วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้กำกับคนที่เจ็ด


เรื่องที่เจ็ด

การล่วงผ่านของเวลา

 

 

บทความต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์คุณนิจรินทร์  พรหมประวัติ  ผู้กำกับละครหญิง  อายุ ๔๕ ปี  และเธอยังเป็นผู้ทำรายการสารคดี  นักจัดรายการทีวี  ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรายการ  การล่วงผ่านของเวลา  ซึ่งมีเรทติ้งสูงสุดในเมืองไทยขณะนี้ 

 

ผู้สื่อข่าว          คุณนิจรินทร์เข้ามาสู่วงการทีวีตั้งแต่อายุยังน้อยเลยใช่ไหม

นิจรินทร์          ค่ะ  ตอนนั้นดิฉันอายุยี่สิบกว่าปี  เรียกว่าเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยใหม่ๆ

ผู้สื่อข่าว          และคุณก็ได้เป็นผู้กำกับละครอยู่สองสามเรื่อง

นิจรินทร์          ค่ะ  ดิฉันกำกับละครอยู่สามเรื่อง  คือ คนโปร่งใส  เทพธิดาเปลือย  สองสาวจอมยุ่ง  จากนั้นดิฉันก็หมดความสนใจที่จะทำละครอีก  ดิฉันหันไปทำรายการสารคดีอยู่ชุดหนึ่งชื่อ  แผ่นดินสีเขียว  ล่าสุดคือรายการ  การล่วงผ่านของเวลา

ผู้สื่อข่าว          แต่มันทำให้คุณหายหน้าหายตาไปจากวงการถึงสิบสองปี  จนบางคนคิดว่าคุณเลิกอาชีพนี้ไปแล้ว  แต่หลังจากกลับมาใหม่  เพียงสามปี  รายการนี้ก็ดังระเบิด  สร้างปรากฏการณ์ที่เหลือเชื่อ 

นิจรินทร์          ที่จริงดิฉันทำงานอย่างต่อเนื่อง  เพียงแต่รายการ  การล่วงผ่านของเวลา  เป็นงานที่ต้องเตรียมงานนานมาก 

ผู้สื่อข่าว          อยากให้เล่าที่มาของรายการ การล่วงผ่านของเวลา 

นิจรินทร์          ดิฉันดัดแปลงมาจากรายการทีวี Up ของประเทศอังกฤษ  ฉบับของพวกเขาเป็นรายการสารคดี  บันทึกชีวิตของคนยี่สิบสี่คน  ซึ่งทางผู้จัดทุกเจ็ดปีจะกลับไปสัมภาษณ์พวกเขาใหม่  และทำอย่างนี้เรื่อยไป  มันเป็นรายการที่ออกอากาศทุกเจ็ดปี  และผู้ให้สัมภาษณ์ก็เป็นคนเดิม  ดิฉันชอบคอนเซ็ปต์นี้ค่ะ  แต่ดัดแปลงใหม่  ให้มันกว้างใหญ่กว่าเดิม  คือรายการของดิฉันจะออกทุกอาทิตย์  เปลี่ยนคนตลอด  เท่ากับว่าในหนึ่งปีดิฉันต้องสัมภาษณ์ผู้คนมากมาย  เพื่อเลือกให้ได้ห้าสิบสองคน  และการสัมภาษณ์นั้นจะห่างกันสิบสองปี

ผู้สื่อข่าว          โอ้โห  เท่ากับว่าคุณต้องเตรียมงานล่วงหน้าสิบสองปี 

นิจรินทร์          ค่ะ  และเป็นการทำงานตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา  โดยเฉลี่ย  เราสัมภาษณ์ปีละร้อยกว่าคน  รวมสิบสองปีแห่งการเก็บข้อมูล  เราได้สัมภาษณ์คนมากกว่าหนึ่งพันคน  และเมื่อครบสิบสองปีแล้ว  เราจึงกลับไปสัมภาษณ์พวกเขาใหม่  และนำบทสัมภาษณ์ที่ห่างกันสิบสองปีนี้มาตัดต่อใหม่  แล้วจึงออกรายการ 

