วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิสัยทัศน์ประเทศไทย (ตอนที่1.2 การเกษตร)


ความเดิมย่อตอนที่แล้ว ผมเสนอว่าการเกษตรมีความสำคัญมากที่สุด ถ้ารัฐให้ความสำคัญ เพิ่มมูลค่า พร้อมปกป้องสินค้าเกษตร ประเทศเราจะมั่งคั่งกว่านี้หลายเท่า

ศ.ดร.....จันทลักขณา (ขออภัยลืมชื่อท่าน) ปรมาจารย์ด้านเกษตรเคยคุยกับผมส่วนตัวว่า ประเทศมหาอำนาจในโลกทั้งหลาย อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส รัสเซีย อเมริกา ล้วนสร้างชาติมาจากฐานการเกษตรด้วยกันทั้งนั้น คือพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรให้เข้มแข็งเป็นอันดับแรก จากนั้นพัฒนาต่อยอดออกไปเป็นอุตสาหกรรมอื่น ส่วนไทยเรานั้นแปลกมีเกษตรแข็งแรงอยู่ดีๆ กลับจะไปล้มทิ้งด้วยความรังเกียจ

ผมว่าถ้าเราพัฒนาประเทศสำเร็จตามแนวทางของรัฐบาลทุกยุคที่ผ่านมา เราจะกลายเป็นประเทศที่มีแต่หลังคาและยอดสวยงาม แต่ฐานราก(การเกษตร)ไม่แข็งแรง ถ้าโดนฝนฟ้าพายุหน่อยเดียวก็พังครืน ผู้คนจะตายเจ็บระนาว โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้เปราะบางมาก รอเวลาล่มอยู่ทุกกระดิกเข็มนาฬิกาก็ว่าได้  ถ้าไม่มีอุตสาหกรรมเกษตเป็นหยุ่นรองรับการล้ม รับรองว่าอาการปางตายแน่นอน

เมื่อรัฐไม่เหลียว ไม่ให้ความสำคัญ สถานะของอาชีพเกษตรก็ถดถอยลงทุกที จนทุกวันนี้ไม่มีใครอยากเรียนเกษตร วิศวะเกษตรในแต่ละมหาลัยนั้นคะแนนสอบเข้าต่ำสุด กรมวิชาการเกษตรตั้งมานาน นักวิชาการหลายร้อย แต่ผลงานไม่ค่อยมี คงเพราะคนก็ซังกะตาย งบประมาณก็น้อย ดังนั้นการเกษตรไทยก็เลยด้อยลงเรื่อย ผลผลิตข้าวต่อไรยังต่ำกว่าเวียตนาม อินโดนีเซียเสียอีก ทั้งที่เขาจนกว่าเรามาก (GDP ต่อหัว ต่ำกว่ามาก)

สินค้าเกษตรเพื่อการกินนั้นมูลค่ามหาศาลอย่างที่ผมเล่าไว้ในตอนที่ 1.1 แต่การแปรรูปเพื่อการอุปโภคก็มีมูลค่ามหาศาล ผมขอยกตัวอย่างสักสองตัวอย่างคือ มันสำปะหลัง และ ยางพารา ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความเขลาของรัฐบาลไทยได้อย่างดีที่สุด ที่มีของดีอยู่กับตัวแต่ไม่รู้จัก แถมดูถูก

มันสำปะหลังประเทศไทยเราผลิตได้ปีละประมาณ 30 ล้านตัน ประมาณ 28 ล้านส่งออกขายต่างประเทศแบบดิบๆ ไม่มีการเพิ่มมูลค่าอะไรเลยนอกจากการทำเป็นมันเส้นแห้ง ที่ขายได้กิโล(แห้ง)ละ 3-4 บาท เท่านั้น ขณะนี่นักวิจัยไทยสามารถผลิตพลาสติกชีวภาพจากมันสำปะหลังได้แล้ว และทำได้ดีกว่าเทคโนฯฝรั่งเสียด้วย แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจ กลับจะเอาเทคฯไปยกถวายให้บริษัทฝรั่งเสียอีก ถ้าเราเพิ่มผลผลิตมันสักสองเท่า (ซึ่งขณะนี้ก็ทำได้แล้ว แต่รัฐก็ไม่ค่อยสนับสนุนอีกแหละ) และทำเป็นพลาสติกให้หมด จะขายได้กก.ละ 200 บาท ผมลองคำนวณดูแล้ว เป็นมูลค่าเท่ากับรายได้มวลรวมสัญชาติไทยนั่นเทียว (GNP  ซึ่งเป็นคนละตัวกับ GDP)  กล่าวคือคนไทยจะรวยขึ้นสองเท่าทันที แม้เพียงจากมันสำปะหลังอย่างเดียว แถมเกิดการกระจายรายได้ ไม่ไปกระจุกอยู่กับคนไม่กี่ตระกูล แต่นี่รัฐไม่เคยเหลียวแล แถมดูถูกอีกต่างหาก ขณะนี้ฝรั่งเขาเข้ามาตั้งโรงงานผลิตสารตั้งต้นพลาสติกชีวภาพในไทยแล้ว ที่ระยอง กำลังผลิตถึงปีละสามแสนตันโน่น ฝรั่งมันอยู่แสนไกลมันยังรู้ถึงศักยภาพตรงนี้ ส่วนเราก็คงเป็นขี้ข้าปลูกมันราคาถูกสร้างความร่ำรวยมหาศาลให้ฝรั่งกันต่อไป แถมเรายังไปส่งเสริมการลงทุนฝรั่งอีก ลดแลกแจกแถมไปหมดทุกอย่าง

ยางพาราก็ส่งขายดิบๆเสีย 80% ไม่เอามาทำเป็นยางสำเร็จรูปเสียก่อน เช่น ยางรถยนต์ ถุงมือ หรือแม้แต่ถุงยางอนามัย ซึ่งจะเพิ่มมูลค่า 20-50 เท่า ทั้งที่ของพวกนี้ไม่ได้ไฮเทคอะไรนัก คนไทยทำเองได้หมด ถ้าไม่มีใครลงทุนจริงๆ รัฐนั่นแหละต้องลงทุนนำร่อง อุตสาหกรรมยางรถยนต์ไทยทำออกมาก็ขายไม่ได้ เพราะคนไทยนิยมแต่ยางนอก เลยต้องส่งออกขายต่างประเทศหมด

นอกจากรัฐบาลแล้วคนไทยเราเองก็มีส่วนช่วยทำลายชาติไทยเราเองอยู่มาก ที่ไม่ช่วยกันซื้อสินค้าไทย แถมดูถูก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ริบหรี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net