่อยว่าง  ซึ่งแปลกมาก

 

ผู้สื่อข่าว          ทำไมบ้านของคุณถึงปล่อยว่างสองชั้น  เป็นเจตนาหรือเปล่า

ดนุนันท์          ครับ  ผมเป็นนักจัดโครงสร้าง  ผมคิดว่าการจะจัดโครงสร้างได้ต้องมีพื้นที่ว่าง  ดังนั้นผมจึงปล่อยที่ว่างมากเพียงพอ  วันใดที่ผมใช้พื้นที่หมดสี่ชั้น  ผมกลับอึดอัด  คิดอะไรไม่ออก  ทำอะไรไม่ได้  ครั้งหนึ่งผมเคยทำอย่างนั้น  และเข็ดแล้ว  ทุกวันนี้ผมจะปล่อยที่ว่างไว้ให้มากเพียงพอ  

ผู้สื่อข่าว          เหมือนหนังของคุณ

ดนุนันท์          ครับ  เมื่อหนังจบลง  มันจึงเพิ่มเริ่มต้นขึ้น  ในใจของผู้ดู

 

 

โดย ฟ้าพูลวรลักษณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net