ผู้สื่อข่าว          มันเป็นการทำงานที่มีการเตรียมการนานมากเลย  ข้อดีคือ  ตอนนี้รายการของคุณดังระเบิด  แต่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้  เพราะคุณล่วงหน้าไปก่อนแล้วถึงสิบสองปี

นิจรินทร์          (  หัวเราะ )  ค่ะ  มันเข้าคอนเซ็ปต์ของเราเลย   ตอนที่ดิฉันเสนอโครงการนี้ไปทางบริษัทผลิตรายการ  ผู้อำนายการฝ่ายผลิต  ขนาดพอใจมาก  ยังต้องใช้เวลาในการตัดสินใจนานเกือบปี  เพราะไม่เคยมีการจัดรายการที่ต้องลงทุนล่วงหน้านานขนาดนี้  หากพลาดขึ้นมา  มันจะเสียหายมาก  แต่หากรอด  ก็ไม่มีใครตามทันได้ 

ผู้สื่อข่าว          อะไรทำให้คุณมีความมั่นใจขนาดนี้

นิจรินทร์          ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ  มันเป็นความรู้สึกที่พวยพุ่งข้างใน  ดิฉันบอกทางบริษัทว่า  เหมือนเราฝากเงินธนาคารระยะยาว  ภายในสิบสองปีถอนออกมาใช้ไม่ได้  แต่เมื่อถึงเวลา  จะได้ดอกผลมากมายหลายเท่า  อุปมาดังการทำป่าไม้สัก  ต้องใช้เวลานานในการปลูก  กว่าจะได้ผล  มันเป็นไม้โตช้า  แต่เมื่อโตเป็นป่าแล้ว  เป็นไม้เนื้อดี  ราคาแพง

ผู้สื่อข่าว          ทำไมถึงกล้าทิ้งกันห่างถึงสิบสองปี

นิจรินทร์          เพื่อให้เห็นการล่วงผ่านของเวลายังไงคะ  สิบสองปีนานพอที่เราจะเห็นความแตกต่างของคนคนหนึ่ง  และแม้แต่สภาพสังคมรอบตัวของใครคนนั้นก็เปลี่ยนไปมาก มันจึงเป็นบันทึกชีวิตของคนธรรมดาแห่งยุคสมัย  ที่งดงามและซึ้งมาก  ยกตัวอย่างเช่นเรามองภาพถ่ายตัวเองของเมื่อสิบสองปีก่อน  เราจะซึ้งมากเลยนะคะ  โดยไม่ต้องมีคำพูด  ไม่ต้องมีคำอธิบาย  เพราะใบหน้า  ท่าทาง  ทรงผม  เสื้อผ้า ฯลฯ  ทุกอย่างบอกการล่วงผ่านของกาลเวลา  มันซึ้ง  มันสวยเหลือเกิน  แต่ไม่เพียงแค่ตัวเราเองหรอกนะคะ  ถึงดิฉันไปมองภาพถ่ายของคนอื่น  หากมีการเปรียบเทียบกันสิบสองปี  เราจะเห็นการล่วงผ่านของกาลเวลาด้วยเช่นกัน  ดิฉันจึงเชื่อว่ารายการนี้จะประสบความสำเร็จ  และยืนยันกับทางฝ่ายผลิต  จนพวกเขาคล้อยตาม

ผู้สื่อข่าว          ขั้นตอนในการผลิต  ทำยังไงคะ

นิจรินทร์          ชั่วโมงนี้  รายการนี้โด่งดังไปทั่วประเทศ  มีคนเสนอตัวสมัครเข้ามาร่วมโครงการมากมายจนเลือกไม่ไหว  แต่ในตอนแรก  เราต้องออกไปหาเองค่ะ  และแม้เราต้องการออกรายการปีละห้าสิบสองคน  แต่ในการผลิต  เราต้องทำเผื่อไว้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว  คือร้อยกับสี่คน  เราไม่เพียงนั่งสัมภาษณ์พวกเขาเฉยๆหรอกนะคะ  เรายังถ่ายทำชีวิตประจำวัน  สภาพแวดล้อมของเขาด้วย  เช่นเขาเวลาเหงาชอบไปไหน  ชอบทำอะไร  มีเพื่อนสนิทคือใครบ้าง  มีความใฝ่ฝันอะไรในอนาคต  มีปัญหาอะไรในวันนั้น ฯลฯ  เราเก็บข้อมูลให้มากที่สุด 

