วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มัสยิดนูรูฮูดา เชียงใหม่กับโครงการอบรมครอบครัวฟัรฏูอีน และกีฬา


         

               มัสยิดนูรุลฮูดา หรือ มัสยิดอิสลามบ้านปากกอง  

ท่านลาซอน อาลี กับการเกิดของชุมชนมุสลิมหนองแบน

เมื่อ ประมาณ  200 ปีเศษมาแล้ว ชาวภารตะท่านหนึ่งจากเมือง

กัลกัตตา ชื่อ ท่านลาซอน อาลี ได้อพยพเข้ามาในเมืองเชียงใหม่

กับเพื่อนอีกสองคน  ได้เข้ามาพำนักอยู่ที่ ชุมชนมุสลิมช้างคลาน

 ซึ่งในสมัยนั้น  มีท่าน มุฮัมมัด อุสมาน อาลี เมยายี เป็นผู้กว้าง

ขว้างอยู่ ซึ่งต่อมาท่านผู้นี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "ขุนศรีจันทร์ดร"

จากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในขณะนั้น  (ต้นตระกูล  ศรีจันทร์ดร)

   สาเหตุแห่งการเกิดชุมชนมุสลิมหนองแบน หลังจากที่ท่านลาซอน อาลี

ได้พำนับอยู่ในเมืองเชียงใหม่ระยะหนึ่ง  ตามวิสัยของคนบังการี ซึ่งเป็นผู้ที่

ชำนาญในการหาปลา กิติศัพท์อันนี้ล่วงรู้ไปถึงเจ้าหลวงอินทนนท์ เจ้าเมือง

ที่ปกครองในสมัยนั้น  จึงได้โปรดให้ท่านไปเผ้าดูแลรักษาหนองปลาของท่าน

ที่บ้านหนองแบน ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดต่อกับเมืองลำพูน

      ทุกปีราวเดือนมกราคม ท่านจะนำเรือบรรทุกปลาส่งให้เจ้าหลวงมิได้ขาด 

ทำให้เจ้าหลวงโปรดปราณ เป็นอย่างยิ่ง ประทานที่ดินให้จำนวนมาก

ท่านอยู่เป็นโสดหลายปี  ต่อมาก็พบหญิงถูกใจ นามว่า "แม่แสง"

คนบ้านริมเหมือง เขตเมืองลำพูน  และเกิดความสนิทสนมและรักกัน 

จึงได้ไปสู่ขอแม่แสง พร้อมนำเข้ารับอิสลาม สอนการปฏิบัติศาสนกิจ

ให้ครบ   มีพยานรักร่วมกัน ชายหญิง จำนวน 12 คน เป็นชาย 6 คน

และหญิง 6 คน ต่อมาก็มีชาวต่างชาติ บ้านเดียวกับท่าน อพยพเข้ามา

อาศัยอยู่ที่บ้านหนองแบนอีกหลายท่าน  และนี่คือจุกำเหนิดของชุมชน

แห่งนี้ (รายละเอียด หาอ่านได้จาก หนังสือ มรดกศาสนาในเชียงใหม่ ภาคที่ 1 ประวัติและ

การพัฒนาศาสนาในโอกาสสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี 1839-2539 จัดทำโดย คณะทำงาน

ฝ่ายรวบรวมประวัตและพัฒนาการของศาสนาในเชียงใหม่ ภาคศาสนาอิสลามโดย

สุชาติ  เศรษฐมาลินี)

โครงการ อบรมครอบครัวฟัรฏูอีนแลกีฬาเสริมสร้างสุขภาวะมัสยิดนูรูลฮูดา

จัดขึ้นเมื่อ   27-28  เมษายน  2551

อีหม่ามและคณะกรรมการมัสยิด  ผู้รับผิดชอบโครงการ

ผู้เข้าร่วมโครงการ  150  คน

                     

                    หน้ามัสยิดนูรุลฮูดา   สถานที่จัดกิจกรรม

                   

            

                   

         อ.อิสหาก  พงษ์มณี  กลับบ้านเกิด บรรยายธรรม ให้พี่น้องชาวนูรุลฮูดา

                   

                             อาจารย์มาทั้งทีมีหรือ ที่ พวกเราไม่ตั้งใจฟัง

                     

                                 เขาจะเอาไม้ไปตีใครเอ๋ย

                     

                         อ้อ   ปิดตา ตี หม้อ ไม่ใช่นี่  มัน กระป๋องสีต่างหาก

                     

                       อาวุโสในหมู่บ้านมาให้กำลังใจนักกีฬา มาทั้งผู้ใหญ่  กำนัน

                     

                          กระสอบเขาเอาไว้ใส่ข้าวสาร  ไหนเอา มานุ่ง เสียล่ะ

                     

                             อีกนิดเดียว  เร็ว ๆ  จะเข้าเส้นชัยแล้ว

                     

                           นายเอาอะไรมาใส่ปากฉันนี่ กิน ๆ ไปเถอะน่า

                     

                                      เบา ๆ ซิเธอ  ไม่ไหวแล้ว

                     

                                          หนูขอดูอย่างเดียวนะ

                      

                                             ดึง  ซิ  ช่วยกันหน่อย

                     

                               เด็กเยาวชนสู้ด้วยการสานใจเป็นหนึ่งเดียว

                    

                                              

                   แข่งฟุตบอลปิดการแข่งขันกีฬาครอบครัวฟัรฎูอีนมัสยิดนูรุลฮูดา  

  

     และแล้ว  โครงการก็จบลงด้วยกับการแข่งขันฟุตบอล  ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกลา  เป็นความสุข

    ที่คนในหมู่บ้านได้สัมผัส กันทุกคน  ไม่ว่าจะช่วยกันเตรียมงาน  ช่วยกัน  ทำอาหาร  รับประทาน

    อาหารร่วมกัน  กิจกรรม แต่ละกิจกรรม  มีส่วนสร้างสายใย ผูกร้อยดวงใจ ผู้คน ของชาวมุสลิม

ในหมู่บ้านแห่งนี้   ให้มีความรัก  ความสามัคคี  ส่งผลให้สุขภาพจิต  ดีขึ้น  ในสังคมยุคปัจจุบัน

ที่บีบคั่น  ด้วยราคานำมันที่แสนแพง  ข้าวสารที่จะกินไปทุกวันก็ขึ้นราคาอย่างไม่หยุดหย่อน

ก็ต้องช่วยกันขอดุอาจากพระผู้เป็นเจ้า  ให้เรามีชีวิตที่พอเพียง มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบรูณ์

ปราศจากโรคภัย  เพื่อจะได้ต่อส้ อย่างซอบัร อดทนในโลกแห่งดุนยา สู่โลกที่ถาวร  อามีน

ชุมพล  ศรีสมบัติ รายงาน

แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย

ศูนย์ประสานงานภาคเนือตอนบน

                      

โดย katiya

 

กลับไปที่ www.oknation.net