ผู้สื่อข่าว          แปลกใจว่าคุณนิจรินทร์  ไม่สนใจทำหนังบ้างหรือ

นิจรินทร์          ดิฉันโตมากับทีวีและรักอาชีพนี้ค่ะ  ดิฉันเชื่อว่าทีวีเป็นสื่อคนละประเภทกับหนัง  คือมันมีปมเด่นปมด้อยคนละแบบ  ปมเด่นคือมันสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของสิ่งที่เรียกว่า live คือการถ่ายทอดสด  การนำเสนอชีวิตของคนจริงๆ  และสื่อไปหาคนดูนับล้านได้อย่างฉับไว  เพราะมันเป็นงานศิลปะแบบหนึ่ง  ในการถ่ายทำ  ดิฉันจึงให้เห็นภาพสวยๆด้วย  เพียงแต่ไม่ต้องสวยเหมือนในหนัง  เพราะจุดเด่นของเราคือนี้เป็นเรื่องจริง  นี้เป็นของสด  เหมือนเนื้อปลา  คุณค่าของมันอยู่ที่ความสด

ผู้สื่อข่าว          ทางผู้จัดต้องให้ค่าตอบแทนคนที่เราไปสัมภาษณ์ไหม

นิจรินทร์          มีค่ะ  ภายใต้เงื่อนไขว่า  หากรายการนั้นได้ออกอากาศ  คือดิฉันเป็นผู้กำกับรายการ  และทำหน้าที่เหมือนบก. หนังสือ  คือเรื่องไหนได้ลง  ก็ได้ค่าเรื่อง  โดยที่ผู้ให้สัมภาษณ์มีสิทธิจะขอถอนตัวได้  เมื่อสิบสองปีนั้นเวียนมาถึง  เขาอาจมีสภาวะจิตไม่พร้อมจะให้สัมภาษณ์  อาจมีเรื่องกลุ้มใจ  หรือละอายใจ  ฯลฯ  หรือหากเขาพร้อมจะให้สัมภาษณ์  แต่หลังจากทางฝ่ายผู้จัดทำ  ทำการตัดต่อแล้ว  ดูแล้วพบว่าเรื่องนี้ไม่น่าสนใจพอจะออกอากาศ  เราก็มีสิทธิจะไม่ออกได้  เราจึงต้องทำเผื่อไว้ 

ผู้สื่อข่าว          อะไรทำให้รายการของคุณประสบความสำเร็จ

นิจรินทร์          มันมาจากหัวใจสองดวงที่ว่า  ชีวิตจริงมหัศจรรย์กว่านิยาย  และมนุษย์คือสัตว์ชนิดเดียวที่รู้ตัวว่าอยู่ในกาลเวลา

ผู้สื่อข่าว          มันเป็นยังไงคะ

นิจรินทร์          ผู้ชมพบว่าชีวิตนี้ช่างมหัศจรรย์จริง  เหมือนเรากำลังดูนิยาย  แต่อัศจรรย์ยิ่งกว่า  หลากหลายกว่า  เพราะทางเราเลือกคนหลายแบบ  และแก่นของเรา  ไม่ได้อยู่ที่ว่าผู้ให้สัมภาษณ์ต้องประสบความสำเร็จในชีวิต  เราอาจสัมภาษณ์ใครคนหนึ่ง  ที่อีกสิบสองปีต่อมา  กลับเสื่อมสลาย  ความเสื่อมนั้นก็เป็นชีวิตจริงที่น่าระทึก  เช่นใครคนหนึ่งในการสัมภาษณ์ตอนแรก  อาจเป็นคนช่างคิดช่างฝัน  เต็มไปด้วยพลังในอนาคต  แต่สิบสองปีต่อมา  เขาอาจอยู่ในคุก  ไม่มีความหวังอะไรในวันพรุ่งนี้  น่าพิศวงเสียจริง  มันเกิดขึ้นได้ยังไง  เพียงเท่านี้ก็สะเทือนใจมากแล้วนะคะ  หรือใครคนหนึ่งที่เราสัมภาษณ์ตอนแรก  ยังเป็นเด็กสาวขี้อาย  แต่อีกสิบสองปีต่อมา  เธออาจเปลี่ยนเป็นคนละคน  อาจมีครอบครัวที่อบอุ่น  คล่องแคล่วในสังคม  มีลูกหลายคน  เต็มไปด้วยเชื่อมั่นในตนเอง  ฯลฯ 

ผู้สื่อข่าว          คุณเลือกคนให้สัมภาษณ์จากหลักเกณฑ์อะไรคะ

นิจรินทร์          ดิฉันตัดสินใจในส่วนนี้เอง  โดยมองไปที่ใครคนหนึ่ง  แล้วถามตัวเองว่า  ดิฉันอยากรู้ไหมว่า  อีกสิบสองปีข้างหน้า  ใครคนนั้นจะเป็นยังไง  เช่นบางครั้งดิฉันอาจเลือกสัมภาษณ์คนมีอายุคนหนึ่ง  ซึ่งขายของอยู่ริมถนน  แล้วเมื่อสิบสองปีผ่านไป  เขาก็ยังขายของอยู่ที่เดิม  ด้วยอาการเดิม  ราวหนึ่งกับว่าสิบสองปีนั้น  เป็นเพียงวันเดียว  เขาอาจแก่ลง  สังขารทรุดโทรม  และแม้แต่สังคมก็เปลี่ยนไป  แต่ตัวเขาเองกลับเปลี่ยนน้อยมาก  ดิฉันคิดว่าภาพอย่างนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน  มันเตือนใจให้เราคิดถึงอะไรหลายอย่าง  และทำให้เรามองดูคนอีกมากที่มีชีวิตแบบนี้  เหมือนชีวิตมีหลายพันธุ์  คือดิฉันนำเสนอแต่ละตอน  จะไม่เหมือนกันเลย  ผู้ชมจะเดาไม่ถูกว่าผู้ให้สัมภาษณ์ในสัปดาห์หน้านี้คือใคร  และเมื่อเทียบชีวิตกันแล้ว  จะให้ความร้สึกอะไรบ้าง  แต่ความเป็นจริงมันกินใจลึก 

ผู้สื่อข่าว          แต่หลายตอนของคุณ  ก็เลือกสัมภาษณ์เด็กๆ

นิจรินทร์          แน่ละ  เด็กๆเป็นดาราเอกกลุ่มหนึ่ง  เพราะเด็กๆเปลี่ยนแปลงมากมาย  ทั้งชีวิต  รูปร่างหน้าตา  ทางฝ่ายผลิตชอบไปเสาะแสวงหาจากมหาวิทยาลัย  หรือโรงเรียนมัธยม  เราจะขอสัมภาษณ์เด็กหลายคน  เด็กที่กำลังโตเป็นผู้ใหญ่ดูจะเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุด  เราพบว่ามีเพียงน้อยคนที่รักษาความฝันของตัวเองได้  และใครที่ทำได้  มักเป็นผู้มีความสุข  เราถือว่าความสำเร็จแห่งชีวิต   ไม่ได้วัดกันที่เงินทองหรือชื่อเสียง  แต่อยู่ที่ความฝันของคุณเมื่อสิบสองปีก่อน  มันยังคงอยู่ในวันนี้หรือเปล่า 

ผู้สื่อข่าว          ยกตัวอย่างได้ไหม

นิจรินทร์          เช่นใครคนหนึ่งเมื่อสิบสองปีก่อนอยากเป็นครู  แล้วเธอก็ได้เป็นครูจริงๆ  ส่วนใหญ่คนแบบนี้จะมีความสุข  เพราะเธอจะเป็นครูด้วยใจรัก  และพบว่าชีวิตครูมีอะไรน่าสนใจมากมายเกิดขึ้น  มีสิ่งท้าทายมากมาย  ส่วนอีกคนหนึ่ง  เขาฝันอะไรก็ตามเมื่อสิบสองปีก่อน เขาก็ลืมมันสนิทแล้ว   และวันนี้เป็นครู  ก็เป็นแบบเสียไม่ได้  อาชีพครูจึงเป็นเพียงสภาวะจนตรอกอย่างหนึ่งของเขา  เขาไม่มีความสุข  และไม่อาจเป็นครูที่ดีได้  อาชีพเดียวกันแต่มีความหมายสองแบบ  จุดนี้ที่กระตุ้นให้คนคิด  เราไม่บังอาจไปสั่งสอนใครหรอกนะคะ  คนสมัยใหม่ฉลาดพอที่จะคิดอะไรได้ด้วยตนเอง  และเมื่อเขาคิดเอง  เขาจึงเปลี่ยน

ผู้สื่อข่าว          อะไรคือปัญหาในการสัมภาษณ์

นิจรินทร์          ทางผู้จัดรายการได้บอกผู้ให้สัมภาษณ์ว่า  เราต้องการความจริงใจ  ความเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์  อย่าหลอกลวง  อย่าปรุงแต่ง  ทางผู้จัดอาจมีการปรุงแต่งนิดหน่อย  ในการนำเสนอ  แต่เนื้อหานั้นกลับเป็นจริงหมด  ปัญหาคือผู้ให้สัมภาษณ์บางคนไม่มีความจริงใจ  ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนข้างในของเขา  หากเกิดกรณีเช่นนี้  เราก็ถือว่าเป็นงานที่ล้มเหลว  และออกอากาศไม่ได้  เพราะเราไม่ต้องการหลอกผู้ชม

 

 

ผู้สื่อข่าว          เพียงแค่ปีเดียว  รายการนี้ก็ขึ้นมาเป็นเรตติ้งอันดับหนึ่งเลย  และครองตำแหน่งแชมป์อย่างหนียวแน่นใช่ไหม

นิจรินทร์          (  หัวเราะ )  ค่ะ 

ผู้สื่อข่าว          เพราะอะไร

นิจรินทร์          เพราะผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วม  พวกเขารู้สึกนี้คือชีวิตจริง  ซึ่งอยู่รอบตัวของเขา  แต่บางครั้งพวกเขาไม่ได้สังเกต  ไม่ทันมอง 

ผู้สื่อข่าว          มีสิ่งที่คุณคาดคิดไม่ถึงเกี่ยวกับรายการนี้ไหม  หรือว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่วางโครงการไว้

นิจรินทร์          มีค่ะ  และเป็นสิ่งทีทางฝ่ายผลิตภาคภูมิใจมาก  คือรายการนี้ทำให้สังคมไทยเราดีขึ้น  มันก่อให้เกิดความตื่นตัวทางจิตสำนึก  อย่างที่เราเองก็คาดไม่ถึง  ไม่นับคนที่ให้สัมภาษณ์ซึ่งพวกเขารู้สึกตัวว่า  กำลังมีใครจับตามองพวกเขาอยู่  ทำให้พวกเขาเกิดความตื่นตัวในการดำเนินชีวิต  ไม่กล้าเหลวไหล  แต่ที่คาดไม่ถึงคือ  ประชาชนทั่วไป  คล้ายหนึ่งเกิดจิตสำนึกขึ้นมาด้วยว่า  กำลังมีดวงตาดวงหนึ่งกำลังมองพวกเขาอยู่ด้วยเช่นกัน  พวกเขาเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า  ชีวิตไม่ใช่สิ่งที่จะใช้อย่างสะเปะสะปะ  ความคิดฝันทุกอย่างมีความหมาย  กาลเวลาผ่านไปรวดเร็วนัก  ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิต  มีการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท  เพราะทุกอาทิตย์  พวกเขาเห็นชีวิตใครคนหนึ่ง  เป็นตัวอย่างให้พวกเขาคิด  ดิฉันจึงเพิ่งเข้าใจว่า  มนุษย์สมัยใหม่  ที่บางครั้งดูฉาบฉวย  ที่จริงก็มีความต้องการปรับปรุงตัวเอง  เรียกร้องโหยหาความก้าวหน้าเช่นกัน  เพียงแต่พวกเขาไม่อาจรับเอาจากวิธีการแบบเก่าๆ  เช่นคนเราไม่อาจปรับปรุงตัวเพียงเพราะอ่านหนังสือธรรมะ  หรือเพราะฟังผู้ใหญ่ตักเตือน  แม้ว่าคำพูดเหล่านั้นจะจริง  แต่ใจของพวกเขารับไม่ได้หรอกคะ  มันเข้าไปไม่ถึง  มันไม่โดนใจ  แต่พวกเขากลับโดนใจได้  กับบางโปรแกรมจากทีวี  หรือจากเกมคอมพิวเตอร์บางเกม  แปลกนะคะ  มันแตกต่างกันนิดเดียว  แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา  คือโดนกับไม่โดน  คือมีชีวิตกับไม่มีชีวิต  รายการนี้ทำไมก่อให้เกิดอิทธิพลมากมาย  ดิฉันเองก็ยังงงเลยคะ 

ผู้สื่อข่าว          เรียกว่ามนุษย์พร้อมอยู่เสมอสำหรับความเปลี่ยนแปลง  แต่รออะไรนิดหนึ่งมาโดนตัวพวกเขา

นิจรินทร์          ค่ะ   เหมือนเด็กๆ  เราสอนความเขาโดยตรงไม่ได้  แต่หากมันมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ  เหมือนเป็นเกมการเล่นอย่างหนึ่ง  พวกเขาจะยอมเปลี่ยนเอง  และยามเปลี่ยน  ใครจะไปขวางพวกเขาก็ไม่ได้นะคะ  มันมาจากใจข้างในตัวเอง  เหมือนวันหนึ่งพวกเขาค้นพบฮีโร่ภายในใจของพวกเขา  บังเอิญฮีโร่คนนี้  คือคนธรรมดารอบตัวของเขาเอง 

ผู้สื่อข่าว          รายการนี้คล้ายเป็นเกมอย่างหนึ่ง  ใช่ไหม

นิจรินทร์          ทำนองนั้นนะคะ  และเป็นเกมที่ละเอียดอ่อน  ซึ่งทำให้ผู้ชมมากมายเข้ามาเล่นด้วยโดยไม่รู้สึกตัว  รายการนี้ทำให้คนธรรมดากลายเป็นดารา  ทุกคนที่ได้ออกรายการนี้  รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง  เหมือนกับว่าพวกเขาได้เป็นดารา  มีร่องรอยบางอย่างให้คนอื่นรับรู้  เป็นบันทึกชีวิตของตัวเอง  ผู้ที่ยังไม่ได้ออกรายการ  ก็คล้ายหนึ่งกับว่าอยู่ห่างจากจุดนั้นเพียงนิดเดียว 

ผู้สื่อข่าว          ได้ยินมาว่า  รายการที่ออกอากาศไปแล้วนี้  ได้ทำออกมาเป็นวีซีดี  ขายดิบขายดีใช่ไหม

นิจรินทร์          ค่ะ  มันเป็นหนึ่งรายการที่ขายดีมาก  เพราะผู้คนเก็บสะสม 

ผู้สื่อข่าว          หากรายการนี้ทำจนครบสิบสองปี  จะมีการกลับไปสัมภาษณ์คนเก่า  เพื่อให้ครบวงจรยี่สิบสี่ปีไหม

นิจรินทร์          อาจจะทำค่ะ  แต่ไม่บังคับ  เพราะข้อมูลถูกเก็บไว้อย่างดี  วันหนึ่งอาจถูกนำมาใช้อีก  หากวันนั้นมาถึงก็น่าสนใจนะคะ  เราจะเห็นคนๆหนึ่ง  ในสามภาคของชีวิต 

ผู้สื่อข่าว          คุณนิจรินทร์คาดเดาอะไรเกี่ยวกับรายการนี้ในอนาคตไหม

นิจรินทร์          ตอนนี้ไม่มีหรอกค่ะ  ดิฉันเพียงทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด  และอีกสักพัก  ดิฉันอาจวางมือให้เด็กรุ่นใหม่ทำแทน

 

โดย ฟ้าพูลวรลักษณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net